กันต์ กันตถาวร

เลือกทาง “สุข” บนโจทย์ชีวิตที่เปลี่ยนทุกวัน ของ กันต์ กันตถาวร

 

กันต์ กันตถาวร

ความสำเร็จในรายการ The MaskSinger 

ไม่ใช่เพราะผมเก่ง ผมแค่เป็นคนที่มาถูกที่ถูกเวลา ถูกคอนเทนต์ เพราะก่อนหน้านี้ผมไม่รู้ว่าผู้ใหญ่จะโยนรายการอะไรมาให้บ้าง และคอนเทนต์รายการที่เห็นก็เป็นที่ชื่นชอบของคนดู นอกจากนั้นยังถูกเจเนอเรชันและถูกจังหวะ เพราะพิธีกรที่คนนึกถึงในยุคนี้มีเพียงไม่กี่คน รุ่นอายุ 30 เท่าผมแทบไม่มีผมมาในช่วงจังหวะเวลาที่มันใช่ เมื่อทุกสิ่งลงตัว ผมก็ต้องทำสิ่งที่คอนโทรลได้ คือทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ดังนั้น ความสำเร็จจึงเกิดจากการทำงานหนักกันทุกฝ่าย

ก่อนรับงานพิธีกร ผมเคยปรึกษาทั้งเพื่อน ผู้จัด ผู้กำกับ หรือใครก็แล้วแต่ทุกคนตอบเป็นเนกาทีฟว่า อย่าเพิ่ง ผมต้องเป็นพระเอกและนักแสดงไปก่อน จะเป็นพิธีกรอีกสัก 10 ปี อายุ 40 ก็ยังไม่สายผมรู้สึกว่า ถ้าเป็นแบบนั้น เท่ากับเราถูกสิ่งแวดล้อมกำหนด พูดง่าย ๆ คือให้ผมเป็นพระเอก 10 ปี ก็เล่นไม่ได้แล้ว เพราะแก่จนต้องผันไปทำอย่างอื่น แบบนั้นเราไม่ได้เลือก

เพราะฉะนั้น วันนี้ผมเลือกได้ ผมก็จะเลือก แล้วจะพิสูจน์ให้เห็นว่าผมสามารถเป็นทั้งนักแสดงและพิธีกรได้ แม้จะต้องทำงานหนักและทำงานอย่างละเอียดรอบคอบ หลายคนบอกว่าผมเป็นพี่ตา ปัญญา 2 ผมเป็นเขาไม่ได้ เพราะพี่ตาคือพี่ตา

วันนี้ต้องเกิดภาพจำใหม่ คนก็ต้องจำว่านี่คือกันต์ ไม่มีใครจำนักบอลว่าเป็นเปเล่ 2 เปเล่คือเปเล่ มีแต่โรนัลโด้ มีเมสซี่ เพราะเขาได้สร้างเส้นทางของเขาขึ้นมาเองแล้ว เพราะฉะนั้น ผมต้องเรียนรู้อย่างละเอียดแบบที่หลายคนอาจตกใจรายการแรกที่ผมเป็นพิธีกร คือ Big Ben Show แทบไม่มีใครรู้จัก เพราะมันไม่ได้ถูกคอนเทนต์ ถูกที่ ถูกเวลา แต่นั่นคือโรงเรียนในการเรียนรู้รายละเอียดงานพิธีกรของผม

โปรเจ็กต์ถัดมาเจอรายการ I Can See Your Voice คิดหนักเลย เพราะต้นฉบับที่เกาหลีดังมาก ถ้าพังในมือผม ชีวิตกันต์จบละต้องบอกว่าโชคดีที่ได้ทำกับพี่ลิง (สมเกียรติจันทร์พราหมณ์) เขาเป็นอาจารย์ภาคสนามของผม

