เป้ อารักษ์

ความดีแบบ “ทันใจ” ทำแล้วเห็นได้ทันที นี่แหละความดีสไตล์ เป้ - อารักษ์

ความดีแบบ “ทันใจ” ทำแล้วเห็นได้ทันที นี่แหละความดีสไตล์ เป้ - อารักษ์

เป้ - อารักษ์ อมรศุภสิริ หนุ่มมาดเซอร์ขวัญใจเด็กแนวที่มีความสามารถทั้งทางดนตรี (มือกีตาร์และนักแต่งเพลง) และการแสดง ยิ้มบาง ๆ พร้อมเปิดใจกับ Secret ถึงเรื่องการทำความดีว่า

ถ้าพูดถึงการทำความดี ในหัวของผมจะบอกว่า “ทำอะไรก็ได้ที่ใกล้ ๆ ตัว และจะเน้นทำในสิ่งที่สามารถเห็นผลลัพธ์ที่จะตามมาได้เลย” ที่ต้องเป็นแบบนี้เพราะผมใจร้อน ไม่ชอบรออะไรที่มันไกลตัวเท่าไรครับ

ถ้าว่างตรงกัน ผมจะชอบพาคุณพ่อคุณแม่ไปกินข้าวตามร้านอร่อย ๆ หรือถ้าแบบจัดเต็ม ผมก็จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวต่างประเทศไกล ๆ อย่างปีที่แล้วก็พาท่านไปทัวร์ยุโรปมา จริงอยู่ว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ส่วนใหญ่ไม่ได้หวังอะไรจากลูกอยู่แล้ว ยิ่งบ้านผมยิ่งไม่ขออะไรเลย นอกจากขอให้ลูกดูแลตัวเองได้ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ สิ่งที่ผมทำให้ท่านถึงจะง่าย ๆ ธรรมดา ๆ แต่พอได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ยิ้มหัวเราะ มีความสุข ผมก็รู้ว่าผมมาถูกทางแล้วทำความดีกับคนเป็นพ่อเป็นแม่ก่อน ผมว่าดีที่สุดอย่าง ถ้าจะบวชก็ไม่ต้องคิดว่าจะบวชให้ตอนนั้นตอนนี้ท่านถึงจะมีความสุข แต่ผมว่า “ทำอะไรได้ก็ทำไปเลย”

ส่วนเรื่องบาป - บุญ บางคนทำบุญแล้วหวังผลให้ชาติหน้าเกิดมาร่ำรวย สวย หล่อ เน้นทำให้มันเยอะ ๆไว้ก่อน ผมว่าผลบุญในลักษณะนั้นเป็นเรื่องไกลตัวเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเราจะได้เกิดมาเป็นคนอีกไหม ดังนั้น ถ้าจะทำบุญก็เน้นทำแบบมีคุณภาพดีกว่า จะบำรุงสงฆ์ ส่งเสริมการเผยแผ่พระศาสนาก็ถวายของดี ๆ มีประโยชน์ ใส่ใจกับการเลือกสักนิด ไม่ใช่เน้นแต่“ความสะดวกของเรา” เช่น ซื้อง่าย ประหยัดเวลา

อาชีพนักร้อง นักแสดงที่ผมทำอยู่ แม้หลายคนจะบอกว่าเป็น “เอนเทอร์เทนเนอร์” ทำให้คนฟัง คนดูมีความสุข แต่ผมมองว่า “มันเป็นแค่อาชีพเท่านั้น” เพราะคนฟังคนดูเขาต้องเสียเงินเพื่อจะซื้อบัตรมาดูเราเล่นคอนเสิร์ต เสียค่าไฟเพื่อจะเปิดทีวีดูละครของเรา ซื้อตั๋วมาดูหนังที่เราเล่น…เป็นกลไกทางการตลาดที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน แต่เมื่อไรก็ตามที่เราไปร้องเพลงให้น้อง ๆ ด้อยโอกาสฟังแบบฟรี ๆ ทำให้เขาลุกขึ้นมาเต้นปรบมือ มีความสุขได้ เมื่อนั้นแหละที่ผมว่าคือการเอนเทอร์เทนที่มีความสุขที่สุด ไม่เหนื่อยและไม่ท้อ

55256_441460683633_3216221_o

   กิจกรรมเปิดหมวกเพื่อน้อง

         photo(3)

 เลี้ยงอาหารกลางวันน้อง

นอกจากกิจกรรมทำนองนี้แล้ว ผมก็เคยทำโปรเจ็กต์ “เปิดหมวกเพื่อน้อง” กับต้นสังกัดเดิม  เพื่อนำรายได้ไปมอบให้มูลนิธิคนตาบอดฯ แต่ละวันผมจะหอบกีตาร์และชุดเครื่องเสียงไปเปิดหมวกตามสยามสแควร์ สีลม จตุจักร ฯลฯ พอคนเห็นว่าเป็นเป้ - อารักษ์ เขาก็เข้ามาดู มาถ่ายรูป มาฟังผมร้องเพลงเปิดหมวกไม่นานเท่าไรก็ได้สตางค์แล้ว แต่ที่สะเทือนใจก็คือ พอผมข้ามถนนไปอีกฝั่ง  ก็เจอวนิพกตัวจริงยืนสีซออยู่ กล่องตรงหน้าของเขากลับ “ว่างเปล่า” นั่นแปลว่าเขายังไม่ได้เงินเลยสักบาท ทั้งที่เขามาก่อนผมเสียอีก ผมก็เลยเอาเงินทั้งหมดที่ผมได้มาให้วนิพกตัวจริงไป อย่างน้อยกลางวันวันนี้เขาก็มีข้าวกินแน่ ๆ วนิพกตัวจริงมองผมแบบงง ๆ แล้วก็ “ขอบคุณ” แค่นี้ผมก็อิ่มใจแล้ว…

หลังจากโปรเจ็กต์เปิดหมวกผ่านพ้นไป ผมก็ไปเล่นดนตรีเปิดหมวกอีกหลายครั้ง หาเงินไปช่วยน้ำท่วมบ้าง ช่วยการกุศลอื่น ๆ บ้าง เคยมีคนบอกบุญผ่านมาว่า ขอโต๊ะปิงปองให้เด็กนักเรียนที่ภาคใต้ ผมก็จัดไปตามสมควร

ผมอาจจะไม่ได้ทำความดีอะไรมากมายถ้าเทียบกับคนอื่น แต่ผมรู้สึกดีและมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำความดี…แค่นี้ก็พอแล้ว

 

เรื่อง วรลักษณ์ ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ วรวุฒิ วิชาธร

 

Posted in MIND
BACK
TO TOP
A Cuisine
Writer

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.