เบิร์นเอาท์

ดูแลใจ – กาย วัยเดอะแบก หยุด เบิร์นเอาท์ ฉบับ นุ่น – เขื่อน

“วัยเดอะแบก” วัยที่ไม่ใช่ช่วงวัย แต่หมายถึงคนที่ต้องรับภาระหน้าที่ดูแลครอบครัว บางคนอาจเป็นแค่ครอบครัวเล็กๆ ลูกตัวน้อย แต่บางคนก็อาจต้องดูแล คุณพ่อคุณแม่ที่สูงอายุด้วย จึงไม่น้อยเลยที่คนกลุ่มนี้จะละเลยการดูแลใจ และกายของตัวเอง จนกลายเป็น เบิร์นเอาท์ จากหลายสถานะทางสังคม

วันนี้ ชีวจิตขอพาทุกคนย้อนฟังคำแนะนำดีๆ เพื่อการดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพใจ จาก 2 กูรูคนดัง คุณนุ่น – สินิทธา บุญยศักดิ์ Health Coach และ คุณเขื่อน – ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตวิทยาบำบัด และคอนเทนต์ครีเอเตอร์(ด้านการฮีลใจ) ในงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 ที่จัดขึ้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ณ BHIRAJ HALL, BITEC BANGNA

ประเด็นที่ทั้ง 2 ท่าน กล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับวัยเดอะแบก ที่ชวนให้เกิดภาวะ เบิร์นเอาท์ (Burnout) คือ การรับมือ และจัดการกับความคาดหวังทั้งจากตัวเอง และผู้อื่น รวมถึงการดูแลสุขภาพจิต และสุขภาพกายที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาและส่งผลกระทบถึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Burnout

นอกจากนั้นแล้วอีกประเด็นที่มักถูกมองข้ามไป คือ ไม่ใช่เพียงรู้จักและเข้าใจผู้อื่น แต่ต้องรู้จัก เข้าใจ และเห็นใจ “ตนเอง” เป็นอย่างแรก รวมถึงขอความช่วยเหลือเมื่อถึงคราวจำเป็นได้ เพื่อเป็นการสร้างสมดุลชีวิตหลีกเลี่ยงภาวะเบิร์นเอาท์ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัวเอง เพราะบางรายกว่าจะรู้ตัวไม่ใช่แค่ใจที่พัง แต่ร่างก็พังได้ด้วยเช่นเดียวกัน

แล้วแบบนี้ เราจะรับมือได้อย่างไร มีคำแนะนำดีๆ จากทั้ง 2 ท่านมาฝากกันค่ะ

การจัดการกับความคาดหวังและภาวะหมดไฟ (Burnout)

สาเหตุสำคัญของภาวะหมดไฟ หรือเบิร์นเอาท์ มาจากความคาดหวัง ทั้งจากคนอื่น และจากตัวเอง และเมื่อเราแบกรับความคาดหวังเหล่านี้อยู่ตลอด มักจะนำไปสู่ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิต รวมถึงปัญหาสุขภาพสำคัญอย่างการนอนไม่หลับ

ไม่เพียงเท่านั้น การแบกรับความคาดหวังต่างๆ ที่มากเกินไป จะหล่อหลอมคนให้กลายเป็น “People Pleaser” หรือคนที่ยอมทำตามความต้องการคนอื่นแม้ตัวเองจะลำบาก โดยเน้นความสุขของผู้อื่นมากกว่าตัวเอง เพื่อให้ได้รับการยอมรับและหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เพราะเกิดจากการปลูกฝังค่านิยมที่ว่าคุณค่าของตัวเรา เกิดจากการยอมรับของผู้อื่น (ไม่ใช่ตัวเราเองที่สร้างคุณค่าให้ตัวเองได้) และเมื่อทำไม่ดีพอ ก็จะต้องพยายามอยู่อย่างนั้น เพื่อให้ได้การยอมรับ จนนำไปสู่การหมดไฟนั่นเอง และปัญหานี้ไม่จบแค่ที่ตัวเอง แต่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปจนถึงเรื่องของความสัมพันธ์ได้

รับมือกับภาวะหมดไฟอย่างไร

คุณเขื่อนแนะนำว่า เราต้องเรียนรู้ว่า “คุณค่าของตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยอมรับจากผู้อื่น” และควรกลับมาถามตัวเองว่า สิ่งที่ทำอยู่มีความหมายต่อตัวเองไหม? ความหมายนั้นยังอยู่ หรือเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

