วอเตอร์เครส (Watercress) ผักน้ำชนิดหนึ่งที่ถูกขนานนามว่าเป็น ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) สำหรับคนรักสุขภาพ ที่ครั้งหนึ่งต้องได้ลิ้มลอง เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย แถมปลูกง่าย กินอร่อยมีประโยชน์

เเต่เชื่อเลยว่าหลายคนอาจสับสน หรือโดนหลอก “ผักเป็ด”เป็น “วอเตอร์เครส” เเน่นอนเลย เอาเข้าจริงไม่เหมือนกันเลย เป็นแฝดคนละฝา เหมือนกันอย่างเดียวคือเป็นผักสีเขียวเหมือนกัน เเละประโยชน์ก็เเตกต่างกันด้วย วอเตอร์เครสมีประโยชน์มากกว่า ผักเป็ด ที่ใครหลายคนมักโดนหลอกว่ามันคือ วอเตอร์เครส

วอเตอร์เครส (Watercress )​ ราชินีผักซูเปอร์ฟู้ด

วอเตอร์เครสเป็นผักใบสีเขียวเข้มที่เติบโตในธรรมชาติ ชอบน้ำ อดีตนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องปรุง เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารของโรมัน คล้ายคลึงกับผักตระกูลกะหล่ำ คะน้า และบรอกโคลี

เหตุผลที่วอเตอร์เครสได้รับความนิยมสูง เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการมากมายครบครัน ทั้งใยอาหาร วิตามิน เเร่ธาตุ เเละที่สำคัญสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามินเค วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี6 ไทอามีน ไรโบฟลาวิน เเร่ธาตุเเคลเซีม เเมงนีเซียม โพเเทสเซีม และฟอสฟอรัสในปริมาณครบครัน

1. การป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง

มีรายงานวิจัยระบุว่า สารสำคัญในผักตระกูลกะหล่ำ มีฤทธิ์ป้องกันโรคมะเร็งได้ การกินผักตระกูลกะหล่ำจำนวนมากมีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งกระเพาะอาหารมากถึงสามเท่า

สารสำคัญนั้นก็คือ ซัลโฟราเฟน มีประโยชน์ต่อการป้องกันและรักษาโรคต่อมะเร็ง จัดเป็นสารประกอบที่มีกำมะถันและทำให้ผักตระกูลกะหล่ำนี้มีรสขม มีฤทธิ์ยับยั้งการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง

2.ลดระดับความดันโลหิตสูง

สำหรับคนที่ได้รับเเร่ธาตุเเคลเซียม เเมกนีเซียม และโพเเทสเซียมในการกินอาหารที่ไม่เพียงพอ ไม่เพียงพอนั้นมีแนวโน้มที่จะมีความดันโลหิตสูง วอเตอร์เครสมีแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพครบทั้งสามชนิดที่สามารถช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงได้

การวิจัยในวารสาร British Journal of Clinical Pharmacology ระบุว่า อาหารที่มีไนเตรตจะสามารถช่วยการลดความดันโลหิต และยับยั้งการสะสมของเกล็ดเลือด และป้องกันความผิดปกติของเยื่อบุผนังหลอดเลือดได้

3.บำรุงกระดูกให้แข็งแรง

การกินอาหารที่มีปริมาณวิตามินเคตำ่ สามารถเพิ่มความเสี่ยงการเกิดกระดูกเปราะ หักได้ การเลือกกินอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเคอย่างเพียงพอจะช่วยให้กระดูกมีความเเข็งเเรงมากขึ้น

การกินวอเตอร์เครส เพียงวันละ 1 ถ้วย จะช่วยให้ได้รับวิตามินเคที่เหมาะสม เพียงพอตามความต้องการในแต่ละวัน ช่วยเสริมสร้างและพัฒนาความแข็งแรงของกระดูกได้

4.รักษาโรคเบาหวาน

วอเตอร์เครสเป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระ กรดอัลฟาไลโปอิค ที่สามารถช่วยลดระดับกลูโคส เพิ่มอินซูลิน ป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และป้องกันความเสียหายของระบบประสาทในผู้ป่วยโรคเบาหวานได้

มีการศึกษาระบุว่า การได้รับกรดอัลฟาไลโปอิค ขนาด 600 มิลลิกรัม ช่วยลดอาการต่างๆของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ประเภทที่ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ

5.สารไนเตรตในผักวอเตอร์เครส

วอเตอร์เครส บีทรูท และผักใบเขียว มีสารไนเตรตในอาหารสูงมาก ซึ่งจะเพิ่มไนตริกออกไซด์และอาจมีผลดีต่อสุขภาพ สามารถลดความดันโลหิต ลดปริมาณออกซิเจนนักกีฬาต้องการในระหว่างการออกกำลังกายและเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายมากขึ้น

เเต่อย่างไรก็ดีวอเตอร์เครส ก็มีข้อเสียอาจรบควรการดูดซึมของยา วาฟาริน ผู้ที่มีความผิดปกติการแข็งตัวของเลือดได้ เเละหากจะกินวอเตอร์เครส ควรมีการแช่น้ำเย็นก่อนทุกครั้งอย่างน้อย 1 คืน ก่อนนำมากิน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเเบคทีเรียสะสม เปลี่ยนสารไนเตรตเป็นไนไตรท์ได้ การได้รับปริมาณสารไนไตรท์ในปริมาณสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงของการโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

