ได้อ่านเรื่องราว “เมื่อ กระดูก ร้าว…ร้าวไปถึงชีวิต” ของหญิงสาวคนหนึ่งในเพจ Pantip เธอเขียนเล่าว่า เธอประสบอุบัติเหตุหกล้มขณะวิ่งไปขึ้นรถ ทำให้ข้อเท้าซ้ายบวมนูนขึ้นมาทันตาเห็นและไม่สามารถก้าวเดินได้ พอไปเอกซเรย์ ผลระบุว่า กระดูก หลังเท้าบริเวณนิ้วก้อยร้าว หมอจึงใส่เฝือกอ่อนให้ แต่เรื่องราวกลับไม่จบเพียงแค่นั้น…

อาการกระดูกร้าวที่เท้าทำให้เธอไม่สามารถเดินได้อย่างสะดวก จึงต้องลางานและย้ายไปขออาศัยอยู่กับเพื่อน “ตอนอาบน้ำก็ต้องเอาเท้าข้างที่เจ็บพาดไว้กับเก้าอี้ แล้วนั่งเก้าอี้อีกตัวอาบน้ำ ชีวิตทำไมต้องมาเป็นแบบนี้…บางครั้งถึงกับเครียด” เป็นความพิการชั่วข้ามคืนที่เธอตั้งรับไม่ทัน

หลายวันต่อมาเม่อื หมอนัดมาดูอาการอีกครั้ง และบอกว่าต้องใส่เฝือกต่อไปอีกเดือนหรือ 2 เดือนเพื่อให้กระดูกติดกันเธอก็ถึงกลับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ตัดสินใจโทร.หาแม่ทั้งน้ำตา เพราะนั่นหมายความว่า เธอต้องพักงานยาว และจำใจต้องพาร่างที่ปวดร้าวกลับไปรักษาตัวที่บ้านต่างจังหวัด

ประสบการณ์ที่เจ็บปวดเกี่ยวกับอาการกระดูกหักยังเคยผ่านเข้ามาในชีวิตของ หมอเสริฐ ขาวอรุณ วัย 83 ปี หมอพื้นบ้านด้านการต่อกระดูกแห่งตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เช่นเดียวกันและเหตุการณ์ครั้งนั้นก็เป็นแรงผลักดันให้ หมอเสริฐตัดสินใจร่ำเรียนการรักษาอาการทางกระดูกด้วยความพากเพียร

“มีญาติประสบอุบัติเหตุแขนหัก เจ็บปวดทรมานมากจึงพาไปหาหมอใกล้บ้าน แต่ตอนนั้นดึกแล้ว หมอไม่รับรักษารู้สึกผิดหวังมาก เห็นญาติทรมานไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยจำใจต้องรอไปอีกวันเพื่อพาไปหาพ่อเฒ่าแดงยาว หมอกระดูกที่มีความเชี่ยวชาญ”

จากเหตุการณ์วันนั้นทำให้เด็กหนุ่มวัย 17 ปีตัดสินใจมอบตัวเป็นศิษย์กับ พ่อเฒ่าแดงยาว ศรีกิ้ม เพื่อเรียนรู้จนปัจจุบันกลายมาเป็นหมอต่อกระดูกจนปัจจุบัน กลายมาเป็นหมอต่อกระดูกซึ่งเป็นที่พึ่งให้กับผู้เจ็บป่วย และสนับสนุนงานบริการสาธารณสุขของชุมชนมานานหลายสิบปี

กระดูก หมอกระดูก กระดูกหัก กระดูกร้าว รักษากระดูก

กระดูกหักหรือ Bone Fracture คือภาวะที่กระดูกได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนเกิดการหัก ก่อให้เกิดอาการปวดเสื่อมสมรรถภาพในการทำงาน รวมทั้งมีเลือดออกและได้รับบาดเจ็บบริเวณรอบกระดูกที่ได้รับแรงกระแทก

เรือนไม้พื้นบ้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนไม้ผลและพืชสมุนไพร คือสถานที่ที่หมอเสริฐใช้ทำการรักษาผู้บาดเจ็บและได้รับความเจ็บปวดจากอาการกระดูกหัก แตก ร้าวในแต่ละวันจะมีผู้ป่วยเดินทางมารับการรักษาไม่ต่ำกว่า 20 – 30 ราย