อีกหนึ่งเทคนิคดีๆ ที่ช่วยเรารับมือกับภาะเบิร์นเอาท์ได้คือ การรู้จักตัวเอง และเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่ควบคุมได้ และคุมไม่ได้ จะทำให้เราจัดการกับความคาดหวังได้ดีขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับ “ความหมาย” ในชีวิตมากกว่า “ความสุข” เพียงอย่างเดียว จะช่วยให้เรายืดหยัดอยู่แม้ท่ามกลางความยากลำบากที่กำลังเผชิญ หรือทำร้ายใจเราอยู่

สัญญาณเตือนของร่างกาย ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

คุณนุ่นกล่าวถึงสัญญาณเตือนของร่างกาย ที่มักจะส่งมาเมื่อเริ่มมีปัญหา แม้ทางใจเรายังไม่รู้ตัว แต่ทางกายห้ามละเลยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น นอนไม่หลับ ความอยากอาหารที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะทั้งอยากมากขึ้น หรือน้อยลงก็ตาม รวมถึงอาการที่คาดไม่ถึง เช่นตาแห้ง เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณที่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน หรือโรคที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ

สำหรับกลุ่มที่คุณนุ่นอยากให้ความสำคัญมากๆ คือ ผู้หญิงในช่วงวัย 30 – 50 ปี ซึ่งตรงกับช่วงวัยเดอะแบกนั้น เป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อรอบเดือน การนอนหลับ รวมถึงอารมณ์ ซึ่งการสังเกตการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ จะเป็นการป้องกันปัญหาสุขภาพได้

30+ ดูแลสุขภาพอย่างไร

คุณนุ่นแนะนำทริคการดูแลสุขภาพอย่างง่ายๆ ที่ใช้ได้กับทุกวันเอาให้ทำตาม ซึ่งแอดเชื่อว่า ทำได้ทุกคนเลยคือ การใช้แสงอาทิตย์ยามเช้าเข้าช่วย อาจจะเดินเล่นในช่วงเช้าที่แดดอ่อนๆ เพื่อช่วยแสงธรรมชาติควบคุมฮอร์โมนคอร์ติซอล และวงจรชีวิต รวมถึงช่วยเรื่องการนอนหลับได้

นอกจากนั้นการเดินเล่นตอนเช้า ได้อยู่กับตัวเอง ยังทำให้ได้มีเวลาทบทวนสิ่งที่ต้องทำ และลดความเครียดก่อนเริ่มวันทำงาน นับเป็นอีกหนึ่ง “Me Moment” ที่ดีมีคุณภาพ

และที่เน้นย้ำคือ การขอความช่วยเหลือเมื่อไม่ไหว ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้เราผ่านพ้นปัญหาไปได้

Burnout

รักและเข้าใจตนเอง

การรักตัวเอง คือการสร้างความสุข และความมั่นคงภายในตัวเอง ในแบบที่ไม่ต้องเอาตัวเองไปผูกกับใคร หรือต้องให้คนอื่นมายอมรับตัวเอง คนที่รักตัวเองได้ 100% แบบนี้ จะมองเห็นสิ่งดีๆ ที่เข้ามาเป็น “กำไร” ให้กับชีวิต และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และแน่นอนต้องไม่ลืมว่า ก่อนจะรักคนอื่นเป็น หรือจะรักให้ดี ต้องเริ่มจากการรักตัวเองก่อน เพราะการรักตัวเองก็เหมือนการใส่หน้ากากออกซิเจนฉุกเฉินบนเครื่องบิน ที่ต้องใส่ให้ตัวเอง ก่อนที่จะไปช่วยเหลือคนอื่นได้

เริ่มต้นรักตัวเอง ทำยังไง

ไม่อยากเลย สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มหันมารักตัวเอง อาจต้องพึ่งพาชุมชน หรือกลุ่มคนที่เข้าใจเรา หาพื้นที่ปลอดภัยสำหรับใจเราเอง เมื่อรู้สึกปลอดภัย และได้รับความรัก จะช่วยให้เราค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเอง มองเห็นคุณค่าของตัวเองอย่างลึกซึ้ง ตั้งคำถามและค้นหาความหมายของชีวิต เพราะที่จริงแล้ว การไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการค้นหาและเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
รู้จัก รับมือได้ ก่อน ป่วยจากความเครียด จะทำสุขภาพพัง

สุดยอด อาหารลดเครียด เพิ่มความสุข หยุดเหวี่ยง วีน

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสารชีวจิต

Posted in MIND
BACK
TO TOP
Riya
Writer

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.