จากกรณีข่าวการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนหญิงอายุ 11 ปี ที่ระบุว่าไปโรงเรียนแล้วทางโรงเรียนมีการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก โดยที่ไม่ได้ดูว่าเด็กคนนั้นมีไข้อยู่ ส่งผลให้น้องมีอาการแน่นหน้าอก อาเจียน และเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งตอนนี้กำลังรอผลว่าน้องเสียชีวิตจากสาเหตุใด ใช่เกิดจากวัคซีนจริงหรือไม่

ก่อนอื่นเราควรมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ วัคซีนมะเร็งปากมดลูกกันก่อนว่าคืออะไร ฉีดวัคซีนนี้แล้วมีผลข้างเคียงอย่างไร รวมถึงข้อควรรู้ก่อนฉีดวัคซีนนั้นมีอะไรบ้าง

ทำไมต้องฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 

ไวรัส HPV ( human papillomavirus ) เป็นไวรัสที่สามารถส่งผ่านจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง โดยการสัมผัสโดยตรงทางผิวหนังระหว่างมีเพศสัมพันธุ์  คนที่มีเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้รับไวรัส HPV ในช่วงเวลาหนึ่งในชีวิต แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่เคยรู้มาก่อนก็ตาม 

การติดเชื้อ HPV มักเกิดกับคนในวัยรุ่นตอนปลาย และช่วงอายุ 20 ต้นๆ เชื้อไวรัส  HPV มีประมาณ 40 ชนิดที่สามารถติดบริเวณอวัยวะเพศของชายและหญิงได้ อย่างไรก็ตาม HPV ส่วนใหญ่ไม่มีอาการและสามารถหายเองได้

แต่บางชนิดอาจทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงและมะเร็งอื่น ๆ ได้ เช่น มะเร็งทวารหนัก อวัยวะเพศชาย ช่องคลอด และปากมดลูก 

ไวรัส HPV ประเภทอื่น ๆ อาจทำให้เกิดหูดในบริเวณอวัยวะเพศของชายและหญิงที่เรียกว่า หูดที่อวัยวะเพศ หูดที่อวัยวะเพศไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่อาจทำให้เกิดความเครียดทางอารมณ์และการรักษาอาจทำให้ไม่สบายใจ 

โดยในทุกๆปีมีผู้หญิงประมาณ 12,000 คนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกและผู้หญิง 4,000 คนเสียชีวิตจากโรคนี้

ใครบ้างที่ควรได้รับการฉีดวัคซีน HPV

คนที่เหมาะสำหรับฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก คือ เด็กผู้หญิงอายุ 11 และ 12 ปี นอกจากนี้ยังแนะนำสำหรับเด็กหญิงและผู้หญิง อายุ 13 ถึง 26 ปีที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือได้รับวัคซีนครบชุด 

วัคซีน HPV สามารถให้กับเด็กผู้หญิงที่อายุ 9 ปีได้ ข้อมูลจาก CDC แนะนำให้ฉีดในเด็กที่มีอายุ 11 ถึง 12 ปีได้รับวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งที่เกิดจาก HPV 

ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ในเด็ก

ผู้หญิงที่เคยเพศสัมพันธ์แล้ว สามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่

ผู้หญิงควรได้รับการฉีดวัคซีนก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ และก่อนสัมผัสกับเชื้อ HPV ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์อาจได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีน แต่อาจได้รับประโยชน์น้อยกว่า เนื่องจากอาจได้รับเชื้อ HPV อยู้แล้วอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ระบุอยู่ในวัคซีน

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์มีเพียงไม่กี่คนที่ติดเชื้อ HPV ทุกชนิดที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ดังนั้น ผู้หญิงยังจำเป็นต้องได้รับการป้องกันโดยการฉีดวัคซีน

สตรีมีครรภ์ สามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่?

ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนในสตรีมีครรภ์ มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่า วัคซีน HPV ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับทารกที่เกิดจากสตรีที่ได้รับวัคซีน ในขณะตั้งครรภ์ แต่ยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรได้รับวัคซีน HPV ในปริมาณใด ๆ จนกว่าการตั้งครรภ์จะเสร็จสิ้น

เด็กและผู้ญิง ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ก่อนรับวัคซีนหรือไม่?

เด็กและผู้หญิงไม่จำเป็นต้องได้รับการตรวจ HPV หรือ Pap test เพื่อดูว่าควรได้รับวัคซีนหรือไม่ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ ผู้หญิงจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกต่อไป แม้ว่าจะได้รับวัคซีน HPV ที่แนะนำทั้งหมดแล้วก็ตาม เนื่องจากวัคซีนไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ทุกชนิด

วัคซีน HPV มีประสิทธิภาพเพียงใด?

