ช่วงหลังมานี้เปิดไปเจอเรื่องราวบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเฟสบุ๊คมักจะมีเพื่อนๆ แชร์เกี่ยวกับเรื่องราวการโดนล้อ การโดนคุกคามด้วยคำพูด ซึ่งคนเรามักจะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการบูลลี่ เวลาโดนล้อก็มักจะพูดแค่ว่าอย่ามาบูลลี่นะ ก็จบ แล้วคนที่พูดล้อเลียนก็ยังคงทำต่อไป สิ่งเหล่านี้รู้หรือไม่ว่าจะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ๆ ได้เลย นั่นเพราะเพียงคำพูดก็ถือเป็นการ “คุกคามทางเพศ” ได้แล้ว….

“คุกคามทางเพศ” คำนี้อาจฟังดูรุนแรงและน่ากลัวนะคะ เหมือนเป็นเรื่องราวใหญ่โต ซึ่งก็จริงค่ะ อย่าคิดแค่ว่าโดนล้อแค่นี้เอง พูดเล่นน่ะอย่าคิดมาก ก็เพราะคำแบบนี้นั่นล่ะค่ะถึงทำให้เกิดเรื่องราวมากมายตามมา แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าการคุกคามทางเพศเป็นพฤติกรรมที่ผู้ถูกกระทำหรือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา และไม่ต้องการในรูปแบบวาจา กิริยา ท่าทาง การจับต้องร่างกาย และสิ่งแวดล้อม

ยกตัวอย่างจากข่าวคราวการโดนคุกคามของไอดอลสาว “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” หรือลิซ่า BLACKPINK ซึ่งเจ้าตัวได้ไปพักผ่อนโดยได้ถ่ายรูปที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ต่อมาทางร้านดังกล่าวได้นำรูปของลิซ่าไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก พร้อมข้อความว่า “โซฟา inbox มาขอซื้อต่อ 100,000฿ แล้วนะครับ แต่ราคายังไม่เป็นที่โดนใจ” ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีเพื่อนๆ ของเจ้าของร้านเข้ามาคอมเมนต์แซวแรงซึ่งเข้าข่ายคุกคามทางเพศ นั่นเพราะลิซ่าเธอไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่มีคนเอาไปโพส

แต่สังเกตกันมั้ยคะว่าบ่อยครั้งที่คนในสังคมมักมองว่าเรื่องปัญหาการคุกคามทางเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องเล็กน้อย ผู้กระทำบางคนอาจทำไปแบบไม่รู้ตัวหรือผู้ถูกกระทำกลับรู้สึกกลัวที่จะบอก และไม่รู้วิธีการป้องกันตัวเองอย่างถูกวิธี อาจเป็นเพราะไม่รู้ต้องทำอย่างไรหรือไม่รู้วาแบบไหนถึงเรียกว่าความรุนแรงทางเพศ

วันนี้เราจึงอยากเอาเรื่องนี้มานำเสนอ เพื่อทำความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ SEXUAL HARASSMENT หรือการคุกคามทางเพศมาให้ทุกคนได้อ่านกัน 

ก่อนอื่นมารู้จักกับความหมายของ SEXUAL HARASSMENT กันก่อน คำนี้หมายถึงการคุกคามหรือการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ปัจจุบันการล่วงละเมิดนี้ไม่ใช่แค่ทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคุกคามทางคำพูด ทางสายตา หรือแม้กระทั่งการพิมพ์บนโลกอินเทอร์เน็ต แบบนี้ก็ถือเป็นการคุกคามทางเพศได้เหมือนกัน ดังนั้นความหมายของการคุกคามทางเพศ(SEXUAL HARASSMENT) จึงถือได้ว่ากว้างมากๆ แต่ก็ยังมีนัยยะสำคัญที่เหมือนกันก็คือผู้ที่ถูกกระทำหรือถูกคุกคามไม่ได้มีความเต็มใจเกี่ยวกับพฤติกรรมนั้นๆ

