ปอด

รวมเทคนิค ขับพิษปอด สู้ฝุ่น เสริมความแข็งแรง

ขับพิษปอด ด้วยวิธีธรรมชาติ

แพทย์หญิงสาริษฐา สมทรัพย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ชะลอวัย แนะนำวิธีการ ขับพิษปอด ด้วยวิธีธรรมชาติ เพื่อช่วยฟื้นฟูอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการขับพิษ หรือสารพิษตกค้างจากมลพิษ ซึ่งอาจนำมาสู่อาการผิดปกติและโรคเรื่อรังต่าง ๆ ได้ค่ะ

จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

ดูแลปอด ขับพิษปอด ระบบทางเดินหายใจสบายโล่ง

คุณหมอสารัษฐา อธิบายสาเหตุที่ทำให้ปอดป่วยและการป้องกันไว้อย่างละเอียด “มนุษย์เราตั้งแต่เกิดมายังไม่ต้องกินข้าวกินน้ำ แต่เริ่มที่การหายใจก่อน อวัยวะที่ทำให้ ดินหายใจเราสบายก็คือ ไล่ตั้งแต่จมูก หลอดลม ผ่านไปถึงปอด แต่ชีวิตปัจจุบัน นอกจากคาร์บอนไดออกไซด์แล้วยังมีคาร์บอนมอนอกไซด์ ฝุ่น PM2.5 และ PM10 เกิดจากการเผาไหม้ ควันบุหรี่ และสารพิษต่าง ๆ ล้วนทำลายสุขภาพเซลล์ปอดหรือถุงลมในปอด

“นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเชื้อต่าง ๆ เช่น ไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ไมโครพลาสมา ที่เป็นโควิด ไข้หวัดใหญ่คือไวรัส เหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพปอดเช่นกัน”

คุณหมอสาริษฐาแนะนำวิธีที่จะช่วยให้ปอดแข็งแรง เริ่มต้นจาก

ปรับไลฟ์สไตล์ลดเสี่ยงสารพิษ

1. ป้องกันมลพิษหรือสารพิษด้วยตัวเอง หลีกเลียงการอยู่ในสภาพอากาศที่มีมลพิษ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถช่วยป้องกันมลพิษ เช่น N95 โดยเฉพาะผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะจะทำให้อาการกำเริบและลุกลามกลายเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นติดเชื้อในทางเดิน หายใจระดับหลอดลมหรือถุงลม ทำให้ไอเรือรัง หากไอมาก ๆ ทำให้เป็นโรคปอดเรื้อรัง ปอดขยายตัวไม่ดี มีการอุดกั้นระบบทางดินทายใจ ความยืดหยุ่นของถุงลมเสียไป

2. ดื่มเครื่องต็มที่ช่วยลดการติดเชื้อ นอกจากน้ำเปล่าหรือน้ำอุ่น ที่ต้องดื่มเป็นประจำวันอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรขึ้นไป สามารถดื่มชาเขียวหรือน้ำผึ้งมะนาว ก็จะช่วยในเรื่องของการขับเสมหะ ลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

นอกจากนี้ ยังสามารถดื่มชาไธม์ สมุนไพรให้กลิ่นหอม เป็นเครื่องเทศและยาช่วยบรรเทาอาการไอ ช่วยขับเสมหะ คลายปวดเกร็งกล้ามเนื้อ ต้านแบคทีเรียและไวรัส

ไธม์ประกอบด้วยสารประกอบทางเคมีหลายชนิด โดยเฉพาะ ไทมอล (Thymol) และคาร์วาครอล (Carvacrol) ที่ให้กลิ่นหอม ขับเสมหะ ต้านไวรัสและแบคทีเรีย

นักสมุนไพรบำบัดแนะนำให้ใช้ไธม์สำหรับ อาการไอ หวัด ไข้หวัดใหญ่ หลอดลมอักเสบ และหอบหืด

วิธีทำ : ชาไธม์ ใช้ไธม์แห้ง 1 ช้อนชา ใส่ลงในน้ำร้อน 1 ถ้วย ปิดฝาให้สนิทเพื่อไม่ให้น้ำมันหอมระเหยออก รอจนสารประกอบละลายและน้ำเปลี่ยนสี กรองกากออก เติมน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อช่วยขับเสมหะ ดื่มเป็นชาได้ตลอดวันในช่วงที่มีอาการไอ

3. ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสและแบคทีเรีย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคชีนโควิด-19 วัดชีน ป้องกันโรคปอดอักเสบ เป็นต้น

4. ออกกำลังกาย แนะนำการดำน้ำ นอกจากเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายเพราะได้แหวกว่ายดูความสวยงามของท้องทะเลแล้ว ยังช่วยให้ปอดแข็งแรง แต่ถ้าไม่สะดวกฝึกกิจกรรมดำนำใต้ทะเล แค่การฝึกดำน้ำในสระว่ายน้ำก็ช่วยเพิ่มความแข็งแข็งแรงให้ปอดได้เช่นกัน

