เรื่องของหัวใจเป็นสิ่งที่ต้องหมั่นดูแล เพราะแต่ละวันคุณอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว ซึ่งโรคนี้เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนเสียชีวิต เป็นโรคที่ใกล้ตัวคนเรามากกว่าที่คิด เพราะถือได้ว่าเป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง ไม่แสดงอาการให้เห็นในระยะเริ่มแรก หรืออาจจะเป็นแค่เล็กๆ น้อยๆ บางอย่างก็ยากที่จะบอกว่าเรากำลังเผชิญกับโรคหัวใจอยู่

บางครั้งเราอาจรู้สึกเจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก เป็นอาการที่ไม่ใช่โรค คือ การเจ็บปวดด้านหน้าและด้านในของทรวงอก ไม่ใช่เจ็บปวดส่วนด้านหลังของทรวงอก อาการเจ็บหน้าอกเป็นอาการที่พบบ่อยอีกอาการหนึ่งพบประมาณ 1-2% ของอาการทั้งหมดที่ทำให้ผู้ป่วย และหากเกิดอาการเจ็บหรือแน่นที่หน้าอกบ่อยๆ ก็ควรต้องรีบไปพบแพทย์

หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจคิดตามว่าแล้วเราจะสังเกตตัวเอง หรือคนใกล้ตัวโดยเฉพาะผู้สูงอายุอย่างไรว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้ แล้วเราจะรับมือกับสัญญาณเตือนที่คาดไม่ถึงได้อย่างไร เรื่องนี้เรามีคำตอบให้คุณแล้วค่ะ

เจ็บหน้าอก

เราสัมผัสอาการเต้นของหัวใจมนุษย์ ตรงเหนือหน้าอกข้างซ้าย หากรู้สึกเจ็บตรงบริเวณหน้าอก โดยเฉพาะอาการเจ็บหน้าอกในขณะที่กำลังมีอารมณ์โมโหโกรธา แล้วเกิดอาการเจ็บหนึบๆ รู้สึกอึดอัดบริเวณกลางหน้าอก หรือหน้าอกด้านใดด้านหนึ่ง บางกรณีมีอาการร้าวไปตามแขน หรือบางครั้งมีอาการจุกแน่นบริเวณลำคอ ตลอดจนเจ็บบริเวณกรามเหมือนมีอาการเจ็บฟันละก็ เหล่านี้เป็นอาการบอกเหตุของโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งถ้าเป็นไม่มาก แค่พักสักหน่อย อาการก็คลายไป แต่ถ้าเป็นมาก อาจถึงขั้นหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้

หอบ หรือ เหนื่อยง่ายผิดปกติ

 อาการเหนื่อยหอบจากโรคหัวใจ และภาวะหัวใจล้มเหลวนั้น จะเหนื่อยหอบ หายใจเร็วขณะออกแรง หรือบางทีอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกเหนื่อยหอบ ถ้าเป็นหนักอาจถึงขนาดนอนราบกับพื้นไม่ได้ก็มี เพราะขืนนอนลงไปจะหอบและไอ คนที่เป็นโรคหัวใจจนเหนื่อยจึงมักต้องนอนศีรษะสูงหรือนั่งหลับไปเลย

แต่ถ้าเหนื่อยหอบ หมดแรง มือเท้าเย็น แต่อาการหายใจยังปกตินั้น ไม่ใช่โรคหัวใจ เพราะอาการดังกล่าวคนที่เป็นความดันโลหิต หรือต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ก็มีอาการเหนื่อยหอบเช่นกัน

ใจสั่น

คืออาการที่หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ เต้นไม่สม่ำเสมอ ควรจับสังเกตให้ดี ทั้งนี้อาจใช้วิธีวัดการเต้นของชีพจรก็ได้ว่า ใน 1 นาทีนั้น เรามีการเต้นของชีพจรสม่ำเสมอหรือเปล่า การที่หัวใจเต้นเร็วผิดจังหวะ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ เต้ๆ หยุดๆ อาการดังกล่าวอาจพบได้ในคนปกติ โรคหัวใจ และโรคอื่นๆ ที่มีผลต่อหัวใจ เช่น ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอด เมื่อไปพบแพทย์จะโดนซักประวัติอย่างละเอียดถึงลักษณะของอาการใจสั่น เพื่อให้แน่ใจว่าเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่ บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยใจสั่นโดยหัวใจเต้นปกติ