วัคซีน HPV เป็นวัคซีนที่จำเพาะต่อชนิดของ HPV ที่มักก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก และอาจทำให้เกิดมะเร็งในช่องคลอด ทวารหนัก และ ในหลอดอาหารได้ นอกจากนี้วัคซีนยังป้องกัน HPV ชนิดที่ทำให้เกิดหูดที่อวัยวะเพศส่วนใหญ่ด้วย 

วัคซีนมีประสิทธิภาพน้อยกว่าในการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในหญิงสาวที่เคยสัมผัสกับ HPV ชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด นั่นเป็นเพราะวัคซีนป้องกัน HPV ก่อนที่บุคคลจะสัมผัสกับมัน วัคซีน HPV ไม่สามารถรักษาการติดเชื้อ HPV หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้

วัคซีนป้องกันได้นานแค่ไหน?

การวิจัยชี้ให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนนั้นสามารถป้องกันได้นาน จากข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันได้ติดตามบุคคลที่ได้รับวัคซีนเป็นเวลาสิบปี และแสดงให้เห็นว่าไม่มีหลักฐานว่าการป้องกันที่อ่อนแอลงเมื่อเวลาผ่านไป

วัคซีนไม่ป้องกันโรคอะไร?

วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ดังนั้น สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ควรมีการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย

สัญลักษณ์มะเร็งปากมดลูก

วัคซีน HPV ปลอดภัยแค่ไหน?

วัคซีน HPV ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)  CDC ได้รับรองวัคซีนนี้ว่าปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ 

ผลข้างเคียงที่รายงานในการศึกษาเหล่านี้ไม่รุนแรงรวมถึงความเจ็บปวดที่ได้รับการฉีด เช่นอาจมี ไข้ เวียนศีรษะ และคลื่นไส้ ความปลอดภัยของวัคซีนยังคงได้รับการตรวจสอบความปลอดภัย

การเป็นลมอาจเกิดขึ้นได้หลังจากขั้นตอนทางการแพทย์ใด ๆ ก็ตามหลังจากการฉีดวัคซีน HPV การเป็นลมหลังการฉีดวัคซีนพบได้บ่อยในวัยรุ่น เนื่องจากการเป็นลมอาจทำให้เกิดการหกล้มและได้รับบาดเจ็บวัยรุ่นและผู้ใหญ่ ควรนั่งหรือนอนราบระหว่างการฉีดวัคซีน HPV เพราะการนั่งหรือนอนราบประมาณ 15 นาทีหลังการฉีดวัคซีนสามารถช่วยป้องกันการเป็นลมและการบาดเจ็บได้

คำแนะนำการฉีดวัคซีน HPV สำหรับผู้หญิงอายุ 26 ปีขึ้นไป

ปัจจุบันไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน HPV สำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 26 ปี เพราะมีการทดลองทางคลินิกแสดงให้เห็นว่า โดยรวมแล้วการฉีดวัคซีน HPV ช่วยให้ผู้หญิงสามารถป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ได้อย่าง จำกัด หรือไม่มีเลย สำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 26 ปี ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก คือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตามคำแนะนำของเเพทย์

เด็กผู้ชาย สามารถฉีดวัคซีน HPV ได้หรือไม่

การฉีดวัคซีน HPV ได้รับอนุญาตให้ใช้ในทั้งเด็กผู้ชายและผู้ชาย พบว่ามีปลอดภัยและได้ผลกับผู้ชาย 9 -26 ปี แนะนำให้ฉีดวัคซีนเป็นประจำสำหรับเด็กชายอายุ 11 หรือ 12 ปี โดยใช้ปริมาณหลายครั้ง สามารถเริ่มฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี 

แนะนำให้ฉีดวัคซีนสำหรับผู้ชายอายุ 13 ถึง 21 ปีที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน หรือยังไม่ได้รับปริมาณที่แนะนำทั้งหมด วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อให้ในช่วงอายุน้อย ผู้ชายอายุ 22 ถึง 26 ปี อาจได้รับการฉีดวัคซีน 

อย่าไรก็ตาม ถึงแม้เราจะได้รับวัคซีนนี้แล้ว แต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากวัคซีนสามารถในการป้องกันการติดเชื้อ HPV เฉพาะสายพันธุ์ที่ระบุในวัคซีนนั้นๆ เท่านั้น ไม่สามารถป้องการติดเชื้อจากสายพันธุ์ที่นอกเหนือจากที่อยู่ในวัคซีนได้

ที่มา CDC

อ่านเพิ่มเติม

ลุ้น! วัคซีนโควิด มาสิ้นปีนี้หรือกลางปีหน้า

สมุนไพรรักษามะเร็ง ได้หรือไม่

อายุเยอะก็ควรไปตรวจหาความเสี่ยงโรค มะเร็งปากมดลูก

คุณผู้หญิงต้องรู้จักและเข้าใจ ไวรัสเอชพีวี เพื่อป้องกัน มะเร็งปากมดลูก