หอยนางรมสด กินแล้วเสี่ยงติดเชื้อขาแขนเหวอะ จริงหรือ?
จากข่าว หญิงชาวอเมริกันวัย 55 ปี เสียชีวิตหลังกิน หอยนางรมสด 24 ตัว และมีอาการเเพ้จากการโดนแบคทีเรียที่ติดมากับหอยนางรมกัดกินเนื้อบริเวณขาจนมีบาดเเผลเหวอะหวะ และเสียชีวิตใน 21 วันต่อมา กลายเป็นกระแสเรื่องแบคทีเรียกินเนื้อคนขึ้นมาอีกครั้ง
ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยาประเทศไทยพบว่าเชื้อนี้เป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ
ที่มาของการเสียชีวิต!
ก่อนอื่นอยากบอกผู้อ่านว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนก กับการบริโภคอาหารทะเลกันจนไม่กล้ากินอะไรเลย เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้น เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า วิบริโอ (Vibrio parahaemolyticus) ซึ่งไม่ได้ส่งผลร้ายแรงเช่นนี้กับทุกคน
แบคทีเรียชนิดนี้ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านบาดแผลที่สัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย หรือผ่านการบริโภคสัตว์ทะเล และสัตว์ทะเลหน้าดินอย่างเช่น หอยนางรม (ตามที่เป็นข่าว)
และเมื่อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด จะพัฒนาไปเป็นโรคติดเชื้อวิบริโอ ทำให้มีอาการท้องเสียและอาเจียน หรือโรคผิวหนัง หนักสุดอาจช็อกและเสียชีวิต ในกรณีที่ผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจะยิ่งมีความไวต่อการติดเชื้อ
ทำไมบางคนกินแล้วไม่เป็นอะไร
ดังที่กล่าวไปว่า อาการของการติดเชื้อวิบริโอมีหลากหลาย ตั้งแต่อาการท้องเสียไม่รุนแรง ไปจนถึงติดเชื้อรุนแรงเช่นหญิงชาวอเมริกันรายนี้ เพราะอาการหลังติดเชื้อนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยทางร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้บางคนอาจมีอาการแค่ท้องร่วง หรือไม่มีอาการอะไรเลยก็ได้
แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น ติดเชื้อเอชไอวี กินยากดภูมิคุ้มกัน ก็อาจจะแสดงอาการที่รุนแรงขึ้นตามไปด้วย

ลักษณะอาการที่ควรจับตา
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรคระบุว่า อาการมักปรากฏหลังจากกินเชื้อเข้าไป 10-12 ชั่วโมง บางรายแสดงอาการภายใน 4-96 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเป็นกรดหรือด่างภายในระบบทางเดินอาหาร เชื้อนี้จะเพิ่มจำนวนเป็นเท่าตัวทุกๆ 10-15 นาที ที่อุณหภูมิ 37°C
เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะทวีจำนวนขึ้นในลำไส้ เชื้อชนิดสร้างสารพิษมีทั้งสร้างในร่างกายหรือในอาหารก่อนรับประทาน ทำให้มีอาการท้องร่วงรุนแรง มีอุจจาระเหลวเป็นน้ำมีกลิ่นเหม็นเหมือนกุ้งเน่า มักมีอาการปวดเกร็งที่ท้อง ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
มีระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น คืออาจเกิดอาการในประมาณ 15-24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารทะเลซึ่งปนเปื้อนเชื้อนี้ อาการอาจคงอยู่นานถึง 10 วัน แต่ส่วนใหญ่จะทุเลาลงภายใน 3 วัน โดยไม่ต้องรักษา
บางรายคล้ายเป็นบิด อุจจาระมีมูกเลือด มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาการอาจเกิดเฉียบพลัน และอาจรุนแรงจน collapse ได้ อาการที่เป็นอาจหายเองภายใน 2 ถึง 5 วัน แต่อาจจะมีอาการอ่อนเพลียต่อไปอีกหลายวัน อัตราตายต่ำ
วิธีการกินอาหารทะเลอย่างปลอดภัย คลิ๊กอ่านหน้าต่อไป
หอยนางรมสด กินอย่างไรจึงจะปลอดภัย
รับประทานอาหารทะเลที่ทำให้สุกและยังร้อนๆอยู่ เพราะเชื้อมักพบได้ในอาหารทะเล ในบางรายแม้ว่าทำให้สุกแล้ว อาจวางไว้ปะปนกับอาหารทะเลที่ยังไม่ได้ทำให้สุกทำให้เชื้อผ่านจากอาหารดิบไปยังอาหารสุก
จึงควรแยกอาหารสุกและดิบออกจากกัน รวมทั้งแยกอุปกรณ์ในการประกอบอาหารหรือทำความสะอาดอุปกรณ์สำหรับอาหารทะเลก่อนนำไปใช้กับอาหารชนิดอื่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสของบาดแผลเปิดกับน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย

ระวังการสัมผัสกับเชื้อโรค
ดังที่กล่าวไปแล้วว่าแบคทีเรียต่างๆ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านบาดแผลเปิด ซึ่งอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อทางผิวหนังในชั้นลึก ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน ลงไปจนถึงชั้นเนื้อเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ
อาการทางผิวหนังที่มีลักษณะแบคทีเรียกินเนื้อมักพบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคเบาหวาน หรือโรคตับแข็ง การติดเชื้อเกิดจากบาดแผลไปสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้แบคทีเรีย โดยจะมีอาการเจ็บปวดบวม แดง ร้อนบริเวณแผลเป็นอย่างมาก อาการจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ต่อมาผิวหนังจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงและมีเนื้อตายเกิดขึ้น
แพทย์หญิงจรัสศรี ฬียาพรรณ ภาควิชาตจวิทยา แนะนำการดูแลบาดแผลในเบื้องต้นว่า
“ไม่ควรปล่อยให้แผลสัมผัสสิ่งสกปรก ควรล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดหรือสบู่ทันที ถ้าแผลมีอาการบวมแดงร้อน หรือมีไข้ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที่ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง”
ทางที่ดี เมื่อรู้ว่าตัวเองมีบาดแผลเปิด ก็ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับเชื้อโรค ไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ รวมไปถึงการเล่นน้ำทะเล น้ำคลอง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