จิรศักดิ์ ปานพุ่ม

เมื่อทำนอง “ธรรม” กระทบใจ แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม ตอนที่ 2

เมื่อทำนอง “ธรรม” กระทบใจ แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม ตอนที่ 2

แมว จิรศักดิ์  ปานพุ่ม  คือร็อคเกอร์หนุ่มเจ้าของผลงานเพลงชื่อดังจำนวนมาก หากมองแต่เพียงผิวเผินเขาดูเป็นนักร้องมาดนิ่งและมีความเป็นตัวเองสูง ยิ่งได้ชื่อว่าเป็นร็อคเกอร์แล้ว  ย่อมหนีไม่พ้นภาพลักษณ์ของแบดบอยไปได้

เมื่อเข้ามาในวงการ ผมก็ลองทุกสิ่งทุกอย่างที่เรียกว่า “ไม่ดี”และใช้ชีวิตไปวัน ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตคืออะไร เหมือนกับแค่หายใจและมีชีวิตอยู่ไปเท่านั้น

ช่วงที่ผมเข้ามาทำงานเพลงเองเต็มตัวเป็นยุคของดนตรีอัลเทอร์เนทีฟ ผมชอบเล่นดนตรีในแนวฝรั่ง มี เคิร์ต โคเบน นักกีตาร์และนักแต่งเพลงวง Nirvana เป็นไอดอล

ครั้งหนึ่งผมทำคอนเสิร์ตเละมาก เพราะขึ้นเวทีไปทั้งที่ยังเมา ทั้งร้องและเล่นดนตรีอย่างเมามัน ร้อง ๆ อยู่ก็กระโดดใส่กลองโดยไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองจะบาดเจ็บหรือไม่กีตาร์ที่เพิ่งซื้อมาตัวละเป็นแสนก็เอาไถไปกับพื้นพอคอนเสิร์ตจบลง เจ้าของร้านและคนดูต่างโล่งใจ แต่ผมกลับไม่รู้เรื่องว่าทำอะไรลงไปบ้างพอสร่างเมาแล้วเห็นสภาพกีตาร์ก็นึกเสียดายแต่ทำเป็นนิ่งไว้เพราะกลัวเสียฟอร์ม

สติ” ที่หายไป

ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนและโมโหง่ายมาก ครั้งหนึ่งผมเคยโมโหขนาดมีเรื่องต่อยกับแฟนเพลง คือมีแฟนเพลงคนหนึ่งมาขอเสื้อ แต่ผมไม่ให้ เขาก็เหมือนกับเดินไปบ่นไป ระหว่างนั้นผมได้ยินคำหยาบคำหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาด่าหรืออาจเป็นเสียงเพลงหรือเสียงอย่างอื่นที่แว่วเข้ามาก็ได้ แต่มันทำให้ผมโมโหมากจนเข้าไปต่อยเขา

เมื่อเล่นดนตรีแนวร็อค ผมรู้ว่ามักมีคนตีกันในคอนเสิร์ตของผมเสมอ บางครั้งเพิ่งเล่นถึงเพลงที่ 3 เอง คนดูก็ตีกันแล้วบางครั้งรุนแรงถึงขั้นปาระเบิดกันก็มี ดังนั้นจึงต้องมี สห.มาคุมและตรวจอาวุธก่อนเข้าคอนเสิร์ตทุกครั้ง แต่มักตรวจไม่ค่อยพบเท่าไหร่ เพราะพวกที่ตีกันจะวางแผนแกล้งป่วน แล้วแอบนำอาวุธเข้ามาในช่วงชุลมุนผมยืนอยู่บนเวทีจะเห็นหมด

พอเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยเข้า ผมจึงพกปืนมาเล่นคอนเสิร์ตด้วย แต่ไม่เคยนำออกมาใช้ และจะบอก สห.ก่อนทุกครั้งว่าขอพกเพื่อความอุ่นใจเท่านั้น แต่แล้วครั้งหนึ่งขณะเล่นคอนเสิร์ตไปสักพัก แฟนคลับก็เริ่มมาทุบหน้าเวที แล้วตะโกน “จับมือหน่อยเว้ย” ผมจึงดึงมือคนที่ตะโกนขึ้นมาบนเวที แล้วจับตัวเขามากอดแนบที่ข้างลำตัวเพื่อให้เขาสัมผัสกับกระบอกปืนที่ผมเหน็บไว้ที่กางเกง และกระซิบบอกเขาไปว่า “อย่าซ่า” จากนั้นก็ปล่อยเขาลงเวทีไป ที่ทำอย่างนี้เพราะผมอยากแสดงให้คนเห็นว่า อย่ามายุ่งกับผมนะ แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นความกระหยิ่มใจด้วย