แนวทางการรักษาของหมอกระดูกแห่งบ้านนาขาจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างความเชื่อ ความศรัทธาและหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาประกอบด้วยดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู น้ำมันสมุนไพร ผ้าขาว เข็มกลัด และเฝือกไม้ไผ่

ขั้นตอนการรักษา เริ่มจากการบูชาครูด้วยดอกไม้พานธูปเทียน จากนั้นหมอเสริฐ จะทำการวิเคราะห์คนไข้แต่ละรายด้วยการดู และคลำตรงบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับซักประวัติของผู้ป่วย เพื่อหาสาเหตุและวิเคราะห์อาการกระดูกที่หักว่ารุนแรงมากน้อยเพียงใด

“ผมจะวิเคราะห์จาก 1. ดูอาการภายนอกของผู้เจ็บ 2. ดูการเคลื่อนไหวไปมาของผู้เจ็บ และ 3. การหายใจของผู้เจ็บ เป็นหมอพื้นบ้านต้องวินิจฉัยตรงนี้ให้ออกและถูกต้อง พร้อมกับคลำบริเวณที่มีการบาดเจ็บว่ากระดูกที่หักนั้นหักส่วนไหน หักอย่างไร…สิ่งที่ผมวินิจฉัยไปยังแม่นยำตรงกับเครื่องเอกซเรย์เลย”

กระดูกหักมีอาการอย่างไร

– ปวด รู้สึกปวดกระดูกหรือรอบๆ บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง

– บวม เกิดอาการบวมบริเวณกระดูกที่ได้รับบาดเจ็บ

– อวัยวะผิดรูป เช่น แขนหรือขาจะบิดงอในลักษณะที่ผิดปกติ

– เคลื่อนไหวลำบากหรือไม่ได้เลย

แต่ในบางครั้งหากผู้ที่มารักษามีอาการกระดูกหักอย่างรุนแรง เช่น กระดูกหักแล้วไปทิ่มอวัยวะสำคัญอย่างปอด เมื่อหมอเสริฐวิเคราะห์ดูแล้วก็จะรีบส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล เพราะต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน “กระดูกซี่โครงหักทิ่มกับปอด ผมวิเคราะห์แล้วก็ต้องเขียนหนังสือไปถึงโรงพยาบาลว่า นายคนนี้มีอาการกระดูกซี่โครงหักซี่ที่เท่าไหร่ เช่น กระดูกซี่โครงซี่ที่ 10 หัก…ผมก็เขียนรายละเอียดของอาการส่งต่อให้กับโรงพยาบาลพิจารณา เอกซเรย์แล้วให้ผ่าตัดโดยด่วน…หมอพื้นบ้านไม่มีอะไร มีแต่มีดทำครัว ผ่าตัดไม่ได้”หมอเสริฐกล่าว

หลายสิบปีที่ผ่านมาการรักษาอาการ กระดูกหมอนรองคอเคลื่อน กระดูกบั้นเอวเคลื่อน และ กระดูกซี่โครงหัก นับเป็นอาการที่มีความรุนแรงและพบได้บ่อย ซึ่งหมอเสริฐยอมรับว่า ต้องใช้ความรอบคอบในการรักษาเป็นอย่างมาก เพราะตระหนักดีว่า หากทำการรักษาผิดพลาดจะส่งผลต่อความพิการของร่างกายไปตลอดชีวิต

กระดูกหมอนรองคอเคลื่อน

ถ้าเป็นการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจะทำให้หมอนรองกระดูกบริเวณต้นคอมีการเคลื่อน หรือกดทับไขสันหลังหรือเส้นประสาท นอกจากนี้ ยังเป็นอาการที่พบได้บ่อยในกลุ่มคนวัยทำงาน ที่มีพฤติกรรมนั่งทำงานหรือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายชั่วโมงติดต่อกัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแปลบๆ เหมือนไฟช็อร์ตลงไปที่แขน มีอาการชา บางรายอาจอ่อนแรง ทำให้เสียความสามารถในการทำงาน

“กระดูกหมอนรองคอเคลื่อนมานิดเดียวจะมีอาการคอแข็ง เอี้ยวคอไม่ได้ ถ้าหากอาการรุนแรงจะชาลงไปที่ขา เพราะเส้นประสาทเป็นเส้นสายเดียวกัน” หมอเสริฐอธิบาย

