เจมส์ จิรายุ

“คิดดี ทำดี” เคล็ดลับสร้างความสุขและความสำเร็จ ในสไตล์ เจมส์ จิรายุ

คิดดี ทำดี กับ เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข

ตลอดเวลาที่ทำงาน หนุ่มน้อยหน้าใส เจมส์ จิรายุ ตั้งศรีสุข แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ มีวินัย และมีความสุขกับงานที่ทำอย่างน่าประทับใจ

เขาเป็นหนึ่งในดาราหนุ่มที่มีผู้ชมชื่นชอบอยู่ไม่น้อย ซึ่งในวันที่ถ่ายปกให้ซีเคร็ตนั้น ก็มีแฟนคลับตามมาให้กำลังใจกันตั้งแต่เช้า

“แฟนคลับตามผมมานานแล้วครับ ตามมาทุกวันตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ เป็นความสม่ำเสมอที่ผมประทับใจมาก

สิ่งที่ผมพอจะตอบแทนได้คือ การสร้างความสุขให้พวกเขา ทำยังไงก็ได้ให้คนที่ติดตามดูละคร ดูคอนเสิร์ตของผมได้ความสุขกลับไป”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าความโด่งดังที่มีในวันนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังมาแต่เยาวัย

“ตอนเป็นเด็ก ผมไม่ค่อยซน ไม่ได้ทำอะไรโลดโผนสักเท่าไหร่ ก่อนจะมีคอมพิวเตอร์ ผมชอบเข้าไปเล่นในเซเว่นไป ช่วยจัดของ ช่วยติดราคาสินค้า เพราะสนิทกับพี่ๆ พนักงาน พอเริ่มมีคอมพิวเตอร์ ว่างเมื่อไหร่ก็ไปอยู่ร้านเกมส์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ ในขณะที่พี่สาวเป็นเด็กดีกว่า ชอบอยู่บ้าน อ่านหนังสือ คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ค่อยเข้มงวด แต่ไม่ถึงกับตามใจเท่าที่ผมจำได้เคยโดนตีแค่ครั้งเดียว แต่จำไม่ได้ว่าเพราะอะไร

“ตอนยังเป็นเด็ก ผมเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดา ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แล้วก็ไม่ได้ชอบหรืออยากเข้าวงการสักเท่าไหร่ งานที่ทำช่วงแรก ๆ อย่างถ่ายแฟชั่น ถ่ายแคตาล็อกก็แค่หาประสบการณ์ใหม่ ๆ จนได้มาเจอกับพี่ปิ๊ก (ชาญฉลาด ทวีทรัพย์ – ผู้จัดการ) จึงได้เข้ามาทำงานในวงการเต็มตัว พอมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ผมต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน ทุกวันนี้ผมก็ยังปรับตัวไปเรื่อย ๆ

“พี่ปิ๊กสอนให้อ่อนน้อมถ่อมตน ให้เป็นคนใฝ่รู้ ตั้งใจเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งค่อนข้างตรงกับนิสัยผม ส่วนเรื่องการพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ   ผมไปเรียนร้อง เรียนเต้น และการแสดง เพิ่มเติม”

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร ที่เล่นละครเรื่องแรก (สุภาพบุรุษจุฑาเทพ) ก็ดังจนได้ฉายาว่า ซุป’ตาร์ สายฟ้าแล่บ เขารีบถ่อมตัวว่า

“ผมยังไม่รู้สึกว่าตัวเองดังเลยครับ แค่รู้สึกว่าทำงานหนักขึ้น ผมคิดว่ายังไกลจากคำว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ มาก ผมมองว่าคนที่ประสบความสำเร็จต้องเป็นคนเก่งมาก และเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ได้ สำหรับผม คนที่เป็นไอดอลของผม คือ พี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ พี่นก-ฉัตรชัย พี่ไผ่-พงศธร พี่ปู-พงษ์สิทธิ์ วงโมเดิร์นด็อก ผมชอบคนที่เป็นตัวจริงในแต่ละสายงาน ส่วนผมเป็นแค่เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามา กำลังลองผิดลองถูก กำลังมองหาว่าจะไปทางไหนดี เราชอบอะไรและสามารถทำอะไรได้ดี ตอนนี้กำลังค้นหาตัวเองไปเรื่อย ๆ

