แม้ในวันนี้คุณออย คุณออย-ไอรีล ไตรสารศรี ผู้ก่อตั้ง ART.for.CANCER จะจากไป แต่พลัง และกำลังใจเพื่อผู้ป่วยจะยังคงอยู่ ชีวจิตขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจอันมากล้นนี้ ผ่านบทสัมภาษณ์ ที่แม้จะเป็นการพูดคุยเมื่ออยู่ในระยะสุดท้ายของวิชา “มะเร็ง” แต่ท่วงท่า แววตา และความแข็งแรง รวมถึงแรงใจยังคงอัดแน่น ไม่เสื่อมถอยเลยสักนิด
“เวลาในชีวิต จะสั้นหรือยาวก็ไม่สำคัญเท่าการที่เราใช้ชีวิตในขณะนี้อย่างไร และเพื่ออะไร” นี่คือแนวคิดและประโยคที่ออกมาจากใจของคุณออยทำให้เราจากบทสนทนาที่เต็มไปด้วยกำลังใจนี้

>> ตอนแรกที่รู้ตัวว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านม รู้สึกอย่างไร และมีวิธีรับมืออย่างไร ? <<
“ยอมรับเลยว่าช็อกค่ะ เพราะเราเคยรู้สึกว่ามะเร็งเป็นเรื่องที่ไกลตัว มันน่าจะเกิดกับคนที่อายุเยอะๆ มากกว่า ซึ่งตอนนั้นออยเพิ่งจะอายุ 27 ปี แล้วเราก็เป็นคนที่มีสุขภาพดี เป็นนักกีฬาเทควันโดเยาวชนทีมชาติมาก่อน ไม่ได้มีอาการอะไรที่แสดงว่าเรามีความผิดปกติ จนไปคลำเจอก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างขวาของตัวเอง ไปตรวจแล้วเจอก็แค่รู้สึกว่าทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดกับเรา นาทีนั้นคิดแค่ว่าชีวิตและอนาคตของเรามันคงจะจบอยู่แค่นี้แล้ว เพราะตอนนั้นคำว่ามะเร็งในความรู้สึกคือเป็นอะไรที่ร้ายแรงเป็นแล้วจะอยู่ได้ไม่นาน
แต่พอเราตั้งสติได้ก็พยายามคิดว่ามันคือเรื่องจริงที่เราต้องรับมันให้ได้จำได้ว่าตอนนั้นให้เวลาตัวเองร้องไห้อยู่ 4 วัน คุยกับตัวเองหน้ากระจก จากนั้นก็เลิกตั้งคำถาม เลิกจม และตั้งหลักออกไปหาหมอ หาข้อมูล ไปคุยกับหมอหลายคนเพื่อหาแนวทางการรักษา คิดว่าถ้ามัวแต่มานั่งฟูมฟายร้องไห้ หรือมัวแต่มานั่งโทษชะตาฟ้าลิขิต โทษเวรโทษกรรมที่เราเคยทำมาในอดีตชาติ ออยคิดว่ามานั่งคิดอะไรแบบนั้นอยู่มันก็ไม่ได้ทำให้มะเร็งหายไปจากเราได้ ถ้าเราเป็นแล้วอยากหาย เป็นแล้วอยากมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุดเราก็ต้องทำชีวิตให้ดี รักษาตัวเองให้ดีและคุ้มค่ามากที่สุด

>> หลังจากมะเร็งเต้านมสงบมาห้าปี ก็มาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอดเพิ่มอีก นาทีนั้นทำใจกับสิ่งที่เจออย่างไร <<
หลังจากที่ออยรักษาตัวอยู่จนเรียกว่าไม่มีมะเร็งอยู่แล้ว อีก 5 ปี ต่อมาก็แจ็คพ็อต ไปตรวจเจออีกรอบ ก็แค่แอบเซ็งว่า อ่ะ! มันกลับมาอีกแล้ว เราผ่านมาได้ตั้ง 5 ปี นึกว่าจะ Cancer Free (ไม่มีมะเร็งแล้ว) แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับมัน แล้วก็แค่ปรับแผนชีวิตใหม่ รอบนี้เมื่อประมาณปี 2560 ที่ไปตรวจเจอลามไปที่ปอด เจอ 2 ก้อน ก้อนละประมาณ 1 เซนฯ กว่า ตอนนั้นออยให้เวลากับตัวเองอยู่ 1 วัน ในการตั้งสติและทำใจยอมรับ จากนั้นก็ลุกขึ้นมาวางแผนชีวิตตัวเองใหม่ เรายังมีอะไรให้ต้องทำอีกตั้งเยอะ เรายังอยากทำนั่นนี่อีกตั้งมากมาย ยิ่งเป็นมะเร็งเรายิ่งคิดว่าเวลาเราเหลือไม่เท่าคนอื่น ฉะนั้นอยากทำอะไรก็รีบทำไปเลยไม่ต้องคิดนาน ออยจะไม่ให้มะเร็งมาหยุดความฝันที่เราอยากทำ แต่จะทำความฝันให้เต็มที่ในเงื่อนไขความเป็นจริง

>> อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจว่าเราจะเป็นผู้ป่วยมะเร็งที่มีกำลังใจที่ดีที่สุด ? <<
เชื่อมั้ยว่าตั้งแต่เป็นมะเร็งแล้วเนี่ยชีวิตเราดูมีคุณค่ามากขึ้นจริงๆ ไม่ได้พูดแบบให้ฟังดูดีหรืออะไรนะคะ ออยรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะมันเปลี่ยนให้เราเห็นคุณค่าของทุกสิ่งรอบตัวมากขึ้น รู้ว่าอะไรจำเป็นอะไรไม่จำเป็น อะไรที่สำคัญมากกว่าในชีวิต และเราปล่อยวางบางอย่างได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีความรู้สึกโกรธ ไม่พอใจอะไรเลยนะก็ยังมีอยู่ปกตินั่นแหละ แต่แค่ปล่อยวางได้มากขึ้น และบางครั้งเครียดๆ เราก็จะคิดว่า ชีวิตเราจะอยู่ถึงเมื่อไรไม่รู้ เลยคิดว่าใช้ระยะเวลาที่เหลืออยู่ให้มันสำคัญมากที่สุดดีกว่าที่จะมาคิดอะไรไร้สาระอยู่เลย
>> แรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้คุณออยคิดได้ว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีค่ามากที่สุด? <<
ออยแค่มานั่งคิดว่าการเป็นมะเร็งครั้งนี้มันเหมือนเป็นความโชคดีบนความโชคร้ายมากกว่า มันทำให้ออยได้รู้จักชีวิต เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ออยได้รู้ว่าตัวเราต้องการทำอะไร บางทีทำให้เราคิดได้ว่าสิ่งที่เราเรียกว่ามันร้ายๆ มันก็มีแง่งามดีๆ ของมันซ่อนอยู่ มันทำให้เรารู้จักมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น แค่เรามีลมหายใจก็ดีแล้ว ตอนที่เรารู้ว่า เป็นมะเร็ง เราก็ร้องไห้กลัวตาย แต่ตอนนี้เรายังมีลมหายใจ ทำให้เราคิดได้ว่า ปัจจุบันคือของขวัญที่ดีที่สุด เราได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ก็คือดีที่สุดแล้ว และสำหรับผู้ป่วยทุกคนไม่ว่าจะโรคมะเร็งหรือโรคอื่นๆ ต้องบอกเลยว่าเรื่องของจิตใจเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ อยากบอกว่าขอให้ตั้งสติให้ดี ให้คิดว่าเราไม่ได้เป็นคนป่วยคนเดียวบนโลกใบนี้ ใช้เวลาที่มีเรียนรู้เกี่ยวกับมัน ต้องยอมรับความจริงที่เจอ

เพราะฉะนั้น เมื่อเราตั้งสติและยอมรับมันได้แล้ว ก็มากำหนดทิศทางชีวิตว่าเราจะทำอย่างไรต่อไป แต่ถ้าอยากจะร้องไห้หรือเศร้ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ต้องฝืนแต่จงเศร้าด้วยความเข้าใจ สุดท้ายเราก็ต้องอยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เลือกทำในสิ่งที่เราทำได้ให้มันดีที่สุด ทำปัจจุบันให้ดีเพื่อที่อนาคตมันจะดีตาม

>> แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตเพื่อให้ผู้ป่วยรับมือกับโรคมะเร็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านโครงการ ART for CANCER by Ireal มีอะไรบ้าง ? <<
ช่วงที่ป่วยแล้วออยต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เราเห็นผู้ป่วยมะเร็งคนอื่นๆ ในโรงพยาบาลรัฐแล้วกระทบใจเรา เพราะเรารู้ว่าการเป็นมะเร็งมันแย่แค่ไหน ยิ่งเป็นมะเร็งแล้วไม่มีเงินรักษา มันยิ่งทำให้รู้สึกเศร้าและยากลำบาก ออยเลยคิดทำโครงการ “อาร์ต ฟอร์ แคนเซอร์” (Art for Cancer by Ireal) ขึ้นมา เพื่อให้กำลังใจผู้ป่วย และช่วยหารายได้เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ และจากโครงการเล็กๆ ที่เป็นธุรกิจเพื่อสังคมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งในด้านกำลังใจ
และทุนทรัพย์ ผ่านรูปแบบโครงการและการทำกิจกรรมเพื่อผู้ป่วย โดยใช้ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์เป็นสื่อกลางในการสร้างทัศนคติที่ดี การส่งต่อแรงบันดาลใจ รวมถึงการสร้างชุมชนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทั้งระหว่างผู้ป่วย และคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ศิลปิน จิตอาสา สื่อมวลชน ภาครัฐ และองค์กรเอกชนต่างๆ