อีกเรื่องที่ผมไม่เคยมีสติยั้งคิดก็คือการใช้เงิน ผมใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายขนาดที่เรียกได้ว่าตัวผมเป็น “ทางผ่านของเงิน” เพราะผมไม่เคยเก็บเงินและไม่เคยคิดวางแผนเรื่องเงินเลย เวลาที่ให้แบงก์พันลูกน้องไปซื้อของพอลูกน้องเอาเงินมาทอน ผมก็บอกเอาไปเลยไม่ต้องคืน แต่ถึงจะใช้เงินเปลืองแค่ไหนเรื่องหนึ่งที่ทำเสมอไม่เคยขาดคือ ส่งเงินไปให้พ่อกับแม่ ไม่ว่าชีวิตจะเละเทะแค่ไหน ผมก็ต้องส่งเงินไปให้พ่อแม่เป็นประจำทุกเดือน

ทางที่ผิด

อีกสิ่งหนึ่งที่มีส่วนทำให้ชีวิตของผมแย่ก็คือ ยาเสพติด ซึ่งผมลองใช้มันจนติดใจขนาดที่ช่วงนั้นหลงคิดไปว่า “นี่แหละคือทางของเรา”

แม้ว่าตอนที่สร่างจะรู้สึกแย่มาก แต่พอร่างกายฟื้นตัวได้ก็กลับไปใช้มันอีกทุกครั้งเป็นอยู่อย่างนี้ถึง 5 ปี เมื่อเสพยาเสพติดนานเข้าก็ทำให้สุขภาพแย่ ร่างกายไม่มีแรงเพื่อนห้ามหรือเตือนก็ไม่เคยฟังสักครั้ง แม้ว่าพอแต่งงาน ผมจะเพลา ๆ ลงบ้าง ทั้งเหล้าเบียร์ และยาเสพติด แต่ก็ยังไม่ถึงกับหักดิบเลิกไปทั้งหมด จนเมื่อมีลูกคนแรก ผมก็ได้ยินคำพูดประโยคหนึ่งจากใครสักคนว่า

“อยู่ให้เห็นความสำเร็จของลูกก่อนดีไหม อย่าเพิ่งรีบตายเลย”

ผมจึงเริ่มคิดทบทวนว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง บรรดาไอดอลที่ผมเคยเคารพนับถือก็จบไม่สวยเลยสักคน ผมจึงค่อย ๆ ลดสิ่งเหล่านี้ลง แต่กว่าจะคิดได้ทุกอย่างก็สายไปแล้ว เพราะชีวิตคู่ของผมก็พังทลายไปแล้วเช่นกัน

เมื่อชีวิตคู่ล้มเหลว ชีวิตผมก็แย่ลงเหมือนผมกำลังยืนอยู่บนทางแยกว่าจะเลือกกลับไปใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาเหมือนเดิมหรือจะประคองตัวเองไว้ให้ห่างจากสิ่งไม่ดีเหล่านั้นจนผมได้มาพบกับ คุณแหนว (ภรรยา) ซึ่งเป็นคนดึงผมขึ้นมามีชีวิตใหม่

จากที่เมื่อก่อนผมนอนตอนเช้า ตื่นกลางคืน และกินยานอนหลับทุกวัน คุณแหนวก็เริ่มบังคับให้ผมตื่นนอนตอนเช้าตรู่ในเวลาที่ผมเคยเข้านอนนั่นแหละ โดยที่เขาจะมารับผมไปออกกำลังกายตั้งแต่หกโมงเช้าส่วนกลางคืนก็ให้นอนตั้งแต่หนึ่งทุ่มตรง แม้จะทรมาน แต่พอได้ตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้าก็ทำให้สดชื่น และเมื่อทำติดต่อกันเรื่อย ๆร่างกายก็เริ่มปรับตัวได้

ผมยังจำครั้งแรกที่หัวถึงหมอนแล้วหลับแบบเป็นตายได้ ตื่นมาผมรู้สึกซึ้งใจและขอบคุณเขามากที่ทำให้ผมไม่ต้องใช้ยานอนหลับอีกต่อไปแล้ว

ต่อมาไลฟ์สไตล์ของผมก็เริ่มเปลี่ยนเพื่อนที่เคยใช้ชีวิตด้วยกันตอนกลางคืนก็เริ่มห่าง ๆ กันไปตั้งแต่ผมปรับเวลานอน แต่ผมเริ่มมีเพื่อนกลุ่มใหม่ที่เป็นกัลยาณมิตรทางธรรม

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป

จิรศักดิ์ ปานพุ่ม

คืนสติด้วยธรรมะ

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเริ่มหันมาสนใจธรรมะเกิดขึ้นเมื่อคุณแหนวพาผมไปกราบหลวงตามหาบัว เป็นครั้งแรกในชีวิต