ต่อมาคือรายการแฟนพันธุ์แท้ เป็นรายการที่ผมภูมิใจที่สุดในชีวิต เพราะผมชอบมาตั้งแต่เด็ก มันยิ่งใหญ่มาก เป็นตำนานของเมืองไทย ผมนั่งดูตั้งแต่เอพิโสดแรกที่พี่ตา(ปัญญา นิรันดร์กุล) เป็นพิธีกร จนถึงเอพิโสดสุดท้ายที่พี่กฤษณ์ (กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์)เป็นพิธีกร ช่วงแรกเปิดด้วยสปอนเซอร์อะไรช่วงหลังสปอนเซอร์อะไร ผมจำได้หมดเลยพิธีกรแต่ละคนมีข้อดีต่างกัน มีคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจน แล้วกันต์ล่ะต้องทำอย่างไร เป็นโจทย์ที่หนักมาก ผมต้องทำการบ้าน หาข้อดีดูจังหวะ วิธีการเดิน จำฟอร์แมต สุดท้ายเป็นตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีรายการ Bao Young Blood ในแต่ละรายการคาแร็คเตอร์พิธีกรต่างกัน แต่ทั้งหมดคือตัวผม เพียงแต่เลือกดึงบางมุมมาใช้เท่านั้น ทุกสิ่งเกิดจากการเรียนรู้หรือแม้แต่ทีมงาน ผมก็ใช้วิธีเดียวกับงานละคร คือต้องรู้จักทีมงานทุกคน ถ้าทุกคนสามารถเรียกไอ้กันต์ได้ จะทำงานสนุกมากผมเชื่อในทีมเวิร์ค ไม่เชื่อว่าใครเก่งคนเดียวจะทำให้งานรอด มันต้องไปด้วยกันทั้งหมด ตัวตนที่แท้จริง

ผมคิดว่าคนดูจำกันต์ในแบบพิธีกรได้เพราะไม่เคยเห็นมุมนี้ของผมเลย เคยเห็นกันต์เป็นคนอื่นมาตลอด ไม่เคยรู้ว่าผมเป็นคนกวน ๆ ไม่เคยรู้ว่าผมเป็นคนหยาบคาย เพราะผมไม่ต้องเฟค เป็นตัวเอง และสนุกมาก ตอนเป็นนักแสดงมีคนจ้างให้ผมเป็นฃคนอื่น แต่เป็นพิธีกรมีคนจ้างผมเป็นตัวเองทุกวัน ผมแค่เลือกบางมุมของตัวเองออกมาฃใช้ รู้สึกเหมือนอยู่ในสนามเด็กเล่นของผมฃและสุดท้ายคนจำได้เพราะกันต์เป็นตัวกันต์เอง

ส่วนจุดหมายที่จะบอกได้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ ผมไม่รู้ เพราะคนที่ตัดสินไม่ใช่ผม แต่คือคนดู คือคนที่เราร่วมงานด้วย เขาแฮ็ปปี้ เราก็แฮ็ปปี้ จุดมุ่งหมายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เคยมีคนพูดถึงพี่กฤษณ์ว่า โห พี่กฤษณ์หายไปเลย กันต์มาแทนหรือเปล่า บอกเลยว่าไม่ ผมมาทำงานที่เวิร์คพอยท์ เพราะผมปรึกษาพี่กฤษณ์ฃแล้ว พี่กฤษณ์เป็นคนชวนผมมา เราสนิทกัน

ปัจจุบันเขาเลือกที่จะไม่ทำ เพราะตอนนี้จุดหมายของเขาเปลี่ยนไป ความคิดคนเราเปลี่ยนได้ทุกวินาที วันนี้พี่กฤษณ์ไม่ได้อยากมีรายการ 10 รายการ เขาอยากทำ MAYA\Music Festival ของเขา เขาไม่อยากทำงาน 7 วัน แต่อยากไปเที่ยว เขาก็มีความสุขดี ก็เหมือนกับผม วันนี้ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมเท่กับการทำงาน 7 วันอีกแล้ว ผมอยากทำงานแค่ 3 วัน แต่เป็นวันที่มีประสิทธิภาพแล้วอีก 4 วัน ผมได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ได้อยู่กับแฟน ได้อยู่กับหมา ได้นอนนวดอยู่บ้าน นี่คือชีวิตที่แฮ็ปปี้สำหรับผมในปัจจุบันความสมดุลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

กดเลข 4 เพื่ออ่านหน้าถัดไป >>>

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.