เรื่องของความเป็นมาของการ ดีท็อกซ์ แบบชีวจิต ต่อ ซึ่งกูรูต้นตำรับชีวจิต ดร.สาทิส อินทรกำแหงเป็นผู้แนะนำมาเผยแพร่ รายละเอียดของตอนที่ 2 ต่อไปนี้เป็นคำถามบางอย่างจากผู้ที่นำเอาสูตรจากการทำดีท็อกซ์ไปใช้

ทำไมจึงต้องเอาน้ำกาแฟไปทำดีท็อกซ์

ตอบเรื่องน้ำสำหรับทำดีท็อกซ์นี้ได้ทดลองกันมาแล้วหลายตำรับ ถ้าจะทำดีท็อกซ์สำหรับคนไข้ธรรมดาๆ ทั่วๆ ไปอย่างคนไข้ในโรงพยาบาล จะใช้น้ำสบู่หรือน้ำอุ่นธรรมดาก็ได้

          แต่สำหรับคนไข้มะเร็ง อาจารย์เกอร์สัน ได้ทดลองหลายตำรับ เพื่อจะหาดูว่าตำรับไหนดีที่สุดสำหรับการล้างตับ ทั้งนี้เพราะตับเป็นตัวสำคัญที่สุดในการช่วยสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกายและช่วยในการรักษามะเร็ง

          อาจารย์เกอร์สัน ร่วมกับศาสตราจารย์ทางการแพทย์คนสำคัญของเยอรมนี คือ ศาสตราจารย์โอ. เอ. เมเยอร์ แห่งก็อดติงเจนและ ศาสตราจารย์ฮูบเนอร์ ได้ร่วมกันใช้น้ำดีท็อกซ์สูตรต่างๆ แก่สัตว์ทดลอง

          การทดลองคือ ใช้น้ำชนิดต่างๆ สวนทวารหนักของสัตว์ทดลอง เหล่านั้น แล้วตรวจดูว่ามีน้ำชนิดไหนที่ช่วยให้การไหลเวียนและการทำงานของตับดีขึ้น ได้พบว่าผลดีที่สุดคือน้ำกาแฟ

          เมื่อให้น้ำกาแฟสวนทวารสัตว์ทดลอง ได้ทำให้ท่อถุงน้ำดีขยายโตขึ้น และน้ำดีสามารถจะไหลวนจากถุงน้ำดีไปที่ระบบลำไส้ได้ดีมาก นั่นคือการระบายท็อกซินที่ดีที่สุดเท่าที่ได้ค้นพบมา

          ตัวยาสำคัญในกาแฟก็คือ กาเฟอีน ถ้าได้กาแฟบริสุทธิ์เท่าใดก็จะได้กาเฟอีนที่บริสุทธิ์มากขึ้นเท่านั้น

          สูตรกาแฟของอาจารย์แมกซ์ เกอร์สัน จึงใช้กาแฟผงบริสุทธิ์ 3 ช้อนโต๊ะ ต้มในน้ำปริมาณหนึ่งควอร์ต (ประมาณหนึ่งลิตร)

          ต้มจนน้ำเดือด หลังจากน้ำเดือดแล้ว ปล่อยให้เดือดต่อไปอีกประมาณ 3 นาที ต่อจากนั้นปล่อยให้น้ำเย็นจนอุ่นประมาณเท่ากับความอุ่นของร่างกาย (Body Temperature) แล้วจึงนำไปทำดีท็อกซ์

          วิธีต้มกาแฟของชีวจิตนั้น เราใช้ผงกาแฟประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ต้มกับน้ำประมาณครึ่งลิตร ต้มให้เดือดจัด แล้วปล่อยให้เดือดต่อไป 3 นาที ต่อจากนั้นกรองผงกาแฟออก แล้วเติมน้ำเย็นจนกระทั่งน้ำกาแฟอุ่นเท่ากับความอุ่นของร่างกาย (ลองเอานิ้วจิ้มดู รู้สึกอุ่นๆ ก็ใช้ได้แล้ว)

