มันไม่มีอะไรดีจากการกังวล

คุณเคยเป็นไหม? ที่บางอย่างพยายามแก้ไขยังไงก็ไม่จบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรากลับมาแก้อีกครั้งมันกลับแก้ได้ง่ายดายอย่างน่าประหลาด กับคนบางคนที่เราเคยไม่ชอบและคิดว่าเค้าก็คงไม่ชอบเราด้วย เมื่อวันเวลาผ่านไป การมาเจอกันใหม่อาจพบว่าเค้าก็ไม่ได้แย่ไปซะหมดอย่างที่คิด หรือเรื่องบางเรื่องเราเคยทุกข์ใจมาก กังวลมาก ณ ขณะใดขณะหนึ่ง เมื่อวันเวลาพ้นผ่านไปเราหันมามองย้อนดู กลับพบว่าเรื่องแค่นี้เองที่ทำให้เรากลุ้มใจจะเป็นจะตาย ป่วยการที่เสียเวลาคิดไปเอ ง

เหล่านี้แหละที่เรียกว่า “ความกังกล” คงไม่มีใครเคยได้ดิบได้ดีจากความกังวลเกินเหตุของตัวเองกันแน่นอนเลยใช่ไม๊คะ เพราะความวิตกกังวลนั้นทำให้เราเครียด หรือเกิดเป็นความทุกข์ขึ้นในใจ เชื่อเถอะค่ะ “กังวล” ไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่หลายคนอาจบอกว่าแล้วจะทำอย่างไรที่จะทำให้ไม่ให้คิดมาก คิดวิตกกลัวไปก่อน วันนี้เรามีวิธีรับมือกับความกังวลหรือเรื่องกลุ้มใจที่พอจะช่วยบรรเทาความกังวลให้หายไปจากจิตใจได้บ้าง ถึงงอาจจะไม่หายไปแต่ก็น่าจะดีขึ้นบ้าง

>> ต้องตั้งสติกับตัวเองให้ได้

เวลาที่คนเราเกิดความเครียดมักจะตั้งตัวไม่ทัน ตื่นเต้นไปหมด ในสมองมีแต่ความวิตกกังวล จนไม่สามารถดึงความคิดของตัวเองกลับมาได้ จมอยู่กับความเครียดนั้น ไม่มีสมาธิที่จะทำอะไร อย่างนี้ต้องรีบเตือนตัวเองนะคะว่าเมื่อเกิดความเครียดขึ้น ให้ค่อยๆ คิด ค่อยๆ พิจารณา อย่าปล่อยให้อารมณ์พาใจไปมากนัก ค่อยๆ เริ่มเรียนรู้จักปัญหา ที่มาของปัญหา และแนวทางที่เราจะใช้แก้ปัญหา ค่อยๆ พิจารณาดูว่าข้อดี ข้อเสียที่เรากำลังจะตัดสินใจทำลงไปนั้นมีอะไรบ้าง แล้วจึงค่อยๆ ทำลงไป อย่าปล่อยให้อารมณ์พาไป

>> ต้องอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด

หลายครั้งที่ความเครียดเกิดจากความวิตกกังวลว่าอนาคต หรือวันต่อไปจะเป็นอย่างไร ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน สงบสติและอารมณ์ของตนเองไม่ได้ นอนไม่หลับ รอจนกว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านไปเสียก่อนค่อยสงบอารมณ์ลงได้ แต่ถ้าลองทบทวนเหตุการณ์ที่ดูก็มักจะพบว่าสิ่งที่เคยกังวลมักจะไม่ค่อยตรงกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นสักเท่าไร เพราะฉะนั้นอย่าเปลืองพลังงานสมองให้กับเรื่องเหล่านี้เลย อนาคตจะเป็นอย่างไรก็คงปล่อยมันบ้าง ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับปัจจุบันกับตัวเราให้มากที่สุดดีกว่าค่ะ

>> อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป

มีหลายคนที่หมกมุ่นอยู่แต่กับอดีต กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปแล้ว คิดอยากจะเข้าไปลบอดีต แล้วเปลี่ยนมันเสียใหม่ คิดไปคิดมาจนไม่มีสมาธิในการทำงาน  บางคนใจลอยหลงๆ ลืมๆ อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วเราไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปหามันได้ ใช้มันให้เป็นบทเรียนที่มีค่าจะดีกว่าค่ะ ต้องเตือนตัวเองไว้ว่าครั้งต่อไปจะตัดสินใจอย่างไร เข้าทำนองที่ว่าเจ็บแล้วก็ต้องจำเสียบ้าง

>> ลดคำถามที่ขึ้นต้นกับตนเองว่า “ทำไม” ให้น้อยลง

หลายคนปล่อยให้ความคิดวนเวียนอยู่กับคำถามที่ไม่มีคำตอบ เช่น ทำไมถึงต้องเป็นเรา ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำไมเขาถึงทำกับเราแบบนี้ จิตใจและสมองจะคิดวกวนอยู่กับคำถามเหล่านี้ เหนื่อยเปล่าค่ะ คล้ายกับว่าเรากำลังถามว่าทำไมพระอาทิตย์ต้องขึ้นทางทิศตะวันออก มันเป็นคำถามที่ไม่รู้จะตอบอย่างไร ทางที่ดีอาจจะลองหยุดคำถามเหล่านี้ แล้วลองถามกับตัวเองว่าแล้วทำไมสิ่งต่างๆ จะต้องเป็นแบบที่เราต้องการด้วย อาจจะดีกว่าอาจทำให้เข้าใจความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น

>> มั่นใจในตัวเองให้มากขึ้น

บางคนค่อนข้างกลัวในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนไม่ค่อยกล้าทำอะไรที่อยากทำ กลัวว่าทำไปแล้วจะไม่ดี ไม่เป็นที่ถูกใจของคนอื่น บางคนกังวลว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร ถ้าเราคิดแบบนี้ก็ไม่กล้าที่จะทำในสิ่งที่อยากจะทำแล้วต้องมานั่งอยู่กับความเครียดของตัวเอง มั่นใจในตัวเองให้มากขึ้นเถอะค่ะ ลดความรู้สึกอ่อนไหวต่อคนรอบข้างให้น้อยลง แล้วทำในสิ่งที่อยากจะทำลงไปบ้าง ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้ก่อความเสียหายให้กับตัวเองหรือสังคมรอบข้าง เอาชนะใจตัวเองให้ได้ค่ะแล้วหลายๆ อย่างจะดีขึ้น

ความ “กังวล” เกิดขึ้นจากสมองและความคิดของเราเองนะคะ ในหนึ่งวันเราต้องรับอะไรมากมายเยอะแยะไปหมด แบบนี้ต้องรู้จักเลือกรับ หรือล้างเอาสิ่งไม่ดีที่ค้างคาอยู่ในสมองให้ออกไปซะบ้าง และเปิดใจ ปล่อยวาง รู้จักการยกบางเรื่องออก รวมถึงรอเวลา บางสิ่งจะได้ไม่หนักกับเราจนเกินไป ขอให้ลองพยายามกันต่อไปค่ะ เพื่อความสุขในชีวิตของเราเอง

© COPYRIGHT 2024 Amarin Corporations Public Company Limited.