มะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และเป็นสาเหตุการตายของผู้หญิงทั่วโลก มะเร็งเต้านม เพื่อเป็นคู่มือให้เฝ้าระวังการเกิดมะเร็งเต้านม จึงควรมาทำความรู้จักให้ดี เต้านมของผู้หญิงทุกคนเริ่มเจริญเติบโตเมื่อมีฮอร์โมนเพศจากรังไข่ปรากฏขึ้น ประมาณอายุ 10-11 ขวบ

10 ขอเท็จจริงที่ควรรู้ “มะเร็งเต้านม”

1. มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งในผู้หญิงที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งของผู้หญิงทั่วโลก การศึกษาพบว่า ภายใน 10 ปีข้าหน้าผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมดังนี้

– อายุ20 ปี โอกาสเกิด 1 : 1,985

– อายุ30 ปี โอกาสเกิด 1 : 229

– อายุ40 ปี โอกาสเกิด 1 : 68

– อายุ50 ปี โอกาสเกิด 1 : 37

– อายุ60 ปี โอกาสเกิด 1 : 26

– อายุ70 ปี โอกาสเกิด 1 : 24

ส่งผลให้ชั่วชีวิตของผู้หญิงทุกคนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม 1 ใน 8 (ทุกวันนี้ในผู้หญิง 8 คนจะต้องมีคนเป็นมะเร็งเต้านม 1 คน) และร้อยละ 3.5 มีโอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม

2. สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา

– มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งในผู้หญิงที่พบมากเป็นอันดับหนึ่ง

– มะเร็งเต้านมพบเป็นร้อยละ 30 ของมะเร็งที่เกิดในผู้หญิงทั้งหมด

– มีมะเร็งเต้านมรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ 210,000 คนต่อปี

– เป็นสาเหตุการตายของผู้หญิงอันดับสองรองจากมะเร็งปอด

– ร้อยละ 20 ของการตายด้วยมะเร็งของผู้หญิง เป็นการตายด้วยมะเร็งเต้านม โดยเสียชีวิตปีละกว่า 40,000 คน

– เฉลี่ยแล้วมีคนตายด้วยมะเร็งเต้านมทุก 13 นาทีต่อคน

หากดูตามช่วงอายุ ปัจจุบันสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของผู้หญิงในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงอายุ 40-55 ปี คือ มะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เต้านม มะเร็ง โรคในผู้หญิง หน้าอก

3. ในคนไทย มะเร็งเต้านมพบมากเป็นอันดับหนึ่งในมะเร็งสตรีโดย 1 ใน 10 ของหญิงไทยทุกคนที่นับอายุจากตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิตมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม

4. มะเร็งเต้านมเกิดในผู้ชายได้ด้วย แต่มีน้อยกว่าผู้หญิงมาก และปัจจัยเรื่องเพศไม่มีความแตกต่างเรื่องการหายของโรคหรือการรอดชีวิตจากมะเร็ง

5. อย่าคิดว่าอายุน้อยเกิดกว่าจะเป็นมะเร็งเต้านม แม้จะไม่ใช่โรคของวัยรุ่น แต่อายุน้อยที่สุดของผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม คือ 20 ปี

6. ร้อยละ 0.5-4 ของมะเร็งเต้านมเกิดในหญิงตั้งครรภ์ แต่การตั้งครรภ์หรือไม่ตั้งครรภ์ไม่มีความแตกต่างเรื่องการหายของโรคหรือการรอดชีวิตจากมะเร็ง

7. การศึกษาพบว่า การตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกจากการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ร่วมกับการตรวจเอกซเรย์พิเศษเต้านมที่เรียกแมมโมแกรมเมื่ออายุมากกว่า 40 ปี ทำให้มีโอกาสรอดชีวิตสูงสุด

8. งานวิจัยที่เชื่อถือได้หลายเรื่องพบว่า การตรวจแมมโมแกรมลดการตายจากมะเร็งเต้านมในผู้หญิงอายุ 40-69 ปีได้ร้อยละ 14-32

9. แม้การคลำพบก้อนที่เต้านมจะเป็นอาการแรกของมะเร็งเต้านม แต่ก้อนที่เต้านมมากกว่าร้อยละ 80 ไม่ใช่มะเร็งเต้านม

10. การแพทย์ที่ทันสมัย และการตรวจพบโรคมะเร็งเต้านมได้เร็วส่งผลให้การรักษาได้ผล โอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมลดลงกว่าสมัยสอบกว่าปีก่อนเป็นอย่างมาก หากรักษาตามมาตรฐาน โอกาสรอดชีวิตภายใน 5 ปีจะมีมากกว่าร้อยละ 96

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม

แม้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุอะไรทำให้เป็นมะเร็งเต้านม แต่เชื่อว่ากรรมพันธุ์ ร่วมกับการได้รับฮอร์โมนเอสโทรเจนในจำนวนสูง หรือเป็นเวลานานอาจมีผลทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

การแพทย์พบว่า คนเป็นมะเร็งเต้านมมักมีปัจจัยเสี่ยง แต่แม้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงคุณก็อาจเป็นมะเร็งเต้านมได้

หากมีปัจจัยต่อไปนี้ โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมจะสูงขึ้น

1. เพศหญิง พบมะเร็งเต้านมในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 100 เท่า

2. อายุ ยิ่งอายุมากความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมยิ่งมากขึ้น โดยพบว่า 4 ใน 5 คนของคนไข้มะเร็งเต้านมเกิดในผู้หญิงที่อายุมากกว่า 50 ปี มีเพียงร้อยละ 5 ของมะเร็งเต้านมที่เกิดในผู้หญิงอายุต่ำว่า 40 ปี

3. ฐานะทางเศรษฐกิจ หากมีฐานะดี มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ฐานะไม่ดี 2 เท่า

4. มีความเครียดเรื้อรัง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ไม่เครียด 2 เท่า

5. น้ำหนักตัวมาก หากอ้วน คุณเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนน้ำหนักปกติ 2 เท่า

6. กลุ่มอาการของโรคเมแทบอลิก (Metabolic Syndrome) คือ อ้วนความดันโลหิตสูง เป็นเบาหวาน หากอยู่ในกลุ่มอาการนี้ มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ไม่เป็น 3 เท่า

7. กินอาหารไขมันสูง เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ไม่กิน 3 เท่า

8. ดื่มเหล้า เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ไม่ดื่ม 1.1-1.3 เท่า

9. ไม่ออกกำลังกาย เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ 2 เท่า

10. มีพันธุกรรม ร้อยละ 10 ของคนไข้มะเร็งเต้านมมีญาติเป็นเมะเร็งเต้านม โดยพบว่าหากญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม จะมีความเสี่ยงสูงกว่าคนที่ไม่มีญาติเป็น 1.5-8.8 เท่า รายละเอียดมีดังนี้

หากปู่ย่าตายายป้าน้าอาเป็น จะมีความเสี่ยง 1.5 เท่า

หากแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านมข้างเดียวในช่วงมีประจำเดือน จำมีความเสี่ยง 1.8 เท่า

หากแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านมสองข้างในช่วงมีประจำเดือน จะมีความเสี่ยง 8.8 เท่า

หากแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านมข้างเดียวในช่วงหมดประจำเดือน จำมีความเสี่ยง 1.2 เท่า

หากแม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านมสองข้างในช่วงหมดประจำเดือน จำมีความเสี่ยง 4 เท่า

มะเร็งเต้านม เต้านม มะเร็ง โรคในผู้หญิง หน้าอก

11. คนผิวขาว เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนผิวเหลืองแถบเอเชีย 5 เท

12. หากอาศัยอยู่ในประเทศแถบตะวันตกที่มีอากาศหนาวเย็น เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมอีกข้างมากกว่าประเทศทางตะวันออกหรือแถบเอเชีย 1.5 เท่า

13. เต้านมมีก้อน ผลการตรวจชิ้นเนื้อโดยพยาธิแพทย์พบว่า เป็นถุงน้ำและพังผืดชนิดเนื้อหนาผิดปกติที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งการคลำ หรือการตรวจ หรือการดูชิ้นเนื้อ หากพบว่าเป็นชิ้นเนื้อที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้อื่น 2-5 เท่า

14. เคยเป็นมะเร็งเต้านมข้างหนึ่ง จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมอีกข้างมากกว่าผู้อื่น 5 เท่า

15. เคยได้รับการฉายแสงที่บริเวณทรวงอกก่อนอายุ 32 ปี เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนที่ไม่เคยฉายรังสี

16. โสด หรือแต่งงานแล้วไม่มีลูก เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนมีลูก 3 เท่า

17. มีลูกคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 34 ปี เสี่ยงต่อการเป็นเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนมีลูกขณะอายุน้อยกว่า 4 เท่า

18. มีประจำเดือนเร็ว ก่อนอายุ 12 ปี เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมกว่าคนมีประจำเดือนช้ากว่า 12 ปี 1.3 เท่า

19. หมดประจำเดือนช้างเกินอายุ 55 ปี เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนหมดประจำเดือนเร็วกว่า 1.2-1.5 เท่า

20. มีญาติพี่น้องหรือตัวเองเป็นมะเร็งรังไข่ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้ที่ไม่เป็น

21. มียีนกลายพันธุ์บีอาร์ซีเอ 1 และหรือบีอาร์ซีเอ 2 (BRCA1, BRCA2) มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมสองข้างในช่วงอายุก่อนหมดประจำเดือน

22. ยาคุมกำเนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม แต่หากหยุดยาคุมกำเนิดนาน 10 ปี โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมเท่ากับคนทั่วไป

23. การให้ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโทรเจนทกแทนการหมดประจำเดือน (วัยทอง) นานเกิน 5 ปี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมมากกว่าคนทั่วไป 1.3 เท่า แต่หากหยุดฮอร์โมนนาน 5-10 ปี โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมเท่ากับคนทั่วไป

มะเร็งเต้านมมีกี่ชนิด

มีการแบ่งชนิดของมะเร็งเต้านมดังนี้

1. มะเร็งเต้านมที่ยังไม่ลุกลาม เช่น มะเร็งในท่อนม หรือมะเร็งต่อมนม มะเร็งไม่กระจายผ่านผิวที่ห่อหุ้มออกมาที่เนื้อเยื่ออื่นๆ ของเต้านม ซึ่งการรักษาจะได้ผลดีที่สุด

2. มะเร็งระยะลุกลามของเต้านม มะเร็งชนิดนี้ลุกลามออกจากเยื่อหุ้ม ท่อนม หรือต่อมนม กระจายไปที่เนื้อของเต้านม หรืออาจกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ได้แก่

2.1  มะเร็งระยะลุกลามของท่อนม มะเร็งชนิดนี้พบมากที่สุดคือ 8 ใน 10 ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้เริ่มที่ท่อนม ลุกลามออกจากท่อนมไปยังเนื้อนมรอบๆ หรืออาจกระจายไปทางหลอดเลือด หลอดน้ำเหลือง

2.2  มะเร็งระยะลุกลามของต่อมนม มะเร็งชนิดนี้เริ่มที่ต่อมนมลุกลามออกมาจากเยื่อหุ้มต่อมนม กระจายไปที่เนื้อของเต้านมหรืออาจกระจายไปทางหลอดเลือด หลอดน้ำเหลืองพบ 1 ใน 10 ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด

มะเร็งเต้านมชนิดลุกลามอื่นๆ ที่พบน้อยมีอีกมากมายหลายชนิด ได้แก่

  • มะเร็งเต้านมชนิดอักเสบ พบร้อยละ 1-3 ของมะเร็งเต้านมทั้งหมดเหมือนเป็นเต้านมอักเสบ แต่เต้านมจะแข็ง ผิวหนังที่คลุมเต้านมบวมหนา มีรูบุ๋มลงไปเหมือนเปลือกส้ม มะเร็งชนิดนี้พยากรณ์โรคไม่ค่อยดี มักกระจายไปทางหลอดเลือด หลอดน้ำเหลือง
  • มะเร็งเต้านมชนิดผสมผสาน คือ มีหลายอย่างผสมกัน รักษาเหมือนมะเร็งระยะลุกลามของท่อนม
  • มะเร็งเต้านมชนิดที่มีเซลล์มะเร็งแบบพิเศษ และมีเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานของร่างกายร่วมด้วย พบร้อยละ 3-5 ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด รักษาเหมือนมะเร็งระยะลุกลามของท่อนม
  • มะเร็งเต้านมชนิดมีมูก พบได้น้อยมากๆ เป็นมะเร็งของเซลล์ในเต้านม ซึ่งสร้างมูก การพยากรณ์ของโรคมักดีกว่ามะเร็งเต้านมชนิดลุกลามอื่นๆ
  • มะเร็งหัวนม พบร้อยละ 1 ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด เป็นมะเร็งที่เริ่มจากท่อนม แล้วมาโผล่ที่หัวนมและลานนม ลักษณะเป็นสะเก็ด มีน้ำเหลืองหรือเลือดซึม บริเวณที่เป็นมักมีสีแดง ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคผิวหนัง จึงได้รับการรักษามะเร็งช้า
  • มะเร็งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ไขมันในเต้านม พบน้อย รักษาด้วยการผ่าตัด มะเร็งเหล่านี้มักไม่สนองต่อการรักษาวิธีอื่นๆ ไม่ว่าเคมีบำบัด รังสีรักษา หรือฮอร์โมน
  • มะเร็งของเส้นเลือดในเต้านม พบน้อยมากๆ เมื่อเจอมักเป็นภาวะแทรกซ้อนต่อจากการรักษามะเร็งเต้านมด้วยการฉายแสง มักเกิดขึ้นหลังฉายแสง 5-10 ปี บางครั้งมะเร็งชนิดนี้ก็เกิดที่ต้นแขนหรือรักแร้ ซึ่งเป็นผลของการฉายแสดงบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้

มะเร็งเต้านม เต้านม มะเร็ง โรคในผู้หญิง หน้าอก

อาการของมะเร็งเต้านม

คำว่าอาการนั้นหลายคนเข้าใจว่าความปวดเจ็บเป็นอาการของมะเร็งเต้านม จึงไม่มาหาแพทย์ เมื่อคลำได้ก้อนที่เต้านม แต่ไม่ปวดไม่เจ็บ นั่นเป็นความเข้าใจผิดที่อาจทำให้ละเลยและมาพบแพทย์ช้าไป อาการของมะเร็งเต้านมนั้นไม่จำเพาะเจาะจง แต่อาจพบได้ดังนี้