ดีท็อกซ์ ล้างพิษ ดีท็อกซ์แบบชีวจิต ชีวจิต

จะต้องใช้น้ำดีท็อกซ์ปริมาณเท่าใด และทำไมจึงต้องใช้เท่านั้น

ตอบเรื่องนี้ซีครับที่ทำให้สับสนกันเหลือเกิน เดิมทีเดียวเราจะแนะให้ผู้ทำดีท็อกซ์ใช้น้ำดีท็อกซ์ในปริมาณที่เหมาะกับขนาดของร่างกาย ถ้าตัวนิดเดียวก็ใช้น้ำ 500 ซีซี ถ้าโตขึ้นมาหน่อยก็ใช้น้ำ 1,000 ซีซี (หนึ่งลิตร) ถ้าทั้งสูงทั้งใหญ่ก็ใช้น้ำ 1,500 ซีซี (ลิตรครึ่ง) ฉะนั้นสรุปแล้ว ให้ใช้น้ำดีท็อกซ์ 800 – 1,500 ซีซีสุดแล้วแต่ขนาดรูปร่างจะเล็กหรือโตอย่างไร

          และก็มีข้อแม้อีกนิดหนึ่งว่า สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดไส้ติ่งออกแล้ว ให้ใช้น้ำเพียง 800 ซีซีก่อน ไม่ว่าตัวจะเล็กหรือโตแค่ไหน

          ตำรับของเรานั้นเป็นปริมาณแน่นอน และให้ใช้ตามขนาดของรูปร่าง โดยใช้พื้นฐานทางวิชาการและหลักของ Physiology เวลาเราทำดีท็อกซ์แบบแรก เราใช้วิธีล้างลำไส้ใหญ่โดยการ สวนน้ำกาแฟเข้าทางทวารหนักจนเต็มลำไส้ใหญ่

          โดยปกติแล้วลำไส้ใหญ่ของใครก็ตาม จะมีความยาวเท่ากับส่วนสูงของคนนั้นโดยประมาณ สมมติว่าคุณสูง 6 ฟุต ลำไส้ใหญ่ของคุณก็จะยาวประมาณ 5 ฟุต หรือเกือบๆ 6 ฟุต เราใช้ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์

          คุณสูง 6 ฟุต ลำไส้ใหญ่จะยาวประมาณ 5 ฟุต หรือ 165 เซนติเมตร ลำไส้ใหญ่ของคุณมีเส้นผ่านศูนย์กลางตอนโตเต็มที่ประมาณ 3 นิ้ว ตอนแคบประมาณ 2 นิ้ว แต่ตอนแคบของลำไส้นั้นเวลามีของเสีย (อุจจาระ) อยู่เต็มก็ขยายได้ถึง 3 นิ้ว ฉะนั้นเอาเป็นว่าโดยเฉลี่ยก็ประมาณ 3 นิ้ว หรือ 8 เซนติเมตร ก็แล้วกัน

          ฝรั่งตัวสูงใหญ่ เราจึงให้น้ำดีท็อกซ์ 2 ลิตรได้ คนไทยตัวเล็ก – กลาง ให้น้ำได้ 800 – 1,500 ซีซี

พอจะสรุปว่าเมื่ออธิบายไปแล้วมักจะลงเอยกันอยู่ 3 แบบ คือ

          1. ให้ทำอะไรก็ได้ แต่ดีท็อกซ์ไม่ยอมทำ เพราะหวาดเสียว (เป็นหมอก็ยังมี ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เคยสวนทวารคนไข้มาตั้งมากมาย)

          2. ทำแล้วดี เลยคิดว่ายิ่งทำมากก็ยิ่งดีมาก ทำเสียทุกวันจนหน้าเขียวหน้าเหลือง จนภายหลังถ่ายเองไม่ได้

          3. พอทำเองรู้สึกดี ไปแนะนำคนอื่นเขาก็บอกว่าดี เลยตั้งตัวเป็นหมอเสียเอง มิหนำซ้ำอวดวิเศษ หลอกชาวบ้านว่าให้ใส่ยาหรือใส่วิตามินต่างๆ เข้าไปในน้ำดีท็อกซ์ด้วย

          ขอย้ำสั้นๆ อีกครั้งว่า ทำดีท็อกซ์เพื่อกำจัดท็อกซินในตัวเราออก เมื่อท็อกซินออกมากแล้วก็หยุดทำดีท็อกซ์ได้หรือจะทำนานๆ ครั้งก็จะดีกว่า

ข้อมูลจาก ดร.สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต คอลัมน์ เปิดประตูหลังบ้าน นิตยสารชีวจิต ฉบับ 217-218

บทความน่าสนใจอื่นๆ

ทำความเข้าใจเรื่องดีท็อกซ์แบบชีวจิตตอนที่ 1