เคล็ดลับการสอนจาก 11 ครูดีเด่น ที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า
เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2562 ที่ผ่านมา ครูดีเด่น ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของลูกศิษย์จาก 11 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับพระราชทาน รางวัลครูสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3 ปี 2019 ได้ขึ้นเวทีการประชุมวิชาการนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 2 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอนของครูแต่ละท่าน ซึ่งล้วนเป็นเคล็ดลับที่มีประโยชน์ต่อการสอนเป็นอย่างยิ่ง
เริ่มต้นที่ ครูไพสะนิด ปันยาสะหวัด จากโรงเรียนมัธยมศึกษาสันติภาพ เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ท่านใช้ศาสตร์ภาษาและวรรณคดีสอนลูกศิษย์ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง และมีความกล้ที่จะแสดงอัตลักษณ์ของตนเองผ่านศิลปะการแสดง ครูไพสะนิดยังบอกอีกว่า ทุก ๆ เดือนจะมอบรางวัลให้นักเรียนที่มีผลการเรียนดี ถึงจะเป็นรางวัลที่เล็กน้อยก็ตาม แต่เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างแรงผลักดันให้กับเด็ก ๆ
ครูหม่องจ๋าย จากโรงเรียนจ๊ะมี่ เมืองปะเตงจี ประเทศเมียนมา เป็นผู้เปลี่ยนโลกการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของลูกศิษย์ที่กลัวภาษาอังกฤษให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ด้วยเทคนิคคือการใช้เสียงดังฟังชัดเป็นตัวอย่างให้ลูกศิษย์กล้าที่จะพูด และสิ่งสำคัญที่ครูต้องมีคือ ความใจเย็น และไม่ทอดทิ้งเด็กที่เรียนหนังสือไม่ทันอย่างเด็ดขาด
ครูลูร์เดส รันเจล กอนซัลเวซ จาก ประเทศติมอร์-เลสเต ที่ทำงานอยู่บนภูเขา บอกว่า เธอให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในทุก ๆ กิจกรรม ทั้งในและนอกห้องเรียน และให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมพัฒนาโรงเรียนในทุกมิติ
ครูสาดัท บี มินันดัง จากเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่ทำงานอยู่กับเด็ก ๆ ในชุมชนมุสลิม บอกว่า เด็กทุกคนต้องได้เรียน ครูสาดัทจะใช้เวลาตอนบ่ายของวันเสาร์ไปสอนเด็ก ๆ ที่พักอาศัยอยู่ในชุมชนข้างถนน เขาจะหยิบอุปกรณ์การสอนใส่รถเข็นไปด้วยเสมอ ที่เขาทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้เด็ก ๆ ที่ด้อยโอกาสได้เรียนหนังสือ
เช่นเดียวกับครูสุเทพ เท่งประกิจ จากอำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ประเทศไทย ที่ใช้ภาษายาวีถ่ายทอดและแนะนำให้ผู้ปกครองพาลูก ๆ เข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการดื่มน้ำชายามเช้ากับคนในชุมชน
ครูรูดี ฮาร์ยาดี จากโรงเรียนอาชีวศึกษาในเมืองเศรษฐกิจอันดับ 4 ของอินโดนีเซีย ได้จัดห้องเรียนเทคโนโลยีไร้สาย โดยใช้โมเดลที่เขาออกแบบขึ้น ชวนนักเรียนเป็นผู้สร้างนวัตกรรมอย่างเป็นขั้นตอน
ครูเล ทัน เลียม จากโรงเรียนชนเผ่าทางตอนใต้ ประเทศเวียดนาม ใช้คำขวัญว่า “เล่าให้กันฟัง ส่งข่าวให้กันทราบ อธิบายให้เข้าใจ และก้าวไปด้วยกัน” ได้เปิดชมรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนนักเรียนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์จากแรงบันดาลใจ และปัญหาสิ่งแวดล้อมตามสถานการณ์จริงในปัจจุบัน
ครูลอย วิรัก จากโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดกำปงชนัง ประเทศกัมพูชา เป็นครูฟิสิกส์ บอกว่า สื่อการสอน คือหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ความเชื่อนี้ทำให้เขายอมลงทุนควักเงินส่วนตัวซื้อวัสดุอุปกรณ์ทำสิ่งประดิษฐ์ เพื่อการเรียนรู้ของลูกศิษย์
“ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เป็นแนวคิดของครูเค เอ ราซียะฮ์ ครูวัยเกษียณแห่งโรงเรียนมัธยมในเมืองโกตาบารู รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ที่หลายคนให้ความสนใจ ครูเคบอกว่า เธอสอนเด็กพิเศษให้เป็นคนนวดสปาที่มีความสามารถ และสอนพวกเขาให้ใช้ศิลปะการแต่งหน้า สร้างความสนุกและลดความแปลกแยกระหว่างเด็กพิเศษกับเด็กทั่วไป โดยจะนำเงินรางวัลที่ได้ไปลงทุนเปิดร้านสปาตามย่านเศรษฐกิจให้เด็ก ๆ ได้ต่อยอด
ครูฮาจะฮ์ บินติ ฮาจี อัสปาร์ ครูใหญ่จากประเทศบรูไนดารุสซาลาม เปิดศูนย์การศึกษาเพื่อเด็กพิเศษในโรงเรียน โดยให้โจทย์ท้าทายกับเพื่อนครูในการพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครอง
และครูแองจิลิน ชาน สิ่วเวิ่น จากประเทศสิงคโปร์ พบจุดเปลี่ยนจากการมีเพื่อนเป็นเด็กพิเศษที่ต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน เพราะคนรอบข้างไม่เข้าใจพวกเขา ทำให้เธอมุ่งมั่นที่เป็นครูเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เธอบอกว่า การเป็นครูสำหรับเด็กพิเศษ ต้องคิดถึงความก้าวหน้าที่มีผลต่อพัฒนาการของเด็ก ต้องจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตของพวกเขา และใช้เทคโนโลยีจัดโปรแกรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อยืนยันคำกล่าวว่า ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ที่มา :
ภาพ :
บทความน่าสนใจ
มรภ.สงขลา ทำโครงการ ตามรอยพ่อ ปั้น นศ.จิตอาสา ฝึกความเป็นครู
คุณครูช่วยเหลือลูกศิษย์ผู้หิวโหย โดยรวบรวมเงินไปซื้อหาเสบียงให้ทันที
ครูใจดีแบกลูกศิษย์พิการไว้บนหลัง พาไปทัศนศึกษากับเพื่อนร่วมชั้นเรียน
ครูแล่ม อดีตทีมสตรีเหล็ก สละเงิน 8,000 บาท ต่อเดือน สานฝันเด็กให้ติดทีมชาติ