“ผมโชคดีที่ได้เข้ามาทำงานในวงการ ได้มีชีวิตที่สนุกมาก ได้เจอคนหลากหลายประเภท ตั้งแต่คนที่เรียนจบปริญญาเอก ไปจนถึงคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น   รู้จักปรับรูปแบบการใช้ชีวิตให้เข้าได้กับทุกคนทุกสังคม   ผมเชื่อว่าคนทุกคนมีข้อดี เราแค่ต้องมองหาข้อดีนั้นให้เจอ ทุกวันที่ผ่านไปล้วนแต่สอนให้เราเติบโตขึ้น”

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

ถ้าอย่างนั้นคงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าเจมส์ จิเป็นคนมองโลกในแง่ดี เขายิ้มกว้างก่อนบอกว่า

“ผมว่าผมยังคิดบวกน้อยไปนะครับ ผมอยากทำให้ได้มากกว่านี้ คิดในแง่ดีคือ ทุกคนไม่มีใครร้าย เพียงแต่มีเหตุผลในสิ่งที่ทำแตกต่างกันไป   ถ้าคิดแบบนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจการกระทำของคนอื่น และไม่รู้สึกไม่ดีกับใคร”

ฟังความคิดของเขาแล้ว จึงรีบถามถึงความรู้เรื่องธรรมะ

“พ่อแม่พาเข้าวัดทำบุญมาตั้งแต่เด็กครับ ประมาณม.3 ผมเคยบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ที่สำนักสงฆ์ จังหวัดชัยนาท เป็นสำนักสงฆ์ในป่า ไม่มีไฟฟ้าใช้ ปฏิบัติเคร่งมาก ต้องเดินบิณฑบาตรวันละหลายกิโล ฉันอาหารมื้อเดียวในบาตร  ยุงก็เยอะ ครั้งหนึ่งผมฉีดยากันยุงแล้วเผลอพูดออกไปว่า ‘หอมเนอะ’ พระท่านบอกว่าห้ามไปหอมกับสิ่งเหล่านี้ ผมชอบหาอะไรเล่นไปเรื่อยตามประสาเด็ก บางทีก็เดินเข้าป่าไปเก็บเห็ดกับเพื่อน”

“ตอนแรกแม่ให้บวช 7 วัน แต่พอวันที่ 3 ผมบอกว่า ‘แม่ กลับบ้านแล้วนะ’ (หัวเราะ) แต่ในที่สุดก็อยู่จนครบ ตอนนั้นยังเด็ก การบวชเป็นอะไรที่ทรมานมากจริงๆ”

การบวชในครั้งนั้นนอกจากได้เรียนรู้เรื่องธรรมะแล้ว เขายังนำมาใช้ในการแสดงด้วย

“พระพี่เลี้ยงสอนผมหลายเรื่อง ทั้งพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า การกราบ การสวดมนต์ พิธีกรรมทางศาสนา ตอนที่ผมรับบท ‘พระวันเฉลิม’ ในละครเรื่อง ‘ทองเนื้อเก้า’ ผมนำประสบการณ์การบวชครั้งนั้นมาปรับใช้กับการแสดงในเรื่อง ถามว่าคิดจะบวชอีกไหม ก็มีโอกาสมากครับ

“ตอนบวชเณร ถือศีล 10 ข้อ แต่ในชีวิตประจำวัน แค่ศีล 8 หรือศีล 5 ก็ครอบคลุมทั้งหมดแล้ว ผมก็พยายามทำให้ได้มากที่สุด แล้วก็คิดดีทำดีครับ ถึงแม้ว่าอาจยังไม่ได้ทำดีอะไรมากมายนัก แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้คิดร้ายต่อคนอื่น และทำในสิ่งที่เราเป็นอยู่ให้ดีที่สุดก็พอ ความจริงผมก็คิดแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ยิ่งได้มาทำงานกับคนมากขึ้น ได้อ่านหนังสือมากขึ้น ก็ค่อย ๆ เข้าใจมากขึ้น”

