ท่าโยคะเพิ่มความสูง, โยคะ, เล่นโยคะ, Yoga

ท่าโยคะเพิ่มความสูง ทำเลยได้ไม่เตี้ย

ท่าโยคะเพิ่มความสูง แค่ 3 ท่าก็ยืดตัวได้แบบไม่ต้องเสียสตางค์

ท่าโยคะเพิ่มความสูง มีจริงนะคะ เพราะความสูงเป็นสิ่งที่วัยรุ่นสมัยนี้ให้ความสำคัญกันมาก เนื่องจากเสริมบุคลิกภาพให้ดูดียิ่งขึ้น หลายคนมีตัวช่วยเป็นอาหารสุขภาพในแบบต่างๆ แต่ที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

วันนี้เรามีท่าโยคะที่จะช่วยเพิ่มความสูงมาฝาก 3 ท่า เอาไว้ทำเพิ่มเติมจากการออกกำลังกายประจำวันค่ะ

โยคะ
เพิ่มความสูงด้วยท่าโยคะ

ท่าสุขอาสนะ

  1. นั่งขัดสมาธิกับพื้น หงายฝ่ามือทั้งสองข้างบนเข่า กำหนดลมหายใจเข้า-ออกให้ลึกและสัมพันธ์กัน หายใจเข้า-ออกลึกๆ อย่างน้อย 5 ครั้ง
  2. ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะพร้อมๆ กับ สูดลมหายใจเข้า ค่อยๆ วางแขนลงช้าๆ ขณะปล่อยลมหายใจออก
  3. ทำซ้ำท่าเดิม 5-7 ครั้ง
โยคะ
เพิ่มความสูงด้วยท่าโยคะ

ท่าสามเหลี่ยม

  1. ยืนแยกขาห่างจากกันประมาณ 90 – 120 เซนติเมตร ให้เท้าทั้งสองข้างขนานกัน
  2. หันเท้าซ้ายไปออกจากลำตัว 90 องศา หันเท้าขวาเข้าหาลำตัว 45 องศา
  3. หายใจเข้าพร้อมกับยกแขนขึ้นจากข้างลำตัวให้ขนานกับพื้น
  4. หายใจออกพร้อมแนบศีรษะให้ติดกับต้นแขนซ้าย ยืดขาซ้ายให้ตรง หายใจเข้าลึกๆ เอนตัวไปทางด้านซ้ายจนสุด
  5. ยืดแขนซ้ายมาจับข้อเท้าซ้ายและยกแขนขวาตั้งตรง แหงนศีรษะมองมือขวาและสูดลมหายใจเข้า-ออกลึกๆ หลายๆ ครั้ง ทำซ้ำท่าเดิมทางด้านขวา
โยคะ
เพิ่มความสูงด้วยท่าโยคะ

ท่าแมว

  1. คุกเข่า โดยให้หัวเข่าสองข้างอยู่ห่างกัน วางมือสองข้างให้ตรงกับหัวไหล่
  2. สูดลมหายใจเข้ายกสะโพกขึ้น พร้อมกับแอ่นตัว แหงนหน้าขึ้น
  3. ค่อยๆ ยืดตัวตรง และโก่งตัวขึ้น พร้อมกับก้มศีรษะลง
  4. กลับสู่ท่าปกติ ทำซ้ำท่าเดิมหลายๆ ครั้ง

รู้หรือไม่? ผลข้างเคียงของการผ่าตัดเพิ่มความสูงมีอะไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า การยืดกระดูกไม่ได้ประสบความสําเร็จทุกราย โดยทั่วไปในการรักษาจะยืดกระดูกไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์ของความยาวของกระดูกเดิม ดังนั้นถ้ายืดมากเกินไปก็ทําให้เกิดมีภาวะแทรกซ้อนที่สําคัญ 4 อย่างด้วยกันคือ ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับกระดูก ภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับข้อข้างเคียง ภาวะแทรกซ้อนต่อผิวหนังและภาวะแทรกซ้อนโดยรวม

