เป็นเรื่องจริงที่มีคนกล่าวกันว่า เมื่อแก่ตัวลง ผู้ใหญ่จะกลับกลายเป็นเด็ก เพราะระบบการทำงานสมองที่เชื่องช้าลง นับว่าเป็นสาเหตุที่สำคัญ ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจและการใช้สติ ดังนั้น เมื่อรู้และเข้าใจอย่างนี้แล้ว จึงนับเป็นหน้าที่ของลูกหลานที่จะต้องใช้สติและปัญญาในการบริหารจัดการกับกระบวนการธรรมชาติของการเกิด แก่ และเจ็บ ให้ดีที่สุดเท่าที่จะพึงกระทำ มิเช่นนั้น ความเครียดจะเข้าครอบงำ แทนที่แค่เจ็บป่วยร่างกายด้วยโรคหวัดธรรมดาๆ ก็อาจจะบานปลายกลายเป็นการเจ็บป่วยทางใจได้

วันนี้เราอยากมาพูดกันถึงเรื่องของสิ่งที่ใครก็ต้องเจอเมื่อผู้สูงอายุที่เรารักกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ดังคำพังเพยโบราณว่าไว้ คนแก่ก็เหมือนเด็ก ซึ่งเป็นความจริง อย่างน้อยก็ในทางสรีรวิทยาของระบบประสาท คือเมื่อสูงอายุ หากไม่มีการฝึกฝนประคับบประคองที่ดี ระบบประสาทจะเสื่อมถอยลงช้าบ้างเร็วบ้างต่างกันไปในแต่ละคน เมื่อแก่ลงไป ถึงจุดหนึ่งก็มีลุ้นว่าจะช่วยเหลือตัวเองได้ไหม เหมือนเมื่อคุณเลี้ยงลูกอายุ 6 ขวบ แล้วลุ้นให้เขาทำอะไรเองด้วยตัวเองเป็น ช่วยเหลือตัวเองได้

นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์ หรือที่รู้จักกันในนาม “หมอสันต์” ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหัวใจ มีผลงานการเขียนตำราทางการแพทย์ไว้หลายเล่ม เคยเขียนบทความเอาไว้ว่า คนเราแก่ลงไป ถึงอีกจุดหนึ่ง ก็ต้องลุ้นว่าจะไม่ฉี่รดที่นอนได้หรือเปล่า เหมือนตอนลูกเราวัยสามขวบ เราลุ้นว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกฉี่รดที่นอน แก่ลงไปถึงอีกจุุดหนึ่ง ก็เหมือนย้อนเวลาไปเป็นเด็กเล็กกว่านั้น คือต้องลุ้นว่าจะพูดกับชาวบ้านรู้เรื่องหรือเปล่า เหมือนเมื่อเราลุ้นลูกตอนสอนสอนออกเสียงและสอนมารยาทสังคม

และแก่ลงไปถึงอีกจุดหนึ่ง อีกคราวนี้ลุ้นว่าจะเดินได้หรือเปล่า เหมือนคุณลุ้นลูกตอนตั้งไข่โน่นเชียว แก่ลงไป ถึงอีกจุดหนึ่ง ก็ต้องมาลุ้นว่าจะอ้าปากรับข้าวที่ป้อนได้หรือเปล่า เหมือนเราลุ้นลูกตอนอายุสามเดือนโน่นเชียว สุดท้ายแก่ลงไป พอถึงจุดสุดท้ายก็ต้องลุ้นว่าจะหายใจเองได้หรือเปล่า เหมือนเมื่อหมอทำคลอดเด็กออกมาต้องเอาฝ่ามือทุบฝ่าเท้าเด็กเพื่อลุ้นให้หายใจเองให้ได้

สิ่งที่แน่นอนและหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้สูงอายุทุกรายก็คือนับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านสรีรวิทยาและจิตใจ การเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมต่างๆ สัมพันธภาพในสังคม บุคคลใกล้ชิด ที่สำคัญมักจะเกิดปัญหาทางด้านจิตใจโดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับความสามารถของตนเอง เช่น การเคยเป็นที่พึ่ง เป็นผู้นำให้กับคนอื่น การเป็นที่ยอมรับและยกย่องจากคนข้างเคียงเพื่อนฝูงหรือสังคมการขาดที่พึ่ง เช่น ผู้ใกล้ชิด เพื่อนสนิทถึงแก่กรรม เป็นต้น นอกจากนี้ การที่สุขภาพไม่แข็งแรงพอที่จะปฏิบัติภารกิจต่างๆในชีวิตประจำวันได้ ขาดการติดต่อไปมาหาสู่กับผู้อื่น บุตรหลานก็เติบโตมีครอบครัวแยกย้ายกันไป ทำให้เกิดความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ ไม่สบายตามร่างกาย ปวดเมื่อย ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ปัญหาทางด้านสังคม ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดทางจิตใจได้มาก

พฤติกรรมการปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ในวัยสูงอายุที่พบได้บ่อย คือ การแสดงออกเป็นอาการทางกาย เพื่อนำมาซึ่งการดูแลเอาใจใส่จากผู้อื่น การถอยหนีไม่สู้กับปัญหา การโทษผู้อื่น  การปฏิเสธไม่รับรู้ความจริง และการท้อแท้เศร้าซึม ซึ่งอาจจะแสดงออกโดยเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ทางด้านสุขภาพตามมา ความคิดฆ่าตัวตายก็พบได้บ่อยพอควรในผู้สูงอายุ ความคิดระแวงเกิดขึ้นบ่อยในคนสูงอายุ อาจจะเป็นเพราะหลายสาเหตุร่วมกัน

เคยมีข้อมูลจากกรมการแพทย์ ออกมาแนะเตรียมความพร้อมเมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ โดยระบุถึงสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและจิตใจไม่ต่างกับช่วงวัยเด็กหรือช่วงวัยรุ่น เมื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

ดังนั้น จึงควรเตรีมความพร้อมดูแลร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ ได้แก่  1. ผู้สูงอายุจะมีภาวะผิวหนังขาดความยืดหยุ่น  2. ระบบหัวใจและไหลเวียนเลือดทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจลดลงจากการบีบตัวและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหัวใจลดลง           

  

3. การตอบสนองกำจัดสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินหายใจไม่ดี ทำให้ติดเชื้อและสำลักได้ 4. ระบบความคิดวิเคราะห์ช้าลง อาจเกิดความจำเสื่อมการได้ยินลง 5. เพศชายอาจขับถ่ายปัสสาวะได้ลำบาก เพศหญิงมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและ  โปรเจสเตอโรนลดลง และทรวงอกสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เกิดการหย่อนคล้อย  6. ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เกิดภาวะกล้ามเนื้อลีบจากการไม่ได้ใช้งาน ส่งผลให้ความแข็งแรงและการหดตัวของกล้ามเนื้อมีความเสื่อมถอย

7. ระบบทางเดินอาหาร มีโอกาสท้องผูกบ่อย กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยลดลง  8. ผู้สูงอายุจะถ่ายปัสสาวะบ่อย  เนื่องจากมีปริมาณปัสสาวะตกค้าง  ในกระเพาะปัสสาวะเพิ่มขึ้น  9. ร่างกายผู้สูงอายุสร้างฮอร์โมนชนิดต่างๆ ได้น้อยลง ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนได้ง่าย กระดูกหัก หรือยุบง่ายเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บที่ไม่รุนแรง  

อย่างไรก็ตามถ้าคำพูดที่ว่าคนเรายิ่งแก่ ยิ่งเหมือนเด็ก เป็นเรื่องจริงสิ่งที่ลูกหลานต้องคิดถึงคืออะไร เมื่อเราดูแลเด็กๆ บางที่ก็เจอความซุกซน ดื้อ และเอาแต่ใจแต่เรามักให้อภัยเด็กๆ ได้ง่ายๆ เพราะเราคิดว่า เด็กๆ ไม่รู้ตัวเราจึงพยายาม มองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และทำสิ่งที่เด็กๆมีความสุขได้ ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าเราคิดว่า ผู้สูงอายุใกล้ตัว เริ่มเหมือนเด็ก เราก็ต้องปฏิบัติต่อท่านเช่นเดียวกัน ต้องอ่อนโยนมากๆ  เข้าใจเห็นใจมากๆ เอาใจมากๆ อดทนต่อความเอาแต่ใจมากๆ และ แสดงความรักต่อท่านมากๆ เพราะนอกจากการเข้าใจ ความรู้สึกของท่าน ที่เหมือนกลับเป็นเด็กอีกครั้งแล้ว  เราต้องไม่ลืมเรื่อง ” ความกตัญญู” ที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างที่สุดค่ะ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จะวางแผนชีวิตตอนแก่ยังไงถ้าไม่มีลูก

ครอบครัวกับการดูแลและส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

สังคม สิ่งแวดล้อม สำคัญอย่างไรต่อผู้สูงอายุ?