การที่มีโอกาสได้ช่วยคนอื่น เพราะทำโครงการนี้ ออยเลยได้เห็นว่าจริงๆ แล้ว มีคนที่อยากจะช่วยเหลือคนอื่นเยอะมาก ได้เห็นน้ำใจ ได้รู้จักคนดีๆ มันเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เจอคนที่คิดไปในทิศทางเดียวกัน แล้วเรื่องของออยก็สามารถให้แรงบันดาลใจคนที่ไม่ป่วยให้อยากลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ บ้าง หมายถึงคนที่ไม่ได้ป่วยหรือใช้ชีวิตปกติอยู่และไม่ได้คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะเป็นอะไร พอเห็นออยทำโครงการนี้ ได้เห็นว่าความป่วยไม่ได้เป็นอุปสรรคในการลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อคนอื่น ออยรู้สึกว่าคงจะดีถ้าออยเป็นหนึ่งในเป็นแรงกระตุ้นเล็กๆ ให้ศิลปินหรือคนทำงานดีไซน์ใช้ศักยภาพ ใช้ไอเดีย มาสร้างสรรค์สังคม ซึ่งมันไม่ต้องใช้เงินทองอะไรมากมายเลย สำหรับคนที่อยากสนับสนุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งผ่านงานศิลปะ ก็สามารถไปดูได้ที่เพจ Art for Cancer by Ireal นะคะ

>> ที่ผ่านมาเจอเรื่องราวอะไรที่ทำให้เครียดบ้างหรือไม่ แล้วมีวิธีรับมือกับความเครียดนั้นอย่างไร? <<
ออยจะคุยกับตัวเองเลยว่าเป็นแล้วเศร้ามันได้อะไร ยอมรับความจริงแล้วเดินหน้าใช้ชีวิตแบบปกติต่อไป ดูแลตัวเองให้ดีกว่าที่เคย เมื่อก่อนอาจละเลยสุขภาพไปบ้าง ตอนนี้ก็แค่หันมาใส่ใจมันมากขึ้น แม้บางอย่างจะอยู่เหนือการควบคุม อยู่เหนือความคิดเรา แต่ออยเชื่อเสมอว่าทุกอย่างมันมีเหตุและปัจจัย วันนี้เราอาจจะไม่รู้คำตอบว่าทำไม สิ่งที่ออยคิดคือทำหน้าที่ ทำปัจจุบันให้ดีเพื่อที่อนาคตมันก็จะดีด้วย เต็มที่ในแบบของเรา การคิดแบบนี้ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งก็ได้ที่ทำให้เราฟื้นฟูตัวเองได้เร็ว ด้วยความที่อายุยังน้อย มีความแข็งแรง ออยรู้สึกว่าบนความโชคร้ายของเรา มันก็มีความโชคดีอยู่ในนั้น รวมถึงมันให้โอกาสเราที่จะแบ่งปันสิ่งที่เรามีเพื่อช่วยคนอื่นต่อได้อีกด้วยค่ะ

ออยอยากให้คนที่ป่วย หรือคนที่เจอปัญหาโรคมะเร็งแบบออยคิดให้ได้ว่ามะเร็งไม่ได้มาคุกคามชีวิตเรา แค่มันน่าเบื่อที่ต้องคอยไปหาหมอเพื่อทำการรักษาบ่อยกว่าคนอื่นก็เท่านั้น ความจริงต้องขอบคุณโรคนี้ด้วยซ้ำที่ยังเมตตาให้เราได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นได้อีกตั้งมากมาย ทำให้เราก้าวข้ามบททดสอบต่างๆ เพื่อให้ตัวเองแกร่งขึ้นให้ได้ คนเราทุกคนควรทำใจเกี่ยวกับเรื่องความตายเอาไว้ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าคนที่ไม่เป็นมะเร็งจะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าคนที่ป่วย วงจรชีวิตคนเราก็คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราอาจเจอไวกว่าคนอื่น แค่เราทำความเข้าใจกับชีวิต โฟกัสไปที่สิ่งที่อยากทำให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเป็นโรคที่เข้าใกล้ควาตายมากกว่าคนอื่น ใช้มันเป็นครู ให้เราได้รู้จักเตรียมตัว ทำในสิ่งที่อยากทำ เพื่อวันหนึ่งที่เราจากโลกนี้ไป เรายังได้ทันตั้งตัว และเราได้สัมผัสคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตแค่นี้ก็คุ้มเกินพอแล้วล่ะค่ะ
หลังจากที่เราพูดคุยกับคุณออยจบลง สิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวอันดับแรกเลยก็คือ การใช้เวลาในแต่ละวันของตัวเองให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับตัวเองและคนอื่นให้มากที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าเราเหลือชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกนานแค่ไหน อยู่ๆ อาจเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับชีวิตเราก็ได้ใครจะไปรู้อนาคต จริงอย่างที่คุณออยบอกนั่นแหละค่ะว่า สิ่งเหล่านี้กลายเป็นตัวกระตุ้นให้เธอนึกคิดว่าชีวิตนี้ต้องหันมาทำอะไรสักอย่างให้กับเพื่อนร่วมโรคที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสทางการรักษา นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดของเธอ