แพทย์ทางเลือก

ชวนรู้จัก แพทย์ทางเลือก สาขาต่าง ๆ

แพทย์ทางเลือก สาขาต่าง ๆ มีอะไรบ้าง เด่นด้านใด เรามีคำตอบ

นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ แพทย์นักวิจัยด้านชาติพันธุ์เภสัชวิทยาของพิพิธภัณฑ์พฤกษศาสตร์แห่งฮาร์วาร์ด ผู้อำนวยการหลักสูตรการแพทย์ผสมผสานประจำมหาวิทยาลัยแห่งแอริโซนา ให้ความรู้เกี่ยวกับ แพทย์ทางเลือก ในสาขาต่าง ๆ ไว้อย่าน่าสนใจ ซึ่งการเข้าใจความหลากหลายนี้จะช่วยให้เราสามารถเลือกแนวทางการรักษาหรือดูแลร่างกายได้อย่างเหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น

หนังสือพลังบำบัดของคุณหมอไวล์ เผยว่า หากคุณเริ่มกวาดสายตาออกนอกระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน เมื่อมองหาทางเลือกอื่น ๆ คุณยิ่งจำเป็นต้องได้รู้ข้อมูลให้มากที่สุด

การแพทย์ทางเลือกในสาขาต่าง ๆ นั้น ก่อรูปมาจากการคร่ำเคร่งศึกษาผลการรักษาด้วยหลักการอันเป็นเรื่องเป็นราวมาเนิ่นนาน และมีทั้งการรักษาด้วยวิธีการอันไม่มีที่มาที่ไปเอาเลย ตามปกติแล้ว วิธีการแบบการแพทย์ทางเลือกจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการใช้ยาและการผ่าตัดของการแพทย์ปัจจุบัน ที่มุ่งรักษาแบบการต้านและระงับอาการ แต่การแพทย์ทางเลือกก็อาจจะมีราคาแพงและเสียเวลาเปล่า ซึ่งหลักการสำคัญของการแพทย์ทางเลือกสาสาขาต่าง ๆ ที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย มีดังนี้

การฝังเข็ม

การเสียบเข็มเล่มยาวเข้าไปตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นศาสตร์การบำบัดความเจ็บป่วยของการแพทย์จีนที่มีมาแต่โบราณกาล แต่แพทย์ชาวตะวันตกยังไม่ได้นำวิธีบำบัดนี้มาประกอบการรักษาผู้ป่วยในแผนปัจจุบัน จะมีบ้างก็คือใช้การฝังเข็มเป็นวิธีบรรเทาอาการปวดรุนแรงหรือเรื้อรัง ซึ่งหากมองในแง่ของการระงับอาการ ก็จัดได้ว่า ฝังเข็มเป็นวิธีการบำบัดความปวดที่ไม่มีผลข้างเคียง แต่จะช่วยระงับความปวดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ผู้ป่วยจึงอาจต้องไปรับการฝังเข็มบ่อย ๆ

การฝังเข็มสามารถรักษาอาการปวด บรรเทาความเครียด และอาการคัดจมูกอย่างรุนแรงของผู้เป็นไซนัสได้ ทั้งยังช่วยสมานความบกพร่องหรือบาดเจ็บตามข้อต่อต่าง ๆ ได้ ทันตแพทย์บางคนใช้วิธีฝังเข็มให้คนไข้ก่อนจะถอนหรือกรอฟัน ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ มีการใช้การฝังเข็มบริเวณใบหูเพื่อให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่หรือยาเสพติดอื่น รวมทั้งเฮโรอื่น โคเคน หรือคนที่ติดนิสัยกินพร่ำเพรื่อด้วย

โดยหลักการแล้ว แพทย์แผนจีนมิได้ใช้การฝังเข็มเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น หากแต่คุณสมบัติหลักของการฝังเข็มคือ การเปิดจุดให้พลังงานไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้โดยเสรี

อายุรเวท

อายุรเวทเป็นการแพทย์สาขาหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่เพิ่งจะเป็นที่แพร่หลายในหมู่ชาวตะวันตกเมื่อไม่นานมานี้เอง การแพทย์สาขานี้จะมีหลักการจำแนกผู้ป่วยจากการสังเกต ซักถาม สัมผัส และ วิเคราะห์ชีพจร แล้วจัดผู้ป่วยออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ

ในผู้ป่วยแต่ละประเภทก็ยังแยกแยะลงเป็นกลุ่มย่อย ๆ อีกระดับหนึ่ง คนไข้แต่ละประเภทจะถูกกำกับอาหารและได้รับวิธีบำบัดปัญหาสุขหาสุขภาพแตกต่างกันออกไป โดยมากจะใช้สมุนไพรนานาชนิดที่อุดมอยู่ในชมพูทวีปร่วมกับเวชภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ แร่ธาตุ จนกระทั่งใช้อัญมณีบางชนิดป่นเป็นผงด้วย

นอกจากนั้น การแพทย์อายุเวทยังบำบัดอาการบางอย่างด้วยการอบไอน้ำและนวดน้ำมันต่าง ๆ ให้ผู้ป่วยด้วย การหาแพทย์สาขาอายุรเวทคงต้องใช้ความพยายามอยู่สักหน่อย แพทย์หลายคนในประเทศตะวันตกที่บำบัดด้วยวิธีการนี้มักเป็นสมาชิกองค์กรนานาชาติ ที่ชื่อ มหาฤษี มเหศ โยคี (Mahaharishi Mahesh Yogi) ซึ่งเป็นของเศรษฐีชาวฮอลแลนด์ที่ปลุกปั่นให้การบำบัดแบบอายุรเวทเป็นวิธีการหากำไรอย่างหนึ่ง (ในประเทศอินเดียนั้น อายุรเวทเป็นวิธีการบำบัดรักษาสุขภาพสำหรับคนทุกชั้นวรรณะ และเป็นการแพทย์ทางเลือกที่มีราคาถูก องค์กรดังกล่าวเปิดหลักสูตรฝึกอบรมสำหรับแพทย์เพื่อออกใบรับรองให้ โดยที่ผู้เข้าอบรมได้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาและหลักการต่าง ๆ ของการแพทย์ทางเลือกสาขานี้อย่างจำกัดมาก แนะนำให้หาแพทย์ที่มิได้สังกัดองค์กรดังกล่าวจะดีกว่า ช่องทางหนึ่งที่จะหาตัวนักบำบัดสาขา อายุรเวทเก่ง ๆ คือ ถามจากชุมชนคนอินเดีย หรือแม้แต่ร้านอาหาร และร้านขายของอินเดียก็ได้

ไบโอฟีดแบ็ก

ไบโอฟืดแบ็ก (biofeedback) เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย โดยการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ค่อย ๆ กระตุ้นการตอบสนองของร่างกายจนผู้รับการบำบัดรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น ผู้ที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการเท่านั้นจึงจะให้การบำบัดแบบนี้ได้ ซึ่งโดยมากเป็นนักจิตวิทยาคลินิก ถ้าจะกล่าวอย่างง่ายที่สุดคือ ผู้รับการบำบัดจะต้องหัดเพิ่มอุณหภูมิของฝ่ามือขึ้น และการทำเช่นนั้นจะช่วยผ่อนคลายระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติส่วนที่เราควบคุมได้ การเข้าฝึกทำไบโอฟิดแบ็กนั้นสนุกและผู้เข้าอบรมมักจะทำได้ดีแทบทุกคน วิธีการนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ที่มีอาการของโรคเรย์โนด์ ไมเกรน ความดันโลหิตสูง การนอนกัดฟัน อาการทีเอ็มเจ และโรคอื่นที่มีสาเหตุมาจากความเครียด

ส่วนการทำไบโอฟีดแบ็กแก่คลื่นสมองต้องใช้เทคนิคที่ซับซ้อนกว่านั้น แต่จะช่วยรักษาผู้ที่มีความผิดปกติทางการยึดจับสิ่งของและปัญหาเกี่ยวกับระบประสาทส่วนกลางอื่น ๆ นักบำบัดโดยวิธีการไบโอฟืดแบ็กหาไม่ยาก แต่ผู้ที่จะรู้จักดัดแปลงเทคนิควิธีการเหล่านี้มารักษาผู้ป่วยได้อย่างสร้างสรรค์โดยไม่ได้สักแต่ว่ารักษาไปตามกระแสนั้น มีน้อยคน

การฝึกอบรมทั่ว ๆ ไปมักจะเป็นหลักสูตรแบบครั้งละชั่วโมง เป็นเวลาสิบครั้ง หรือจะอบรมเพื่อไปทำเองที่บ้านก็มี การทำไบโอฟีดแบ็กจะช่วยให้คุณรู้ว่าการผ่อนคลายจากภายในจริง ๆ นั้นเป็นอย่างไร และจะช่วยสร้างความรู้สึกดี ๆ ขึ้นใหม่ และจะเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นอยู่ที่ดีได้

บอดี้เวิร์ค

บอดี้เวิร์ค (Body Work) เป็นการนวดเพื่อบำบัด และเป็นวิธีการขจัดความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่งที่หมอมักแนะนำแก่ผู้มาขอคำปรึกษาอยู่เสมอ และต่อไปนี้เป็นการนวดบำบัดสาขาบอดี้เวิร์ค 4 แบบที่คุณหมอชอบ

  • เฟลเดนไครส์เวิร์ค (Feldenkrais Work) เป็นระบบการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ ฟลอร์เอกเซอร์ไซล์และบอดี้เวิร์คแบบต่าง ๆ ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อฝึกฝนฟื้นฟูระบบประสาทส่วนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเปิดช่องทางใหม่ ๆ ในบริเวณต่าง ๆ ที่ถูกปิดกั้นหรือเสียหายไป การนวดด้วยวิธีการนี้เป็นวิธีการที่สร้างสรรค์ นุ่มนวล และมักจะมีประสิทธิภาพดีมาก โดยเฉพาะต่อผู้ที่เคยบาดเจ็บอย่างสาหัสมาก่อน หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่อง จังหวะการเต้นของหัวใจ โรคหลอดเลือดในสมองแตก หรือความด้อยสมรรถภาพชนิดร้ายแรงอื่น ๆ ซึ่งเป็นวิธีการบำบัดที่มีประโยชน์ มากกว่าการบำบัดด้วยวิธีการมาตรฐานของแพทย์แผนปัจปัจจุบัน
  • รอล์ฟลิ่ง (Rolfing) เป็นบอดี้เวิร์คชนิดที่บังเกิดผลได้มาก วิธีการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขหรือปรับโครงสร้างของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยการเข้าไปแก้ไขรูปแบบต่าง ๆ ของความเครียดที่สะสะสมอยู่ในเนื้อเยื่อระดับลึก นักบำบัดด้วยวิธีการนี้จะลงแรงแรงหนักแน่นไปที่บริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เจ็บปวดอยู่บ้าง การทำ รอล์ฟลิ่งคือการบำบัดด้วยวิธีการ 10 กระบวนท่า ซึ่งแต่ละกระบวนท่าจะช่วยบำบัดอาการในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รอล์ฟลิงจะช่วยปลดปล่อยอารมณ์และความขุ่นมัวต่าง ๆ ได้ไม่แพ้กับการคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ
  • ชิอัทสึ (Shiatsu) เป็นศิลปะการบำบัดแบบดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น โดยการใช้นิ้วอันแข็งแรงกดไล่ลงที่ “จุด” ต่าง เพื่อเปิดช่องทางให้พลังงานในร่างกายไหลเวียนถ่ายเทได้ดียิ่งขึ้น โดยให้ผู้เข้ารับการบำบัดนอนราบลงบนพื้น และผู้บำบัดชาวตะวันตกจะรู้สึกว่าพอสบาย แต่แม้จะแรงไปบ้าง วิธีการนี้ก็มีผลดียิ่งนักต่อการแก้ไขความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และเพิ่มพลังกายให้คืนมาอีกครั้งหนึ่ง โดยทั่วไปแล้ว นักบำบัดชาวตะวันตกจะนวดเบากว่า
  • เทรเกอร์เวิร์ค (Trager World) เป็นบอดี้เวิร์ครูปแบบหนึ่งที่กระทบต่อร่างกายน้อยที่สุด โดยการนวดและคลึงเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลายในระดับลึกและโล่งสบาย นอกเหนือจากการช่วยผ่อนคลายแล้ว เทรเกอร์เวิร์คยังช่วยอุดหนุนให้ระบบประสาทส่วนกลางสื่อสารกับกล้ามเนื้อต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น จึงถือได้ว่าเป็นวิธีการคลายเครียดที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ประสบปัญหาความบาดเจ็บสาหัสแบบต่าง ๆ ความด้อยสมรรถภาพ อาการหลังจากเป็นโปลิโอ และผู้ที่มีปัญหาเรื้อรังต่าง ๆ ด้านระบบประสาทและกล้ามเนื้อ