แล้วรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมแบบไหนถึงจะถูกเรียกว่าเป็นการคุกคามทางเพศ เราลองไปดูกันค่ะ

การสัมผัสร่างกายผู้อื่นโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม

การสัมผัสร่างกายผู้อื่นโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศที่เห็นชัดที่สุด การสัมผัสร่างกายเช่น การจับ การลูบคลำอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกาย การโอบไหล่ โอบเอว หรือแม้แต่การจับเส้นผมหรือตีเบาๆ บริเวณร่างกายของผู้อื่นก็ถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศเช่นกัน ซึ่งปกติการคุกคามทางเพศลักษณะนี้มักเกิดจากการกลั่นแกล้ง หยอกล้อ ลวนลาม ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการคุกคามทางเพศที่มากขึ้นไปอีก 

การพิมพ์ข้อความแทะโลมบนโลกออนไลน์

การพิมพ์ข้อความแทะโลมหรือส่งข้อความบนอินเทอร์เน็ตเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศอีกรูปแบบหนึ่ง แต่มาในรูปแบบของตัวอักษรที๋แสดงความเป็นเจ้าของ ล้อเลียน หรือวิจารณ์อวัยวะหรือรูปร่างหน้าตาบนโลกอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้นแล้วยังรวมไปถึงการส่งรูปภาพร่างกายหรืออวัยวะเพศให้แก่ผู้อื่น หรือเชิญชวนให้คนอื่นส่งรูปภาพร่างกายหรืออวัยวะเพศกลับมาให้เช่นกัน ซึ่งการพิมพ์บนโลกอินเทอร์เน็ตลักษณะนี้ถือได้ว่าเป็นการคุกคามทางบเพศที่กำลังมาแรง มีคนทำกันเยอะมาก และมีคนตกเป็นเหยื่อเยอะมากขึ้น

มุขตลกที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ

มุขตลกที่พูดเรื่องของเพศคือมุขที่เกิดจากการพูดเรื่องล้อเลียนเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศต่าๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดเปรียบเปรยให้เห็นภาพ การเล่นคำ หรือการพูดถึงบุคคลที่สามก็ใช่เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศเช่นกัน ซึ่งโดยปกติการคุกคามทางเพศด้วยมุขตลกเรื่องเพศแบบนี้ถือว่าไม่รุนแรงแต่ก็ไม่ควรทำเพราะจะทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจ หรือเกิดความอับอายนั่นเอง 

เปิดอวัยวะให้ผู้อื่นดู

การเปิดเผยอวัยวะที่ไม่ควรให้ผู้อื่นดูอย่างเจตนา ไม่ว่าจะเพื่อการยั่วยวนหรือทำให้ผู้อื่นรู้สึกอับอายก็ถือได้ว่าเป็การคุกคามทางเพศได้เช่นกัน โดยปกติแล้วผู้ที่มีพฤติกรรมชอบเปิดอวัยวะให้ผู้อื่นดูมักจะมีอาการผิดปกติทางจิต  

การคุกคามด้วยคำพูด

การคุกคามด้วยการใช้คำพูดก็คือการใช้วาจาแทะโลมคนอื่นในเชิงชู้สาว นอกจากนั้นการพูดวิจารณ์รูปร่างหรือร่างกายของคนอื่น เช่น พูดว่าอ้วน ขาเบียด ก้นใหญ่ หรือคำพูดต่างๆ ที่ทำให้คนฟังหรือคนที่ถูกพูดถึงรู้สึกอับอายยังถือได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศ ซึ่งส่วนมากการคุกคามลักษระนี้จะเกิดขึ้นในสถานศึกษาและที่ทำงาน

แกล้งผู้อื่นโดยการถอดเครื่องสวมใส่

การกลั่นแกล้วโดยการถอดเครื่องสวมใส่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการดึงกางเกง การถอดเสื้อ การปลดสายเสื้อชั้นใน หรือแม้กระทั่งการบังคับให้คนอื่นแต่งตัวในชุดที่สร้างความอับอาย ก็ถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศเช่นเดียวกัน

แล้วแบบนี้เราจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร?