วิธีการรักษากระดูกหมอนรองคอเคลื่อน

– วินิจฉัยอาการด้วยการจับและคลำเพื่อหาตำแหน่งของกระดูกคอที่เคลื่อน ซึ่งหมอเสริฐจะต้องพิสูจน์ให้รู้อย่างแน่ชัดเสียก่อนว่ากระดูกคอส่วนไหนที่เคลื่อน และเคลื่อนไปจากตำแหน่งเดิมเท่าไหร่

– ขบกระดูกให้เข้าที่ด้วยน้ำมันสมุนไพรและการบริกรรมคาถา

“จับคลำดูว่ากระดูกหมอนรองคอทั้ง 4 ชิ้นเรียงตรงกันไหมหรือเหลื่อมกันอยู่ ถ้าอันไหนเหลื่อมคือชิ้นที่เสีย เราต้องดัดให้เข้าที่เป็นแนวเดียวกัน ต้องค่อยๆ จัด ค่อยๆ แต่งให้เข้าที่เดิม ซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษา…แต่ไม่ต้องผ่าตัด”

น้ำมันสมุนไพรสำหรับขบกระดูก

เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการรักษาอาการทางกระดูกมีสรรพคุณบรรเทาอาการอักเสบ ประสานกระดูกให้ติดเร็วขึ้น ช่วยคลายเส้น และลดอาการบวมส่วนผสมสมุนไพรประกอบด้วย น้ำมันงา น้ำมันคูรำ (น้ำมันเลียงผา) ใบบัวบก พิมเสน

น้ำมันคูรำ มีสรรพคุณช่วยสมานและรักษากระดูก

น้ำมันงา อุดมด้วยสารเซซามีน สามารถซึมผ่านผิวหนังเพื่อเข้าไปช่วยฟื้นฟูกระดูกที่เสียหาย

ใบบัวบก เป็นยาเย็น แก้อาการช้ำใน ลดอาการอักเสบ

วิธีทำ

นำเครื่องยาทั้งหมดเคี่ยวจนกลายเป็นน้ำมัน

วิธีใช้

นำน้ำมันสมุนไพรที่เคี่ยว จนได้ที่ผสมกับน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นนำมาใช้ขบกระดูกบริเวณที่เคลื่อนให้เข้าที่

กระดูก หมอกระดูก กระดูกหัก กระดูกร้าว รักษากระดูก

การรักษาอาการกระดูกหัก

หมอเสริฐต้องพิจารณาดูก่อนว่าการแตกหักของกระดูกเกิดขึ้นบริเวณใดเป็นลำดับแรก และการแตกหักของกระดูกมีมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจึงเริ่มทำการรักษาด้วยการจัดกระดูกที่แตกหักให้ต่อกัน พร้อมกับทาน้ำมันสมุนไพรสูตรสำหรับรักษากระดูกหัก สำหรับผู้ป่วยบางรายอาจต้องเข้าเฝือก จากนั้นจึงนัดติดตามอาการจนกว่าจะหายเป็นปกติ

“ต้องดูก่อนว่ากระดูกแตกยาวเท่าไหร่ กี่มิล แตกหักลักษณะไหน เช่น การหักแบบปากฉลามหรือหักแบบกระดูกข้างเดียว เป็นการประเมินอาการ…แล้วจึงค่อยๆ ขัดดีดขึ้นมาให้กระดูกเสมอ…จากนั้นขบกระดูกให้เข้ารูป ขบเสร็จเอาน้ำมันทา พร้อมกับมีคาถากำกับ”

การรักษากระดูกซี่โครงหัก

กระดูกซี่โครงหักมักเกิดจากแรงกระแทกบริเวณซี่โครงโดยตรง ผู้บาดเจ็บจะมีอาการปวดขณะก้ม บิดตัว หรือหายใจแรงๆ

วิธีการรักษา

– ให้ผู้บาดเจ็บนอนตะแคง เอากระดูกซี่โครงด้านที่หักขึ้นด้านบน

– หมอเสริฐจะใช้มือค่อยๆ คลำดูลักษณะอาการกระดูกที่หักว่าเป็นอย่างไร โดยเริ่มคลำจุดแรก บริเวณกระดูกซี่โครงที่ติดกับกระดูกสันหลัง เพื่อดูว่ากระดูกเกยขึ้นมาจากกระดูกสันหลังหรือไม่ ถ้ากระดูกไม่เกย ก็คลำดูว่ากระดูกมีลักษณะขัดกันหรือไม่