วิตามินช่วยปอดแข็งแรง เพิ่มพลังการขับสารพิษ

คุณหมอสาริษฐาแนะนำกลุ่มวิตามินที่มีผลดีต่อ สุขภาพปอดดังนี้

  • วิตามินเอ ช่วยให้เซลล์ผนังระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นหลอดลมหรือถุงลมที่เก่าหลุดลอกและสร้างเซลล์ใหม่ได้รวดเร็ว ลดเสมหะในทางเดินหายใจ
  • วิตามินซี เป็นแอนติออกชิแดนต์ ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ที่มีคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นส่วนประกอบ ช่วยให้หลอดลมและถุงลมขนาดเล็กหดตัวและคลายตัวอย่างเหมาะสม จึงช่วยขับเสมหะออกจากปอด ไม่คั่งค้างจนเป็นสาเหตุของการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ทำให้มีอาการปอดแฟบ ปอดติดเชื้อ ปอดอักเสบ
  • วิตามินดี วิตามินดีจากแสงแดดอาจไม่เพียงพอ อาจต้องกินเสริม วิตามินดีมีผลต่อระบบภูมิต้านทาน ทำให้กลุ่มเม็ดเลือดขาวไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเม็ดเลือดขาวป้องกันไวรัสทีเซลล์ บีเซลล์ รวมถึงแมสเซลล์ทำงานได้มีประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดอาการภูมิแพ้น้อยลง เมื่อติดเชื้อไวรัสก็ทำให้ปอดเกิดการเสียหายน้อยลง
  • แมกนีเซียม เป็นตัวควบคุมกระบวนทัพของเม็ดเลือดขาวเช่นเดียวกับวิตามินดี ทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานดี ช่วยลดการอักเสบได้ดี และช่วยกำจัดเชื้อโรค ออกจากหลอดลมได้ดี
  • ซิงก์ ทำให้เซลล์เยื่อบุผิวของหลอดลมและถุงลมเกิดใหม่ได้ดี และของเก่าถูกกำจัดไปอย่างเหมาะสม
  • ซีลีเนียม ทำให้ถุงลมขับสารเมือกออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถุงลมเกิดการหดตัวและคลายตัวได้ดี ไม่เกิดภาวะถุงลมแฟบหรือโป่งพอง
  • โอเมก้า-3 ลดการอักเสบ ช่วยลดอาการภูมิแพ้หรือไอเรื้อรัง ป้องกันโรคภูมิแพ้และโรคถุงลม โป่งพอง
  • วิตามินอี เป็นแอนติออกซิแดนต์ ช่วยลดการอักเสบและฟื้นฟูการทำงานของปอดได้ดี
  • กลุ่มไฟโตรนิวเทรียนต์ นิยมรับประทานเป็นอาหารเสริม ช่วยในการสร้างเนื้อปอปอด กลุ่มไฟโตรนิวเทรียนต์ที่ช่วยฟื้นฟูปอด ได้แก่ เรสเวอราทรอล (Resveratrol) โรสมารินิกแอซิด (Rosmarinic Acid) ช่วยปกป้องเนื้อปอดไม่ให้ถูกทำลาย ฟื้นฟูเนื้อปอดที่เสียหาย

ผัก ผลไม้ และธัญพืช กินดีบำรุงปอด

นอกจากวิตามินแล้ว ยังมีกลุ่มผักและผลไม้ที่ช่วยบำรุงปอดด้วยเช่นกัน ประกอบด้วย

  • แอปเปิ้ล มีสารฟลาโวนอยด์ จากงานวิจัยพบว่าช่วยทำให้ปอดทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าการกินแอปเปิ้ลเป็นประจำ ช่วยทำให้หายใจโล่ง ลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปอด เนื่องจากเควอร์ซิทินในแอปเปิ้ลซึ่งจัดเป็นฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
  • ฟักกอง มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง มีฤทธิ์เป็นสารแอนติออกซิแดนต์ ช่วยลดการอักเสบ ทำให้ปอดทำงานดีขึ้น
  • มะเขือเทศ มีวิตามินชีสูง ช่วยลดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ และยังมีกรดคลอโรจีนิกซึ่งช่วยป้องกันมะเร็ง โดยการขจัดสารพิษในสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะไนโตรซามีนในควันบุหรี่ที่สูดเข้าไป
  • เชอร์รี่ มีแอนโทไชยานิน สารสีชนิดนี้ช่วยลดการเกิดออกซิแดนต์ ปกป้องเนื้อปอด เพอริลลิลแอลกอฮอล์ (Perillyl Alcohol) ช่วยลดขนาดเนื้องอกที่ปอด
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีแอนโทไซยานินและสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ชนิดอื่น ๆ ปริมาณสูง ช่วยปกป้องเซลล์ปอดให้แข็งแรง
  • แครนเบอร์รี่ มีเควอร์ซิทิน เป็นฟลาโวนอยด์ที่ช่วยยัง อาการภูมิแพ้และโรคหืดที่เกี่ยวข้องกับปอดได้
  • ขมิ้นชัน พบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์แอนติออกซิแดนต์ ช่วยลดการอักเสบ ทำให้เนื้อปอดกลับมาทำงานได้ดี

บทความอื่นที่น่าสนใจ

น้ำพริกมะเขือพวง เมนูแพลนต์เบสด์ ช่วยต้านมะเร็ง

สูตร 10 วัน ปั้นชีวิตใหม่ สลายท็อกซิน ลดขนาดเนื้องอก

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสารชีวจิต

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.