น้ำอัดลมสกัดความสูง

รู้หรือไม่ว่า…น้ำอัดลมมีซิเตรท(Citrate) ซึ่งซิเตรทนี้ เมื่อจับกับแคลเซียมจะทําให้แคลเซียมไม่ถูกดูดซึม นอกจากนี้ น้ำอัดลมหลายชนิดที่มีกาเฟอีนยังทําให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กผู้หญิง การดื่มน้ำอัดลมที่มีกาเฟอีนจึงทําให้เสียแคลเซียมไปอย่างต่อเนื่องสกัดความสูงได้ชะงัดนัก

รู้แบบนี้แล้ว เริ่มอยากลุกขึ้นมาฝึกโยคะให้สูงขึ้นกันแล้วหรือยัง ถ้าพร้อมแล้วก็ทำท่าที่เรานำมาฝากกันได้เลย

นอกจากท่าโยคะเพิ่มความสูงแล้ว เรายังมีเทคนิคเกี่ยวกับการฝึกโยคะมากบอกต่อ

เลือกเวลา ฝึกโยคะ ได้ตามนี้ เสริมสุขภาพที่ดีได้อย่างใจแน่นอน

แก่นของการ ฝึกโยคะ (Yoga) เป็นการฝึกจิตให้นิ่ง รวมกายและจิตเข้าด้วยกัน และบริหารจิตให้เข้มแข็งจนถึงขั้นยกระดับจิตให้สูงเป็นลำดับขั้น อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาความสมดุลต่อตัวเองและผู้อื่น รวมทั้งสมดุลต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม ซึ่งศาสตร์นี้จะฝึกเราในทุก ๆ มิติ ทั้ง กาย จิต อารมณ์ บุคลิกภาพ ฯลฯ ซึ่งถือเป็นองค์รวมของการพัฒนามนุษย์

แม้จากผลการวิจัยหลายแห่งจะระบุว่า โยคะ จะเป็นการบริหารร่างกาย ที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยป้องกันโรคภัยต่างๆ อาทิ ข้อมูลจากผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของ British Heart Foundation ศาสตราจารย์ เจเรมี เพียร์สัน เปิดเผยว่า “การฝึกโยคะสามารถช่วยควบคุมความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น  ความดันโลหิตสูงซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและโรคระบบไหลเวียนโลหิต” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การฝึกโยคะ ก็ควรเลือกเวลาฝึกด้วย เพื่อให้ได้ผลที่ดีต่อสุขภาพที่สุด

ใครที่ฝึก โยคะ ได้

โยคะ สามารถปฏิบัติได้ในทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีผลดีช่วยป้องกันปัญหาทางกายภาพได้ เช่น ปัญหาข้อติด เสริมความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อรอบข้อ เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ตลอด มากไปกว่านั้น คือดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต การขยายของหลอดเลือด ระบบฮอร์โมนในร่างกาย ระบบประสาท ระบบหายใจ ทำให้มองโลกในแง่บวก มีสมาธิ จิตสงบ สัมผัสความสุขได้ง่ายขึ้น ตระหนักรู้และบรรลุถึงความต้องการเบื้องลึกภายในตนเอง ร่างกายของคนเราได้รับผลกระทบจากทุกสิ่งที่มีอยู่ภายในและทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราในที่นี้รวมถึงสิ่งที่เรากิน สิ่งที่เราหายใจเข้าไป สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราคิด และสิ่งที่เรารู้สึก

หลังตื่นนอนตอนเช้า

ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการฝึก โยคะ เสมือนเป็นเวลาของการเปิดรับแสงจากดวงอาทิตย์ ที่จะมาช่วยให้ร่างกายจิตใจ และ จิตวิญญาณของผู้ฝึกพร้อมต้อนรับวันใหม่แสนสดใส ที่สำคัญช่วยสร้างสุขภาพที่ดีให้กับสุขภาพในหลายด้านๆ  ไม่ว่าจะเป็นความสดชื่น ตื่นตันให้ร่างกายพร้อมทำงานและใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น

ท่าโยคะง่ายๆ ที่เราสามารถเริ่มได้หลังตื่นนอนตอนเช้า เช่นท่ายืนตรง พนมมือ  ด้วยการ ยืดลำตัวให้ตรง เหยียดแขนให้ตรง พนมมือเหนือศีรษะ แล้วหงายหน้ามองมือที่พนมด้วย ค้างไว้ 15 วินาที จากนั้นก้มศรีษะลงอย่างช้าๆ เอาแขนลง กำหนดลมหายใจเข้า-ออกช้าๆ และค่อยเหยียดแขนขึ้นพนมมือ และเงยหน้ามองมือที่พนมเหมือนเดิม ค้างไว้อีกประมาณ 15 วินาที

เวลาเช้าและเย็น

อากาศในช่วงเวลาเช้าและเย็น เป็นอีกเวลาที่เหมาะกับการเล่น โยคะ เพราะเมื่ออากาศไม่ร้อน ความดันเลือด ก็จะไม่สูง ทำให้การฝึก โยคะ ได้ประสิทธิภาพ และช่วยกระตุ้นการเต้นของจังหวะหัวใจ ส่งผลดีต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและระบบหลอดเลือด

ฉะนั้นไม่แนะนำให้เล่นตอนเที่ยง เพราะจะเป็นช่วงที่ blood pressure สูงมากที่สุด เนื่องจากแรงดึงดูดของพระอาทิตย์ต่อโลกจะแรงในตอนกลางวัน  สามารถสังเกตได้จากน้ำหนักของตัวเราจะเบา ถ้าเราชั่งน้ำหนักในเวลากลางวัน  แต่ถ้าชั่งน้ำหนักตอนเที่ยงคืน น้ำหนักของเราจะหนักที่สุด

หลังอาหาร ไม่เกิน 3 ชั่วโมง

หากจะเลือกเล่น โยคะ หลังอาหาร ควรเล่นหลังจากกินอาหารไม่เกิน 2-3 ชั่วโมง และไม่ควรกินอิ่มจนเกินไป เนื่องจากเวลาหลังกินอาหาร เป็นเวลาที่ร่างกายต้องใช้พลังงานและออกซิเจนในการย่อยอาหารเป็นหลัก เพราะฉะนั้นถ้าออกกำลังกายหลังอาหารทันที พลังงานเหล่านั้นจะถูกดึงไปใช้กับการเผาผลาญมากขึ้น ทำให้ส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารและมีผลที่ไม่ดีสุขภาพร่างกายของเราในระยะยาว

และถ้าเกิดอยากฝึกโยคะ หลังอาหารเช้า ควรเลือกเมนูเบาๆ อย่างเช่น กล้วยหอมครึ่งลูก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี 1 กำมือ หรือผักโขม เป็นต้น เพื่อเพิ่มระดับน้ำตาล ในเส้นเลือดให้มีแรงพอต่อการใช้พลังงานในการเล่นโยคะ

ก่อน 2 ทุ่ม

ช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตก การฝึกโยคะยังสามารถทำได้อยู่ แต่ไม่ควรเกิน 20.00 น. หรือ 2 ทุ่ม เพราะการออกกำลังกายด้วย โยคะ ทำให้ร่างกายตื่นตัน ถ้าเล่นหลังเวลาดังกล่าวหรือดึกจนเกินไป อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ร่างกายกระสับกระส่ายได้  เพราะการฝึก โยคะ หรือแม้การออกกำลังกายต่างๆ  จะใช้เวลาในการเผาผลาญไขมันประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจากเล่นโยคะแล้ว

นอกจากนี้ โยคะยังช่วยในเรื่องของรูปร่างเราได้ด้วย ทั้งเป็นลดน้ำหนักส่วนเกิน เนื่องจากกลไกการเผาผลาญตามธรรมชาติช่วยปรับร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล  ช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับได้สัดส่วน  เสริมสร้างผิวพรรณให้แลดูอ่อนเยาว์ ชะลอความแก่ชรา และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก นิตยสารชีวจิต 526


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ความดันและไขมันในเลือดสูง ปรับเปลี่ยน 3 อ (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์) ไม่ง้อยา

การเดินส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการ วิ่งจ๊อกกิ้ง

เดิน ขึ้น-ลงบันได เร่งการเบิร์น ช่วยลดน้ำหนัก

ประโยชน์ของพริก เป็นยาอายุวัฒนะ ยืดอายุ ลดความเสี่ยงหัวใจ และโรคมะเร็ง 

นักวิชาการชวนกิน ผักฤทธิ์เย็น เพื่อคลายร้อน

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสาชีวจิต

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.