“ถ้าหัก…หักแบบไหน หัก 2 ท่อนหรือหักลักษณะอย่างไร ต้องพิสูจน์ให้รู้ตรงนี้ด้วย

“ถ้าหักแล้วไปเกยกับกระดูกสันหลังต้องคลำดูว่ามันนูนไหม ถ้านูนต้องค่อยๆ กดให้เข้ารูปเดิม…จับให้เข้ารูปเดิม ให้เข้าตามรูปพระธรรม นามพระธรรมที่เขาให้มา”

– หลังจากขบกระดูกให้เข้ารูปเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว หมอเสริฐจะใช้น้ำมันสมุนไพรสำหรับต่อกระดูกหักทาให้กับผู้ป่วย พร้อมบริกรรมคาถา

น้ำมันสมุนไพรสำหรับต่อกระดูกหัก

ส่วนผสมสมุนไพรประกอบด้วย หญ้าขัดมอญ (หญ้าขัดใบยาว) ครั่งเป็น ครั่งติดเลี่ยมทอง หัวเอ็นแดง หลังกบแดง ส้มแขก น้ำมันมะพร้าว ผักแว่น พริกไทย 7 เม็ด กระเทียม 7 กลีบ

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดตำให้ละเอียด และเคี่ยวรวมกันให้เหลือ 2 ใน 3 จากนั้น กรองด้วยผ้าขาวบาง บรรจุขวดไว้ใช้

หมอเสริฐย้ำว่า น้ำมันสมุนไพรสำหรับต่อกระดูกที่หักนั้นจะขาด ต้นหญ้าขัดมอญ ไม่ได้เพราะต้นหญ้าขัดมอญมีสรรพคุณทำให้พังผืดที่หุ้มกระดูกเย็นและช่วยให้กระดูกติดไว

สมุนไพรหญ้าขัดมอญ มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น หญ้าขัดใบยาว ลำมะเท็ง ยุงกวาด หรือหญ้าขัดตัวเมีย เป็นต้น ปัจจุบันมีงานวิจัยยืนยันตามสรรพคุณที่คนโบราณใช้กันว่ามีฤทธิ์โดดเด่นด้านการรักษาข้อกระดูกขัด ข้ออักเสบ อาการปวดร้าวจากกระดูกทับเส้นประสาทได้ชะงัก

สำหรับการบริกรรมคาถาของหมอต่อกระดูกพื้นบ้านในระหว่างทำการรักษานั้นจะมีผลทางจิตวิทยา ช่วยสร้างความมั่นใจหรืออบอุ่นใจให้กับผู้ป่วยและญาติ ซึ่งหมอเสริฐจะมี คาถาพระโมคคัลลาน์ต่อกระดูกเสกประสาน “เถโร โมคคัลลาโน อันตะระธายิต์วา ภูมิสุขุมัง ปะระมาโน ภะคะวะโต อิทธิยา อัตตะโน สะรีเรมังสังโลหิตัง” ซึ่งเป็นคาถาใช้ประสานกระดูกและห้ามเลือด

ในผู้บาดเจ็บที่มารักษาอาการกระดูกหัก หลายรายจะพบว่ามีอาการช้ำในจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรงร่วมด้วย ดังนั้นจึงมี ตำรับยาสมุนไพรเพื่อบรรเทาอาการช้ำใน สำหรับรักษาควบคู่กันไปด้วย

ตำรับยาสมุนไพรบรรเทาอาการช้ำใน

ประกอบด้วยสมุนไพร ดังนี้ บัวบก ผักหนอก รังมดแดง เกลือแกง น้ำผึ้งรวง

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมาตำให้ละเอียดจนเข้ากัน นำไปคั้นน้ำดื่ม

สรรพคุณ

แก้อาการช้ำใน

กระดูก หมอกระดูก กระดูกหัก กระดูกร้าว รักษากระดูก

เฝือกไม้ไผ่ ภูมิปัญญาของหมอต่อกระดูก

การเข้าเฝือกไม้ไผ่เป็นภูมิปัญญาการรักษากระดูกหักที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ โดยหมอต่อกระดูก ต้องคัดสรรไม้ไผ่ที่มีคุณลักษณะเฉพาะตามหลักวิชาของหมอพื้นบ้าน เพื่อนำมาทำเฝือกนั่นคือเป็นไม้ไผ่ที่มีตาทุกปล้องและยอดลำไผ่ต้องไม่กุด “ไม้ไผ่ต้องตาไม่บอด ไม่อย่างนั้นกระดูกจะต่อไม่ติด” หมอเสริฐย้ำ

เมื่อคัดเลือกไม้ไผ่ได้ตรงตามคุณลักษณะที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว จะนำมาวัดและตัดเป็นชิ้นๆ ให้พอดีกับอวัยวะที่ต้องการจะใส่เฝือก จากนั้นจึงนำเฝือกไม้ไผ่ไปต้มเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวและเครื่องยาสมุนไพรจนไม้ไผ่มีสีน้ำตาลดำ ก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วย

การใส่เฝือกไม้ไผ่จึงเป็นการบังคับให้กระดูกส่วนที่หักไม่เคลื่อนไหวและอยู่ในตำแหน่งเดิม ช่วยทำให้กระบวนการสร้างกระดูกในร่างกายประสานและฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น เช่น

ผู้ป่วยกระดูกแขนหัก ก่อนอื่นจะขบกระดูกให้เข้าที่จากนั้นนำผ้าขาวชุบน้ำมันสมุนไพรสำหรับขบกระดูกพันให้รอบ

นำเฝือกไม้ไผ่ประกบให้เป็นแถวรอบแขนที่หักโดยให้บริเวณที่หักอยู่กึ่งกลางความยาวของไม้ และสามารถขยับได้ตามสภาพของการบาดเจ็บ

นำผ้าขาวชุบน้ำมันสมุนไพรพันซ้ำอีกหนึ่งรอบพร้อมกับประกบด้วยเฝือกไม้ไผ่ ทำในลักษณะนี้ทั้งหมด 3 รอบ

นำเชือกมารัดยึดเฝือกที่ส่วนบน กลาง และส่วนท้ายให้แน่น ป้องกันส่วนที่บาดเจ็บเคลื่อนไหว ใช้เวลา 7 – 10 วันก็สามารถถอดเฝือกออกได้

ความเป็นหมอพื้นบ้านที่มีวิสัยทัศน์ควบคู่กับคุณธรรมและความรู้จึงทำให้หมอเสริฐ ขาวอรุณ เป็นที่ยอมรับของวงการสาธารณสุขทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ความรู้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์พื้นบ้านด้านการต่อกระดูกของพ่อหมอวัย 80 กว่าปีจึงถูกนำมาศึกษาและต่อยอดผ่านงานวิจัยเรื่อง

“การศึกษาและพัฒนาศักยภาพหมอพื้นบ้านในการรักษาผู้ป่วยกระดูกหัก และพัฒนารูปแบบความร่วมมือการผสมผสานการรักษากระดูกหักระหว่างหมอพื้นบ้านกับสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ” โดยสำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ปี 2555 ทำให้หมอเสริฐ ขาวอรุณ ได้รับการยกย่องเป็นหมอไทยดีเด่นของจังหวัดชุมพร และเป็นหมอไทยดีเด่นระดับเขตสุขภาพที่ 11 ประจำปี 2559

“หมอหลวงเป็นวิทยาศาสตร์…หมอบ้านเป็นไสยศาสตร์ ต่างคนต่างก็ต้องช่วยเหลือกัน ไม่ได้ว่าของใครดีกว่ากัน” หมอเสริฐกล่าว

หลายทศวรรษที่ผ่านมาในห้องทดลองของมหาวิทยาลัยชั้นนำ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ได้นำตำราและพืชสมุนไพรในตำรับยาของหมอพื้นบ้าน ที่ช่วยกันสืบทอดไว้ไปศึกษาและวิเคราะห์กันอย่างกว้างขวาง สามารถสร้างทางเลือกและความมั่นคงให้กับระบบบริการสุขภาพตามแบบวิถีไทยให้คงอยู่ต่อไป

ข้อมูลจาก คอลัมน์จากธรรมชาติสู่ตำรับยา นิตยสารชีวจิต ฉบับ 488

บทความน่าสนใจอื่นๆ

เดินออกกำลังกาย ให้ไม่ป่วย