เมื่อถามถึงหนังสือที่ชอบอ่าน ก็ได้รับคำตอบที่คาดไม่ถึงว่า

“ผมชอบอ่านหนังสือทุกแนวครับ ส่วนใหญ่เป็นแนวพัฒนาตัวเอง แนวจิตวิทยา หนังสือเล่มล่าสุดที่ผมเพิ่งได้มาคือพระไตรปิฏกฉบับประชาชน เล่มสีเขียวหนาๆ พอได้อ่านแล้วรู้สึกสนุกครับ ผมอยากรู้ว่าแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องมีอะไรบ้าง”

คลิกเลข 3 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

การมีวิธีคิดที่ดีช่วยให้เขาสามารถเผชิญกับคำวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะคนสาธารณะได้อย่างมีเหตุผลมากขึ้น อย่างกรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเขายังไม่เหมาะสมที่จะได้รับรางวัลลูกกตัญญูประจำปี 2557 จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เขาบอกว่า

“แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนครับ แต่ในเมื่อเราได้รับเกียรติ ได้รับมอบแล้ว เราก็น้อมรับด้วยใจที่ยินดี”

อย่างไรก็ตามในฐานะลูก เขายอมรับว่ายังไม่ได้ตอบแทนพระคุณของบุพการีได้มากอย่างที่ตั้งใจไว้

“ ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีพอ โดยเฉพาะเรื่องเวลา   เวลาที่ผมจะได้อยู่กับครอบครัวมีน้อย ตอนนี้จึงพยายามดูแลพ่อแม่ ครอบครัว และคนรอบข้างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ช่วงนี้ผมก็ให้ท่านมาอยู่ด้วยที่กรุงเทพ เพื่อที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน อะไรที่ทำให้เขามีความสุขได้ก็จะทำให้”

เป็นหนุ่มน้อยหน้าตาดี มองโลกในแง่ดี คิดดีทำดีแบบนี้ ย่อมมีคนอยากรู้เรื่องราวความรักของเขาอยู่ไม่น้อย เขาเล่าอย่างขำ ๆ ว่า

“ผมเคยมีปั๊ปปี้เลิฟตอนอนุบาล จำได้ว่าชอบเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แอบมองเขาทุกวัน พอขึ้นอนุบาลสาม มีกีฬาสีที่โรงเรียน จำไม่ได้ว่าทำไม แต่ผมได้เดินจับมือเขาไปทั่วตลาด แค่นั้นก็ฟินแล้ว ผมไม่ค่อยมีสเปกเรื่องรูปร่างหน้าเท่าไหร่ ขอให้เป็นคนจิตใจดี และเป็นคนใจเย็นแค่นั้น   ส่วนความรักตอนนี้ยังไม่มีครับ ขอทำงานไปเรื่อยๆ ก่อน

“อนาคตของผมยังไม่เห็นภาพชัดเจน ตอนนี้แค่ดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ ผมคิดว่าถึงวางแผนไปแล้วก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ เพราะยังต้องผ่านอะไรอีกเยอะมากมาย ผมอยากรอให้เจอสิ่งที่ชอบจริง ๆ สิ่งที่เราฝันจริง ๆ แล้วค่อยเดินไปทางนั้นจะดีกว่า”

เชื่อแน่ว่าด้วยหลักการใช้ชีวิตที่ คิดดี ทำดี ของหนุ่มน้อยคนนี้จะช่วยนำทางให้เขาประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะมีเป้าหมายใดในชีวิตก็ตาม

เรียบเรียง กรรณิการ์ ทองคำ

ภาพ วรวุฒิ วิชาธร, สรยุทธ พุ่มภักดี และ Ch 3

สไตลิสต์ ณัฎฐิตา เกษตระชนม์

แต่งหน้า กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์ ทำผม ไพบูลย์ เจนจรัสวรรธ

Secret คือแรงบันดาลใจ
สั่งซื้อนิตยสารหรือสมัครสมาชิก Secret ได้ที่ 0-2423-9889
ทาง Naiin.com : https://www.naiin.com/magazines/title/SC/

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.