โรค ไตวายเรื้อรัง คืออะไร

โรค ไตวายเรื้อรัง เป็นภาวะที่ไตถูกทำลายจนเกิดอาการผิดปกติต่างๆ นานกว่า 3 เดือน ซึ่งทราบได้จากการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ หรือตรวจชิ้นเนื้อไต

ความน่ากลัวของโรค ไตวายเรื้อรัง คือ จะไม่แสดงอาการในระยะแรก กว่าจะรู้ตัว ไตก็ทำงานน้อยลงไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ถึงอย่างนั้น เราก็มีเทคนิคเช็กอาการผิดปกติในเบื้องต้น เพื่อให้คุณผู้อ่านไหวตัวได้ทัน ก่อนจะเป็นโรคไตวายเรื้อรัง เทคนิคเหล่านั้นคืออะไร ติดตามได้นับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป

ไตวาย ไตวายเรื้อรัง ไต โรคไต

ไตมีสองข้าง แถมพังได้พร้อมกัน

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงธัญญารัตน์ ธีรพรเลิศรัฐ ประธานฝ่ายการแพทย์และวิชาการ โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ อธิบายหน้าที่ของไตสรุปไว้ดังนี้

คนเรามีไตสองข้างอยู่บริเวณด้านหลังช่องท้องระดับเอว ไตประกอบด้วยหน่วยกรองข้างละประมาณ 1 ล้านหน่วย โดยทำหน้าที่กำจัดของเสียที่เกิดจากการเผาผลาญอาหาร และขับน้ำส่วนเกินออกจากเลือดผ่านทางปัสสาวะ และดูดกลับสารที่มีประโยชน์เข้าสู่กระแสเลือด

นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสมดุลของระดับเกลือแร่ ความเป็นกรด – ด่าง และช่วยสร้างสารที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น สารอีริโทรโพอีติน (Erythropoietin) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง สารเรนิน (Renin) ช่วยควบคุมสมดุลน้ำและความดันโลหิตในร่างกาย เป็นต้น

ส่วนใหญ่ไตจะเกิดความผิดปกติพร้อมๆ กันทั้งสองข้าง ซึ่งอาการต่างๆ ที่แสดงออกมานั้น มักเกี่ยวข้องกับหน้าที่ที่ไตดูแลอยู่

เช็กอาการผิดปกติก่อนป่วย

ก่อนที่จะกลายเป็นโรคไตวายเรื้อรัง คุณหมอธัญญารัตน์แนะนำเทคนิคเช็กอาการผิดปกติเบื้องต้นดังนี้

“วิธีเช็กอาการผิดปกติของไตก่อนจะป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังที่ดีที่สุดคือ การตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันโลหิต ตรวจการทำงานของไต ได้แก่ ตรวจค่าบียูเอ็น (BUN: Blood Urea Nitrogen) และค่าครีเอตินีน (Creatinine) ซึ่งเมื่อค่าอัตราการกรองของไต (Glomerular Filtration Rate) ลดลง จะ

ทำให้ค่าบียูเอ็นและค่าครีเอตินีนสูงขึ้น แต่ระหว่างปีก็ต้องสังเกตความผิดปกติของตัวเองอยู่เสมอ หากพบต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที”

อาการผิดปกติที่ส่อว่าไตกำลังทำงานผิดปกตินั้นมีอะไรบ้าง คุณหมอธัญญารัตน์อธิบายสรุปดังนี้

ภาวะบวม

มักเกิดขึ้นในตอนเช้า โดยจะเริ่มบวมที่เปลือกตาก่อนแล้วบวมทั่วตัว ไม่ใช่บวมเฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่ง และมีความรุนแรงต่างกัน บางคนบวมเล็กน้อย แต่บางคนบวมมากจนสังเกตเห็นได้ชัด

ภาวะบวมนี้เกิดจากไตไม่สามารถดูดกลับโปรตีนเข้าสู่กระแสเลือดได้ โปรตีนจึงรั่วออกมากับปัสสาวะและเกิดอาการบวมตามมา

ปวดหลัง

มีอาการปวดหลังบริเวณบั้นเอวข้างใดข้างหนึ่งไม่ใช่ปวดกลางหลังหรือทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นอาการปวดจากกล้ามเนื้ออักเสบ จะปวดต่อเนื่องตลอดวัน และมีอาการไข้ หนาวสั่น หรือปัสสาวะผิดปกติร่วมด้วย

ไตวาย ไตวายเรื้อรัง ไต โรคไต ปวดหลัง

ปัสสาวะผิดปกติ

ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม สีแดง สีน้ำล้างเนื้อหรือสีชาแก่ๆ

ปัสสาวะเป็นฟองมาก เพราะมีโปรตีนรั่วออกมามาก ทำให้ปัสสาวะมีฟองขาวเหมือนฟองสบู่

ปัสสาวะขุ่น เกิดจากมีเม็ดเลือดแดงปน หรือปัสสาวะเป็นเลือด ร่วมกับมีเม็ดเลือดขาวซึ่งเกิดจาก

การอักเสบและมีเชื้อแบคทีเรีย หรืออาจเกิดจากสิ่งที่ร่างกายขับออกจากไต แต่ละลายได้ไม่ดี เช่น พวก

ผลึกคริสตัลต่างๆ ปริมาณปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะเลย

ผิวซีด อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

สังเกตว่า ผิวซีด ตัวเหลือง อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหาร เกิดจากภาวะโลหิตจาง เนื่องจากไตทำงาน

ผิดปกติจนไม่สามารถสร้างสารอีริโทรโพอีติน ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดงได้ จึงเกิดภาวะโลหิตจางจนมีอาการดังกล่าวตามมา

ความดันโลหิตสูง

มีความดันโลหิตสูงผิดปกติ เนื่องจากไตต้องสร้างสารเรนินซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความดันโลหิตและ

รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ดังนั้น เมื่อไตทำงานผิดปกติจนไม่สามารถสร้างสารเรนินได้ จึงเกิด

ภาวะความดันโลหิตสูง

ผื่นขึ้นที่ฝ่ามือ ใบหน้า ผมร่วง

มีผื่นขึ้นบนใบหน้า ฝ่ามือ และฝ่าเท้า ผมร่วง และมีอาการปวดข้อร่วมด้วย ซึ่งเป็นอาการของโรค

เอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง โดยโรคนี้จะทำให้ไตทำงานผิดปกติด้วย

หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอจะเป็นกุญแจดอกสำคัญในการป้องกันโรคไตวายเรื้อรังค่ะ

ข้อมูลจาก คอลัมน์ Healthy Lifestyle นิตยสารชีวจิต ฉบับ 376

บทความน่าสนใจอื่นๆ

สัญญาณอันตราย เสี่ยงโรค หัวใจ