ขาบวม

อาการขาบวมเกิดจากการที่ร่างกายมีเกลือ(โซเดียม) และน้ำคั่งอยู่ในร่างกาย โดยอาจเกิดจากโรคไต(ขับเกลือไม่ได้) โรคหลอดเลือด เลือดดำอุดตัน(การไหลเวียนไม่สะดวก) ขาดอาหารโปรตีนในเลือดต่ำ โรคตับ แต่การบวมในผู้ป่วยโรคหัวใจเกิดจากการที่หัวใจด้านขวาทำงานลดลง เลือดจากขาไม่สามารถไหลเทเข้าหัวใจด้านขวาได้สะดวก จึงมีเลือดค้างอยู่ที่ขามากขึ้น

หรือกลุ่มที่เป็นโรคตับก็อาจมีอาการขาบวมได้เช่นกัน อาการขาบวมจึงเป็นอาการหนึ่งที่พึงสงสัยว่า อาจเป็นโรคหัวใจและควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้รักษาได้อย่างถูกต้องกับโรค

 เป็นลมหรือมีอาการวูบ

คนที่มีอาการผิดปกติของหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือที่บางคนเป็นมากอาจถึงขั้นหยุดเต้นชั่วขณะ หรือบางคนมีความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ ซึ่งทำให้วูบได้ ซึ่งความหมายของอาหารวูบทางการแพทย์คือ การหมดสติ หรือเกือบหมดสติ ชั่วขณะ โดยอาจรู้สึกหน้ามืด จะเป็นลม ตาลาย มองไม่เห็นภาพชัดเจน โดยอาการเป็นอยู่ชั่วขณะ ไม่รวมถึงอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุนโคลงเครง วูบวาบตามตัว หายใจไม่ออก อาการดังกล่าวอาจเกิดจากความผิดปกติของสมองเช่น ลมชัก เลือดออกในสมอง ความผิดปกติของหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดเต้นชั่วขณะ หรือความผิดปกติขอระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจ

นอกจากนี้อาการวูบยังพบในคนที่เป็นโรคอื่นก็มี เช่น กลุ่มที่ขาดน้ำ เสียเลือด ท้องเสีย หรือบางทีมีอาการเวียนศีรษะ จนรู้สึกว่าบ้านหมุนโคลงเคลง วูบวาบตามตัว หายใจไม่ออก ถ้าเป็นขนาดนี้อาจไม่ใช่เกิดจากโรคหัวใจ แต่มีความผิดปกติทางสมอง ก็อาจเป็นได้

สำหรับวิธีป้องกันโรคหัวใจนั้นแม้ว่าจะเป็นโรคอันตราย แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการเลือกทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดการทานคารืโบไฮเดรตแบบไม่ขัดสี เช่น แป้ง น้ำตาล ข้าวขาว เบเกอรี่ต่างๆ เน้นโปรตีนไขมันต่ำ ผักผลไม้ และธัญพืช รวมถึงการออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ และที่สำคัญคือการตรวจสุขภาพประจำปี เท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้แล้ว

อ่านจบแล้วก็ลองเช็คอาการของตนเอง และคนใกล้ตัวดูแล้วตรวจสุขภาพบ้างนะคะ

ข้อมูลประกอบจาก: สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดคัมภีร์สุขภาพ! ทำอย่างไรให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง

สูงวัยรู้ไหม ลดน้ำหนักอย่างไรไม่เกิดอันตราย?

สัญญาณสุขภาพในผู้สูงวัย หากปล่อยทิ้งไว้อันตรายแน่!

5/08/2020