เชื่อหรือไม่ว่าเราทุกคนมีโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศได้ทุกคน ไม่ว่าวัยไหนเพศใดก็อาจโดนคุกคามได้ และอย่ามองว่าการถูกคุกคามทางเพศเป็นเรื่องเล็กน้อย เป็นแค่เรื่องล้อเล่นกันขำๆ ดังนั้นหากเรากำลังตกเป็นเหยื่อก็ควรรู้วิธีการปกป้อง และป้องกันตัวเองให้เหมาะสมได้ เช่น

  • อย่าเพิ่กเฉยกับสิ่งที่เจอ เพราะการเฉยไม่ได้ช่วยอะไร บ่อยครั้งที่คนถูกล่วงละเมิดมักจะคิดว่าเฉยๆ ไว้ นิ่งๆ ไว้ เดี๋ยวก็หยุดไปเอง แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้ทำให้หยุด ดีไม่ดีอาจลุกลามมากขึ้นไปเพราะการเพิกเฉยนั่นเอง
  • ร้องเรียนกับผู้ที่มีอำนาจ เพราะหากคุณต้องตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศอย่าลังเลที่จะพูดถึงปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นกับเจ้านาย ครู ตำรวจ หรือองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเรื่องนี้ได้
  • เรียนรู้ที่จะพูดปฏิเสธเมื่อกำลังรู้สึกว่าตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางเพศ เช่น การขอร้องให้หยุดกระทำ หรือแสดงออกไปเลยว่าเราไม่พอใจ
  • อย่าเพิกเฉยต่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ บ่อยครั้งที่ผู้ที่โดนคุกคามทางเพศรู้สึกกลัว อับอาย ไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกใคร หากเราเจอสถานการณ์นั้นขออย่าได้นิ่งเฉย ให้ห้ามหรือขอร้องให้หยุดกระทำ เป็นต้น
  • อย่าเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ริเริ่มคุกคามผู้อื่น บ่อยครั้งที่พฤติกรรมคุกคามทางเพศเกิดขึ้นได้ เพราะการมีส่วนร่วม ดังนั้นแล้วเมื่อเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ก็อย่าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในหารร่วมมือเสียเอง
  • ควรเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งตัว หรือรูปร่างหน้าตา

รู้ไว้ใช่ว่า …..

อีกหนึ่งข้อควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2558 ความผิดเกี่ยวกับการคุกคาม แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 397 ระบุว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท  ถ้ากระทำในที่สาธารณสถาน หรือต่อหน้าธารกำนัล หรือส่อไปในทางล่วงละเมิดทางเพศ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

แต่ถ้ากระทำโดยอาศัยเหตุที่ผู้กระทำมีอำนาจเหนือผู้ถูกกระทำ อันเนื่องจากความสัมพันธ์ในฐานะผู้บังคับบัญชา นายจ้าง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในกรณีที่ ไม่มีเจตนาในทางเพศ เช่น ความแค้นส่วนตัว หรือต้องการให้อีกฝ่ายได้รับความอับอาย หรือทำไปด้วยอารมณ์สนุกคึกคะนอง ก็ยังถือว่าเป็นการคุกคามทางเพศได้เช่นกัน  เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าเป็นเรื่องขำ เพราะไม่มีใครเค้าขำด้วยนะคะ ทางที่ดีอย่าหาทำจะดีที่สุด!

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดฝักบัวรดหัว เส้นเลือดในสมองแตก จริงหรือ

12 ของต้องห้าม ห้ามเข้าไมโครเวฟ หายนะแน่

น้ำตาเทียม แก้ตาแห้ง เคืองตา หมดอายุใช้ต่อได้หรือไม่