การแพทย์แผนจีน

การแพทย์แผนจีนโบราณ หรือที่ซีเอ็ม (TCM: Traditional Chinese Medcine) เป็นระบบบำบัดรักษาความเจ็บป่วยที่ละเอียดลึกซึ้งและสมบูรณ์แบบยิ่งนัก จนปัจจุบันได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ผู้บำบัดด้วยวิธีการแพทย์สาขาจีนมีทั้งชาวจีนย้ายถิ่นและแพทย์ชาวตะวันตกที่เดินทางไปศึกษาวิชาการแพทย์แผนจีนมาจากประเทศจีนโดยตรง

การตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยโรคจะต้องทำโดยการซักประวัติผู้ป่วย การสังเกตวิเคราะห์ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ลิ้น การสัมผัสและการจับจังหวะชีพจร ซึ่งทั้งหมดต้องอาศัยความละเอียดลออและความชำนาญพิเศษ ส่วนการรักษาจะประกอบด้วยการเลือกอาหาร การนวด การฝังเข็ม การดื่มชาสมุนไพรต่าง ๆ รวมทั้งยาจากสัตว์ต่าง ๆ ด้วยการบำบัดและสมุนไพรของจีนมีอยู่หลากหลาย และปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจจากนักวิจัยชาวตะวันตกอย่างกว้างขวาง และเป็นที่ประจักษ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ว่ามีประสิทธิภาพสูง และสามารถรักษาอาการของโรคบางโรคที่แพทย์แผนปัจจุบันยังไม่พบวิธีรักษาได้

จากประสบการณ์หมอ การทดลองรับการบำบัดตามวิธีต่าง ๆ ของการแพทย์แผนจีนเป็นเรื่องคุ้มค่า โดยเฉพาะกับโรคภูมิแพ้ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่องแบบต่าง ๆ การติดเชื้อและภาวะเสื่อมเรื้อรัง โรคโครห์น รวมทั้งโรคแผลเปื่อยในกระเพาะหรือลำไส้ อาการด้อยสมรรถภาพทางเพศ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง โรคหืด และอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงทั้งหลายด้วย

ไคโรแพรกติก

ไคโรแพรกติก (Chirooractic) เป็นการบำบัดอีกสาชาหนึ่งที่มีการพัฒนาต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนับศตวรรษมาแล้ว จนปัจจุบันนักบำบัดด้วยวิธีไคโรแพรกติกที่เรียกกันว่าไคโรแพรกเตอร์ มักจะร่ำเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ และต้องไม่อวดอ้างว่าลำพังไคโรแพรกติกอย่างเดียวจะรักษาความเจ็บป่วยอย่างมะเร็งหรือเบาหวานได้ แต่ แพทย์ทางไคโรแพรกติกนั้นยังเน้นการเอกซเรย์มากเกินไป และมักจะต้องให้คนไข้มารับการรักษาต่อเนื่องเป็นช่วงยาวเกินไป และบางรายคิดค่าบำบัดแพงเสียด้วย

คนไข้บางคนต้องไปรับการตรวจหาความผิดปกติอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง แต่การบำบัดวิธีนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับความปวดในกระดูกและกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะเนื่องจากความเครียด และต้องการฟื้นฟูสุขภาพจากการบาดเจ็บสาหัส แต่จะไม่ค่อยมีประโยชน์กับผู้ที่ต้องการแก้อาการปวดเรื้อรัง

