ปวดข้อมือ หรืออาการลมปลายปัตตาคาดข้อมือ  (Carpal Tunnel Syndrome) อาการปวดที่พบได้บ่อยได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนที่ใช้ข้อมือในการหยิบจับ ทำงานมากจนเกินไป ส่งผลให้เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ทำให้เกิดอาการ ปวด ชา และกำลังมืออ่อนเเรง

การแพทย์แผนไทยเชื่อว่า เกิดจากการอั้นของลม และระบบไหลเวียนเลือด การเดินทางของเลือดเเละลมถูกปิดกั้น ส่งผลให้มีอาการปวดข้อมือ

สาเหตุปวดข้อมือ ที่พบได้บ่อย เช่น

        1. การใช้มือทำงานซ้ำๆเป็นเวลานาน หรือการใช้งานที่เกินกำลังของข้อมือ ส่งผลให้องศาการเคลื่อนไหวของข้อมือผิดปกติ หรือมากกว่าองศาการเคลื่อนไหว เช่น การใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์บ่อยๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน การใช้มีดสับเขียง เเม่ค้าส้มตำ รวมไปถึงการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย

        2. อุบัติเหตุ การหกล้ม ทำให้ข้อมือช้ำ กระดูดหัก ข้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบได้

        3. โรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคเบาหวาน ต่อมไทรอยด์ เนื้องอกบริเวณข้อมือ รูมาตอยด์

อาการปวดข้อมือ

        เริ่มต้นอาการจะค่อยเป็นค่อยไป เเล้วค่อยทวีความรุนแรงมากขึ้นหากไม่ทำการรักษา เริ่มด้วยอาการปวดที่ข้อมือและมักจะปวดกลางคืนมากกว่ากลางวัน บางครั้งปวดจนตื่นกลางดึกต้องลุกขึ้นสะบัดมือสักพักแล้วค่อยทุเลา 

หากปล่อยไว้นานขึ้นจะเริ่มมีอาการชาที่นิ้วมือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง บริเวณอุ้งมืออาจมีความรู้สึกเหมือนนิ้วหนาและหนักและกล้ามเนื้อฝ่อได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้งานลดน้อยลง

นวดกดจุด แก้ปวดข้อมือ  (Carpal Tunnel Syndrome)
นวดกดจุด แก้ปวดข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome)

การป้องกันอาการปวดข้อมือ

        1. อย่าใช้ข้อมือเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ นานเกินไป ควรมีช่วงเวลาในการหยุดพัก และการบริหารข้อมือบ้าง

        2. หยิบจับเครื่องมือด้วยข้อมือ แทนที่จะใช้นิ้วหยิบจับสิ่งของ

        3. พยายามใช้มือให้ถูกต้อง และพอดีกับองศาการเคลื่อนไหว  ด้วยท่าทีถือข้อมือตรง ไม่งอมาก จนเกินอาการไม่ถนัด

        4. สลับเปลี่ยนการใช้มือซ้ายขวา พักการใช้มือครั้งคราว พยายามลดเเรงมากระทำบริเวณข้อมือ

5 วิธีการรักษา อาการปวดข้อมือ

  1. การนวดกดจุดลดอาการปวด ตามวิธีการแพทย์แผนไทย  เป็นการนวดด้วยวิธีง่ายๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเเละการคลายกล้ามเนื้อหดเกร็งให้อ่อนตัวลง มีวิธีการดังต่อไปนี้
นวดกดจุด แก้ปวดข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome)

2. การฝึกออกกำลังกายข้อมือ ด้วยการกระดกมือขึ้นเเละลง หมุนข้อมือซ้ายขวา เพื่อเพิ่มองศาของการเคลื่อนไหวให้ดีขึ้น หรือใช้หนังยางรัดบริเวณนิ้วมือแล้วพยายามง้างออก เพื่อเพิ่มกำลังนิ้วมือ ข้อมือ 15-30 ครั้ง

3. แช่น้ำอุ่น หรือประคบร้อน 5-10 นาที หรือเเช่น้ำสมุนไพร เช่น ไพล ขมิ้นชัน อย่างละ 1 ส่วน และเติมการบูร เกลือเล็กน้อย

4. กินขมิ้นชัน หรือยาต้มสมุนไพรเถาวัลย์เปรียง เพื่อลดการอักเสบและแก้ปวด

5. พอกยาสมุนไพร โดยใช้สูตรยาเย็น ใบตำลึง ใบย่านาง  ผงขมิ้นชัน และดินสอพองสะตุ อย่างละ1 ส่วนเท่ากัน เติมน้ำเล็กน้อย แล้วพอกบริเวณข้อมือ

ลองทำกันดูนะครับ รับรองว่าจะช่วยทุเลา และแก้อาการปวดข้อมือได้แน่นอน