  1. คลำพบก้อนที่เต้านม คนไข้มะเร็งเต้านมที่มาพบแพทย์ประมาณร้อยละ 80 คลำพบก้อนด้วยต้นเอง
  2. รักแร้บวม เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้บวมโตขึ้น
  3. เจ็บจี๊ดที่เต้านม แม้อาการเจ็บปวดส่วนใหญ่ของเต้านมจะไม่ใช่อาการของมะเร็งเต้านม แต่มีคนไข้มะเร็งเต้านมบางส่วนที่มาพบแพทย์ด้วยอาการเจ็บที่เต้านม ในกรณีที่เป็นมะเร็งเต้านม เมื่อคลำหรือตรวจโดยแมมโมแกรมมักพบก้อนที่น่าสงสัยซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เจ็บ ส่วนอาการเจ็บโดยไม่มีก้อนที่เต้านม ไม่ว่าจะโดยการคลำหรือการตรวจด้วยแมมโมแกรมมักไม่ใช่มะเร็ง
  1. เต้านมเปลี่ยนไป เช่น เปลี่ยนรูปร่าง โตขึ้น แฟบลง บิดเบี้ยว ระดับเต้านมสองข้างที่เคยเท่ากันกลับไม่เท่ากัน ผิวหนังเต้านมบวมร้อนแดง ผิวหนังของเต้านมบุ๋มเหมือนผิวส้ม ผิวหนังหนาขึ้น
  2. หัวนมเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น หดไป บุ๋ม มีอาการเจ็บ คัน มีผื่น สะเก็ดน้ำเหลือง มีแผล
  3. มีน้ำผิดปกติไหลออกจากหัวนม โดยทั่วไปหากเป็นน้ำเหมือนนม หรือน้ำเหลือง ในระยะที่ไม่ได้ให้นมลูก มักไม่ใช่มะเร็งเต้านม แต่ถือว่าผิดปกติ ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจระบบฮอร์โมน น้ำที่ออกจากหัวนมในกรณีมะเร็งเต้านมซึ่งพบน้อยมากมักจะเป็นน้ำปนเลือด
  4. มีแผลเรื้อรังที่เต้านมไม่หาย

ระยะของมะเร็งเต้านม

ระยะที่0   เป็นมะเร็งระยะเริ่มแรกที่ไม่ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม วินิจฉัยโดยการติดเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยา หรือเป็นมะเร็งหัวนมที่ไม่มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง และไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ตั้งแต่ระยะที่ 1 เป็นต้นไปเป็นมะเร็งระยะลุกลาม

ระยะที่1   ก้อนมะเร็งเต้านมโตน้อยกว่า 2 เซนติเมตร ไม่มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง และไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

ระยะที่2   แบ่งเป็นชนิด 2a และ 2b

2a มีสองกรณีดังนี้

  • ไม่พบก้อนมะเร็งเต้านม หรือก้อนมะเร็งเต้านมโตน้อยกว่า 2 เซนติเมตร แต่มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง
  • ก้อนมะเร็งโต 2-5 เซนติเมตร ไม่มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง และไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

2b มีสองกรณีดังนี้

  • ก้อนมะเร็งโตมากกว่า 2 เซนติเมตร และมีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แบบผิวๆ
  • ก้อนมะเร็งโตมากกว่า 5 เซนติเมตร ไม่มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง และไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

ระยะที่3   แบ่งเป็นชนิด 3a และ 3b

3a มีการตรวจพบดังนี้

ไม่พบก้อนมะเร็งเต้านม หรือก้อนมะเร็งเต้านมโตน้อยกว่า 2 เซนติเมตร จนถึงมากกว่า 5 เซนติเมตร มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แบบกินลึก แต่ไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

3b ก้อนมะเร็งขนาดใดก็ได้กินทะลุออกมาที่ผิวหนัง มีการกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลืองหรือไม่ก็ได้ แต่ยังไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

ระยะที่4   (ระยะสุดท้าย)

มีการกระจายไปไกล เช่น ไปที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า กระดู ตับ ปอด สมอง

มะเร็งเต้านม เต้านม มะเร็ง โรคในผู้หญิง หน้าอก

การรักษามะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านมมี 5 แบบดังนี้

  1. การผ่าตัด
  2. รังสีรักษา
  3. เคมีบำบัด
  4. ฮอร์โมนบำบัด
  5. ภูมิต้านทานบำบัด

ข้อมูลจาก หนังสือต้านมะเร็งเต้านม สำนักพิมพ์อมรินทร์สุขภาพ


บทความน่าสนใจอื่นๆ

เหตุผลต้องรู้ ก่อนตรวจหายีน มะเร็งเต้านม

สูตร ป้องกันมะเร็งเต้านม ฉบับใช้ได้ตลอดชีวิต