การบำบัดด้วยการชี้นำจิตและจินตบำบัด

นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ ระบุว่า ผมประทับใจในการบำบัดที่สามารถเชื่อมโยงเอาความสัมพันธ์ระหว่างร่างกายและจิตใจเข้าหากัน อย่างการบำบัดด้วยการชี้นำจิตและจินตบำบัด เพื่อนำจิตใจมาร่วมกันบำบัดความเจ็บป่วยป่วยต่าง ๆ กับร่างกายได้ ดังนั้น ณ ที่นี้จะขอย้ำเพียงว่า คงไม่มีความเจ็บป่วยใดที่วิธีการรักษาสองแบบนี้จะเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้ ถ้าจะให้ดีคือ คุณต้องหานักบำบัดมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนและอบรมมาอย่างถูกต้อง อย่างน้อยก็ต้องมีความรู้เบื้องต้น เพื่อจะได้มันใจว่าคุณจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เพราะการรักษาทั้งสองวิธีนี้จะสามารถบำบัดและส่งเสริมประสิทธิภาพ ของการรักษาแบบอื่น ๆ รวมทั้งวิธีการของแพทย์แผนปัจจุบันและการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันอัตโนมัติ รวมทั้ง ความเจ็บป่วยอื่นจากระบบการบำบัดภายในขัดข้อง

การใช้สมุนไพร

ในฐานะที่นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ เป็นแพทย์ที่ศึกษามาในสาขาพฤกษศาสตร์ จึงขอแนะนำว่า เราสามารถใช้สมุนไพร (Herbal Medicine) มาบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยได้หลายชนิด แต่โชคไม่ดีที่ในปัจจุบันมีแพทย์น้อยคนที่จะมีความรู้หรือมีประสบการณ์บำบัดรักษาผู้ป่วยโดยใช้มุนไพร แต่ก็มีความเป็นไปได้มากว่าผู้ป่วยจะได้พบแทย์สาขาอายุรเวท แพทย์แผนจีนโบราณ และนักบำบัดในสาขาอื่น ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านการใช้สมุนไพรด้วย

นอกจากนี้ ยังมีนักสมุนไพรซึ่งอาจะไม่ได้ร่ำเรียนแพทย์ แต่เป็นผู้ที่เคยศึกษาวิชาการสมุนไพรที่ตกทอดมาจากผู้เชี่ยวชาญการใช้สมุนไพรมาก่อน การที่จะเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดเลือกและเลือกหาสมุนไพรมารับใช้ด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม จะต้องซื้อหาผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ดี โดยผู้ผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ แนะนำให้ใช้สมุนไพรสกัดในแอลกอฮอล์ หรือที่เรียกว่าทิงเจอร์ หรือสารสกัดที่ได้จากกระบวนการสกัดมาตรฐานจึงจะดี สมุนไพรนั้นออกฤทธิ์ช้าและอ่อนกว่ายาจากสารเคมี แต่ก็ให้ผลข้างเคียงน้อยกว่าเช่นกัน

การแพทย์องค์รวม

หลักการสำคัญของการแพทย์องค์รวม (Holistic Medicine) คือปรัชญาที่ว่าความเป็นมนุษย์มิได้ประกอบขึ้นด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียว และการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพจะต้องสามารถบำบัดให้เกิดสุขภาวะในลักษณะองค์รวมเท่านั้น มิใช่ใช้เพียงแต่ยาหรือการผ่าตัด และแม้ว่าแพทย์องค์รวมส่วนมากจะทำงานอยู่ภายใต้ปรัชญาเดียวกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าแพทย์แต่ละคนจะใช้วิธีการหรือแบบแผนการรักษาเดียวกันไปเสียทั้งหมด และการที่แพทย์คนใดเป็นสมาชิกของสมาคมการแพทย์องค์รวม ก็ไม่ได้หมายความว่าแพทย์ผู้นั้นจะมีฝีมือเก่งกาจ

โฮมีโอพาธี

การรักษาแบบโฮมีโอพาธี (Homeopathy) เป็นระบบการวินิจจัย และเยียวยาโดยใช้สารออกฤทธิ์ที่ผ่านการเจือจางลงมาก ๆ โดยมากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ การแพทย์สาขานี้มีประวัติอันยาวนานกว่า 20 ปีมาแล้ว และปัจจุบันก็กลับเข้ามาอยู่ในความนิยมอีกครั้งหนึ่ง