วันนั้นผมรู้สึกว่าตัวเองฟังคำเทศนาของท่านไม่รู้เรื่องเลย เพราะไม่เคยได้ยินภาษาทางพระแบบนี้มาก่อน แต่พอนั่งฟังไปเรื่อย ๆ กลับรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างมากระทบหัวใจของผม อาจเป็นเพราะความมีเมตตาของหลวงตาที่ทำให้ผมฟังแล้วรู้สึกสบายใจอีกทั้งในวันนั้นยังมีโอกาสได้กินข้าวก้นบาตรผมรู้สึกว่าอยากมาที่นี่และมากราบท่านอีก

นับจากวันนั้นผมก็เริ่มศึกษาธรรมะหาหนังสือมาอ่าน เปิดธรรมะฟังบ่อย ๆ เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ผมไม่เข้าใจ ต่อมาผมยังได้ตามครอบครัวคุณแหนวไปกราบ หลวงพ่อสงบ มนัสสันโต พระลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัว ซึ่งจำวัดอยู่ที่วัดป่าสันติพุทธารามจังหวัดราชบุรี และเกิดความศรัทธา จนต่อมาจึงได้เป็นลูกศิษย์ท่าน

เมื่อได้มาศึกษาธรรมะมากขึ้น พร้อมกับฝึกทำกรรมฐานไปด้วย เมื่อฝึกไปเรื่อย ๆจึงรู้ว่าที่ผ่านมาจิตของผมฟุ้งซ่านมาเยอะ พอควบคุมจิตให้อยู่กับร่องกับรอยได้ก็รู้ว่าสิ่งที่หายไปเนิ่นนานจากชีวิตก็คือ “สติ”

ชีวิตที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการขาด “สติ”ล้วน ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าสติจะมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์ได้ถึงเพียงนี้ ผมมองย้อนกลับไปก็เห็นว่าสติของผมขาดสะบั้นลงตั้งแต่ชีวิตได้มาสัมผัสกับเหล้าเบียร์และการเที่ยวกลางคืนเมื่อสติหายไปก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ เพราะไม่รู้จะยึดหลักอะไร แม้ผมชอบศึกษาปรัชญาชีวิต ปรัชญาศาสนาของทุกศาสนา แต่กลับไม่ได้ยึดถือหลักใดเลย

ครั้งหนึ่งผมเคยนึกเสียดายว่าทำไมเราไม่เจอธรรมะเหล่านี้มาตั้งแต่แรก แต่เมื่อคิดอีกมุมก็อาจเป็นเพราะทุกสิ่งทุกอย่างกำหนดมาเพื่อให้ผมเรียนรู้ด้วยตัวเอง เหมือนกับคนที่ตกน้ำ ว่ายน้ำไม่เป็น ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด พอเจอขอนไม้ก็เกาะไว้เพื่อเข้าหาฝั่ง ก็เหมือนกับผมที่มาเจอกับธรรมะ และมีชีวิตรอดพ้นมาได้ก็เป็นบุญของผมมากแล้ว

เมื่อเข้าใจธรรมะลึกซึ้งมากขึ้น ผมจึงตัดสินใจบวชอย่างเงียบ ๆ ที่วัดป่าสันติพุทธารามจังหวัดราชบุรี

แม้จะเป็นการบวชเพียงไม่นาน แต่ก็ทำให้ผมเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ขอขอบคุณสถานที่ :

ร้านระเบียงแซ่บ  ติดสถานทูตกัมพูชา  เหม่งจ๋าย โทร. 0-2158-9399 - 400

เรื่อง จิรศักดิ์  ปานพุ่ม  เรียบเรียง เชิญพร  คงมา  ภาพ สรยุทธ  พุ่มภักดี

ผู้ช่วยช่างภาพ ธนทัช  หิรัญวรกุล  สไตลิสต์ ณัฏฐิตา  เกษตระชนม์

ผู้ช่วยสไตลิสต์ จุฑามาศ  ประดุงศิลป์  แต่งหน้า - ทำผม ภูดล  คงจันทร์

ติดตามรายละเอียดได้ในคอลัมน์ This is Life นิตยสาร Secret ฉบับ 187 (10 เม.ย. 59) – 189 (10 พ.ค. 59)


Secret BOX

จิตที่ตั้งไว้ผิดจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเรา ยิ่งกว่าศัตรูคู่เวร

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน.

บทความน่าสนใจ

เมื่อทำนองธรรมกระทบใจ แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม ตอนที่ 1

เมื่อทำนอง “ธรรม” กระทบใจ แมว จิรศักดิ์ ปานพุ่ม (ตอนจบ)

Posted in MIND
BACK
TO TOP
cheewajitmedia
Writer

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.