“ผักเป็ด​” และ “วอเตอร์เครส” แฝดคนละฝา

อย่างไรก็ดีหากมองผ่านๆ อาจทำให้โดนหลอกเเละเข้าใจผิดได้ เพราะผักทั้งสองชนิดมีความคล้ายคลึงกัน แต่ถ้านำมาเปรียบเทียบลักษณะภายนอก สรรพคุณ รสชาติ และวิธีการเพาะปลูก​ผักทั้งสองชนิดนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

รศ.ดร.ยิ่งยง ไพสุขศานติวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการจำแนกพืช อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้อธิบายถึงข้อแตกต่างระหว่าง วอเตอร์เครส (Watercress) กับ ผักเป็ด ไว้ดังนี้

1.ชื่อวิทยาศาตร์แตกต่างกัน

วอเตอร์เครส(Watercress) หรือ ผักน้ำ ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Nasturtium officinale เป็นพืชวงศ์กะหล่ำปลี ส่วน ผักเป็ด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Alternanthera เป็นพืชซึ่งอยู่ในวงศ์ผักโขมหรือวงศ์ของดอกบานไม่รู้โรย

วอเตอร์เครส
ผักวอเตอร์เครส (Watercress) หรือ ผักน้ำ

2. ลักษณะภายนอก

ไม่ว่าใบ ลำต้น รวมไปถึงดอก พืชทั้งสองชนิดจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ใบของวอเตอร์เครส (Watercress) หากขยี้แล้วนำมาดมจะมีกลิ่นอ่อน ๆ เหมือนกลิ่นมัสตาร์ด การเรียงตัวของใบจะเวียนรอบลำต้น ใน 1 ใบ มีใบประกอบ 3-8 ใบ ย่อย ส่วนลักษณะของดอกคล้ายกับดอกของผักกะหล่ำหรือดอกหัวไชเท้า (มี 4 กลีบ สีขาวหรือสีม่วงกากบาทพาดกันเหมือนไม้กางเขน) ดอกของวอเตอร์เครสจะมีขนาดเล็กสีขาว สามารถเห็นกลีบดอกได้อย่างชัดเจน

สำหรับผักเป็ด ใบจะมีกลิ่นเหม็นเขียวอ่อน ๆ ใบมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจเล็ก ๆ ไม่มีใบประกอบ การเรียงตัวของใบสองใบจะติดอยู่ตรงข้ามกันที่ข้อของลำต้น ดอกของผักเป็ดคล้ายดอกของผักโขมหรือดอกบานไม่รู้โรย ดอกจะเป็นกระจุกเล็ก ๆ สีขาวอยู่ในซอกใบ ไม่สามารถมองเห็นกลีบดอกได้ชัดเจน

Alternanthera ผักเป็ด
ผักเป็ด

3.วิธีการปลูก

วอเตอร์เครส (Watercress) ชอบอากาศเย็น เกิดในน้ำบริเวณที่มีน้ำใสไหลผ่าน การปลูก วอเตอร์เครสจะคล้ายกับการปลูกนาข้าวขั้นบันได น้ำที่ใช้ปลูกต้องสะอาด หากน้ำขุ่นหรือมีสารพิษเจือปนวอเตอร์เครสจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ในประเทศไทยมีแหล่งเพาะปลูกวอเตอร์เครสที่อ.เบตง จ.ยะลา ทำให้วอเตอร์เครสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ผักน้ำเบตง”

ส่วน ผักเป็ด จะปลูกบนดินทั่ว ๆ ไป สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งอากาศร้อนและหนาว การดูแลรักษาเหมือนปลูกผักทั่ว ๆ ไป ให้ปุ๋ยให้น้ำและหากต้องการให้ต้นมีการเจริญเติบโตเต็มที่ต้องใส่ปุ๋ยกลุ่มไนโตรเจน

4. สรรพคุณมีงานวิจัย

วอเตอร์เครสเป็นผักที่มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูก มีวิตามินเคสูง ช่วยป้องกันเลือดออกภายในและเลือดไหลไม่หยุด มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา มีวิตามินซีสูงรักษาหวัด แถมยังต้านโรคมะเร็ง

กลับกันผักเป็ด ยังไม่มีการวิจัยที่แน่ชัดทางด้านสรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ จึงไม่สามารถระบุได้ว่า การบริโภคอย่างต่อเนื่องจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่

รู้หรือยัง “วอเตอร์เคส” ไม่ใช่ “ผักเป็ด” เรียกชื่อผักให้ถูก เพื่อการเลือกใช้และกินได้ถูกต้อง จะได้ไม่โดนหลอกนะ

ที่มา: Medicalnewstoday

อ่านเพิ่มเติม

9 ข้อ ต้องรู้ก่อนเลือกกิน สมุนไพร ฟ้าทะลายโจร ป้องกันโรค

วิธีกิน “ขมิ้นชัน” ป้องกันโรค ได้ผลดีสุด

13 ข้อ ต้องรู้ก่อนกินขมิ้นชันเป็นยา

วีแกน เทรนด์อาหารมาแรง รับคำท้าคนไทย ลองกินอาหารวีเเกน