จุดเด่นของการรักษาด้วยวิธีนี้คือไม่เป็นอันตราย เนื่องจากใช้ยาที่เจือจางมาก นักบำบัดสาขาโฮมีโอพาธีอธิบายได้ว่า ยาที่มีฤทธิ์เจือจางจะไปช่วยกระตุ้นระบบบำบัดธรรมชาติให้ทำงานมากขึ้น ส่วนผู้ที่ไม่ยอมรับวิธีการรักษาสาขานี้ก็วิจารณ์ว่า เป็นการรักษาที่ใช้วิธีสร้างปฏิกิริยาอุปาทานจากคนไข้เท่านั้น

ปัจจุบันหากคุณจะขอรับการบำบัดแบบโฮมีโอพาธีก็อาจจะสับสนอยู่บ้าง เพราะนักบำบัดสาขานี้แบ่งลักษณะการรักษาออกเป็นหลายรูปแบบ แล้วแต่ว่าใครจะศึกษามาจากสำนักใด เช่นผู้ที่เรียนมาในแบบแผนดั้งเดิมที่เรียกว่า โฮมีโอพาธีคลาสสิก (Classical Homeopathy) ก็จะซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียด แล้วสั่งยาเพียงหนึ่งขนานเพื่อบำบัดโรคทีละโรค ส่วนโฮมีโอพาธีสาขาอื่นมักจะให้ยาหลายขนานในคราวเดียวกัน และยังให้คนไข้รับการบำบัดในวิธีการอื่น ๆ ผสมผสานกันด้วย นักบำบัดสาขานี้มีทั้งผู้ที่เป็นแพทย์แผนปัจจุบันหรือสาขาออสทีโอพาธี เนเจอโรพาธี ไคโรแพรกเตอร์ หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ผ่านการร่ำเรียนมาทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ สำหรับคุณหมอแอนดรูว์จะเลือกรับการบำบัดจากแพทย์แผนปัจจุบันที่ศึกษามาในสาขาโฮมีโอพาธีคลาสสิก แต่ก็เคยรู้จักนักบำบัดด้วยวิธีโฮมีโอพาธีอยู่หลายคนที่ใม่ได้จบแพทย์มา แต่ก็เป็นนักบำบัดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง และปัจจุบันเรายังสามารถหาซื้อยาต่าง ๆ แบบการแพทย์โฮมีโอพาธีได้ตามร้ายขายยา หรือตามร้านอาหารสุขภาพด้วย นับเป็นการแตกแขนงของโฮมีโอพาธีอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแพทย์ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน

แต่ก็ได้พบมาแล้วว่าการบำบัดแบบนี้สามารถรักษาโรคได้หลายอย่าง อาทิเช่น โรคภูมิแพ้ โรคผิวหนัง โรคทางเดินอาหาร โรคปวดข้อจากรูมาทอยด์ ทางเดินหายใจส่วนบนและหูอักเสบ ปัญหาภายในของสตรี และอาการปวดศีรษะ เป็นต้น โดยมากแล้วแพทย์สาขานี้จะไม่เต็มใจให้คนไข้รักษาตัวด้วยวิธีการอื่น ๆ ปะปนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ยา จากแพทย์แผนปัจจุบัน สมุนไพร วิตามิน และอาหารเสริมต่าง ๆ และยังเชื่อว่าสารบางตัว อย่างกาแฟ การบูร มินต์ ฯลฯ จะก่อปฏิกิริยาต่อต้านการบำบัดได้ ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องงดสารดังกล่าวอย่างเด็ดขาดนับแต่วันแรกที่รับการบำบัดด้วยวิธีนี้

ข้อมูลจาก หนังสือพลังบำบัด ร่างกายคุณรักษาตนเองได้

บทความที่น่าสนใจ

เช็ก ประกันสังคม 2569 และบัตรทอง 30 บาท มีอะไรบ้าง ตรวจอะไรได้บ้าง

เช็กซิ อาการไตอ่อนแอ พร้อมวิธีดูแลตามหลักแพทย์จีน

เทคนิคดูแลไต ขับพิษไต ที่ใครๆ ก็ทำได้เอง ป้องกันโรคถามหา

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสารชีวจิต

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.