เมลิออยโดสิส หรือโรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) เป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน มีน้ำขัง โคลน พื้นเเฉะ หากมีบาดแผลอาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อชนิดนี้ได้ มีความรุนแรงอาจให้เสียชีวิตได้ หากติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด

ชีวจิต ชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ โรคเมลิออยโดสิส กันดีกว่าค่ะ ว่ามีความน่ากลัว เเละข้อควรระมัดระวังอย่างไรบ้าง

โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) คืออะไร ทำไมถึงอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

ข้อมูลจาก นายแพทย์ประวัฒน์ จันทฤทธิ์ สาขาวิชาอายุรศาสตร์ทั่วไป ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า โรคเมลิออยโดสิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อ Burkholderia pseudomal lei (B. pseudomallei) ก่อให้เกิดอาการหลายลักษณะ ได้แก่ ติดเชื้อที่ผิวหนัง ติดเชื้อในปอด ติดเชื้อในกระแสเลือด และติดเชื้อในอวัยวะภายใน (ตับ ไตสมอง กระดูก)

3 ช่องทาง การติดเชื้อเมลิออยโดสิส

  1. การติดเชื้อผ่านทางผิวหนัง ส่งผลให้เกิดอาการแผลเรื้อรัง เกิดฝีหรือหนองตามผิวหนัง และอาจมีตุ่มขึ้น เป็นแหล่งของเชื้อแบคทีเรีย
  2. รับเชื้อผ่านทางน้ำลาย เช่น การกินจะทำให้ติดเชื้อที่ต่อมน้ำลาย มีลักษณะบวมขึ้นมาเป็นฝีหรือหนอง หรืออาจบวมบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอ มีอาการกดเจ็บได้
  3. ติดเชื้อในปอด จะทำให้มีอาการไข้ขึ้น และอาการทางเดินหายใจ ไอ มีเสมหะ ตรวจเสมหะ อาจพบเชื้อได้ และหากเอ็กซเรย์ที่ปอดอาจพบก้อนหนอง บางครั้งแพทย์สับสนระหว่างวัณโรค
  4. ติดเชื้อในกระแสเลือด เชื้อสามารถเข้าทางผิวหนังหรือปอด เช่น กรณีที่มีบาดแผล เชื้ออาจเข้าทางบาดแผลและติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ทำให้มีอาการไข้ ความดันโลหิตต่ำ ช็อค เป็นฝีในตับหรือในม้าม สามารถเสียชีวิตได้ภายใน 2-3 วัน หากได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง นอกจากการติดเชื้อตามที่กล่าวมา ยังมีการติดเชื้อชนิดเรื้อรังอีกหนึ่งประเภทในโรคเมลิออยโดสิส

ความน่ากลัวของโรคเมลิออยโดสิส

อันตรายของโรคเมลิออยโดสิส ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว คนทั่วไปต้องมีความระมัดระวัง เพราะอาจต้องเสี่ยงกับเชื้อโรค โดยเฉพาะคนที่ชอบลุยน้ำ ลุยโคลน

หากมีอาการ ไปพบแพทย์ช้าเกินไปอาจทำให้รักษาไม่ทันเวลา ส่งผลให้เกิดการเสียชีวิตตามมา เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด การเกิดภาวะไตวาย หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ทำให้อวัยวะอื่นทำงานบกพร่องไป การได้รับยาไม่ถูกชนิดเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคได้เช่นกัน

ตัวเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ได้แก่ ผ่านทางผิวหนัง เช่น หากมีบาดแผลและเดินบนดินหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ผ่านทางลมหายใจ กรณีที่มีการฟุ้งของฝุ่นหรือดินที่มีเชื้ออยู่และสูดดมเข้าไป ก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ปอด จะส่งผลให้เกิดอาการปอดอักเสบ

Melioidosis infection

กลุ่มเสี่ยง ต้องระวังโรคเมลิออยโดสิส

  1. คนที่ดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคเมลิออยโดสิส หากสัมผัสไปโดนสารคัดหลั่งก็มีโอกาสติดเชื้อได้ รวมถึงผู้ที่ดูแลวัวหรือควายซึ่งเป็นสัตว์ที่สามารถป่วยเป็นโรคเมลิออโดสิสได้ มีความเสี่ยงเช่นกัน

2. สำหรับเชื้อที่อยู่ในซากสัตว์ที่ตายไปแล้วและถูกฝัง เชื้อจะคงอยู่ในดินบริเวณนั้นและอยู่ตลอดไป หากมีการสัมผัสที่ดินบริเวณนั้นก็มีโอกาสได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

3. กลุ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคโลหิตจางหรือทาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอชไอวี รวมถึง คนไข้โรคมะเร็งบริเวณต่าง ๆ และกลุ่มเกษตรกรที่ต้องสัมผัสกับดินและน้ำด้วยเท้าเปล่า ต้องระมัดระวังให้มากเพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

ป้องกันโรคเมลิออยโดสิส ห้ามเดินเท้าเปล่า

สำหรับคำแนะนำที่ดี คือพยามสวมใส่รองเท้าบูทหากเป็นไปได้ หรือถ้าหากหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนดินและน้ำไม่ได้ พยายามอย่าปล่อยให้เท้ามีบาดแผล และควรทำความสะอาดให้ดีหลังเดินบนดินและน้ำ

ที่สำคัญหากมีไข้ควรรีบพบแพทย์แต่แรกอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เพื่อการรักษาที่ทันเวลา ป้องกันอาการรุนแรงที่เป็นอันตราย

อย่างไรก็ตามโรคเมลิออยโดสิส สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากมีการวินิจฉัยถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก รักษาโดยการให้ยาปฏิชีวนะใน 2 สัปดาห์แรกด้วยวิธีฉีด หลังจากนั้นแพทย์จะให้ยาชนิดกินต่อไปเป็นเวลา 5 เดือน หากมีภาวะแทรกซ้อนอาจให้ยาเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม

ที่มา: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านเพิ่มเติม