ความเครียดวัยทำงาน ความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงในวัยทำงาน รับมือความเครียดเมื่อถูกเลิกจ้าง

ความดันโลหิตสูงในวัยทำงาน เมื่อใครๆ ก็มีโอกาสเป็น

วันนี้ผู้เขียนนำเอาประสบการณ์จากผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งบอกเล่าผ่านปลายปากกาของ พญ.ศรันยา กตัญญูวงศ์ หรือ หมอส้ม อดีตคอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิต สะท้อนแง่มุมเกี่ยวกับอาการ ความดันโลหิตสูงในวัยทำงาน จะมีวิธีรับมืออย่างไร มาดูกันค่ะ

เครื่องวัดความดัน, รีวิวเครื่องวัดความดัน

คุณหมอขอเล่าเรื่อง

เรื่องนี้ คนไข้ของส้มขอให้เขียนลง ชีวจิต เผื่อให้คนอื่นๆอ่านด้วย คุณแต๋ว (นามสมมติ) อายุสี่สิบกว่าปี มาพบส้มด้วยเรื่องความดันโลหิตสูง รักษากันไปได้สักพักแล้ว แต่ความดันโลหิตสูงก็ยังไม่ค่อยลงมากนัก จากเดิมครั้งแรก 180 / 100 มิลลิเมตรปรอท หลังฝังเข็มไปประมาณ 4 – 5 ครั้งจึงเริ่มค่อยๆลดลงอยู่มาสัปดาห์หนึ่ง ความดันโลหิตของคุณแต๋ว กลับขึ้นไปที่ 160 / 90 มิลลิเมตรปรอทอีก

ซักไปถามมาได้ความว่า สัปดาห์นี้เธอมีเรื่องเครียดมากเข้ามากระทบค่ะ เนื่องจากทำงานอยู่แผนกบุคคล หรือ HR (Human Resource) ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ส่วนใหญ่แผนกนี้มีหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัครงาน เพื่อส่งพนักงานไปยังแผนกต่างๆ พูดได้ว่าคือแผนก คัดเลือกคนมาใช้ให้ถูกกับงาน แต่นอกจากจ้างพนักงานใหม่แล้ว หน้าที่ อีกอย่างที่ไม่ค่อยจะดีนักก็คือการบอกเลิกจ้างพนักงานหรือเรียกว่าเชิญออก ง่ายๆว่าไล่ออก นั่นแหละค่ะ

ซึ่งทำให้คนที่ทำงานแผนกบุคคล เครียดและเสียใจกันมานักต่อนัก ยิ่งถ้าต้องเลิกจ้างพนักงานที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วยแล้ว ยิ่งเครียดและเสียใจไปกันใหญ่

สัปดาห์ที่ผ่านมาคุณแต๋วต้องบอกเลิกจ้าง พนักงาน 2 คนที่รู้จักกันดีและรู้จักไปถึงครอบครัวด้วย แค่ฟังก็เครียดแล้วใช่ไหม ลองนึกถึงคน ที่ต้องลงมือทำสิคะ เฮ้อ!

แถมยังไม่พอ เธอเองก็มีเรื่องเครียดส่วนตัวด้วย คุณแต๋วทำงานที่บริษัทนี้มานาน เป็นคนขยัน มีหน้าที่รับผิดชอบเยอะ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนทุกวัน ขนาดส้มขอให้นอนเร็วหน่อย ยังทำไม่ค่อยได้เลยค่ะ

เมื่อขยันขนาดนี้จึงหวังไว้ว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือนบ้าง เพราะเธออยู่ในตำแหน่งนี้มา 2 ปีแล้ว แต่ปรากฏว่าปีนี้ก็ยังไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง แถมรุ่นน้องคนละแผนกที่เข้ามาทีหลังกลับได้เลื่อนตำแหน่งสูงกว่า ว่าแล้วสาวเจ้าก็น้ำตาคลอ ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ค่อยๆใช้ทิชชู่ซับน้ำตา

ส้มไม่แปลกใจเลย เพราะความเครียดจากสองเรื่องนี้เองที่ทำให้ความดันโลหิตของคุณแต๋วกลับมาขึ้นสูงอีก ครั้นนึกถึงเรื่องที่เพื่อนเคยส่งมาให้อ่าน ขำๆ ส้มจึงเล่าให้เธอฟังเพื่อให้กำลังใจค่ะ จะได้คลายเครียดคลายทุกข์ลงไปบ้าง

เรื่องขันคลายทุกข์

เรื่องมีอยู่ว่า ชายคนหนึ่งชื่อคุณไมค์ เขากำลังหางานทำ แต่เพราะจบการศึกษาแค่ชั้นมัธยม ดังนั้นจึงไม่มีงานให้เลือกมากนัก เขาไปสมัครเป็นภารโรงที่บริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งมีหน้าที่ทำความสะอาดบริเวณหน้าลิฟต์

หลังสัมภาษณ์งานเสร็จ คนที่สัมภาษณ์ถามว่า จะติดต่อคุณกลับได้ที่อีเมลอะไร คุณไมค์ตอบกลับว่า ผมไม่มี อีเมลครับ ฝ่ายนั้นจึงทำหน้าตกใจมาก แล้วบอกต่อว่า

คุณรู้ไหม ในยุคดิจิทัลยุคอินเทอร์เน็ตอย่างนี้ หากไม่มีอีเมลก็เท่ากับว่าคุณไม่มีตัวตน บริษัทไมโครซอฟท์ของเราทำงานด้านคอมพิวเตอร์นะครับ อย่างนี้คงจะร่วมงานกันไม่ได้หรอก

คุณไมค์เดินคอตกกลับบ้าน หมดหวังที่จะได้งานอย่างแน่นอน ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่แค่ 40 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น เขาแวะซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ใกล้บ้านก่อนกลับ ตอนนั้นมะเขือเทศกำลังลดราคาอย่างมากอยู่ ชายหนุ่มจึงลองเสี่ยงซื้อมาเยอะหน่อย เสียเงินไป 20 ดอลลาร์ กลับถึงอพาร์ตเมนต์ที่เช่าอยู่ คุณไมค์ลองเคาะถามห้องข้างๆว่า

อยากซื้อมะเขือเทศไหม ให้ราคาถูก ขอคิดกำไรนิดหน่อย แต่มีบริการส่งถึงห้องแถมให้ด้วย หากอยากได้เพิ่มอีกในราคานี้ก็บอกได้

มะเขือเทศ, เรื่องขันคลายทุกข์, ความดันโลหิตสูง, ความดันโลหิตสูงในวัยทำงาน, โรคความดันโลหิตสูง

ห้องข้างๆจึงตอบตกลง จากนั้นเขาไปเคาะถามห้องต่อๆไป จนขายมะเขือเทศที่ซื้อมาหมดภายในเวลาไม่นาน ต่อมาคุณไมค์เริ่มติดประกาศที่อพาร์ตเมนต์ และซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมาส่งขายถึงห้อง ได้กำไรต่อห้องไม่มาก แต่เมื่อรวมหลายๆห้องเข้าก็ได้กำไรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

ครั้นมีเงินมากขึ้น เขาซื้อรถปิกอัพมาขนของ จ้างลูกน้องมาช่วย ทำให้ขายของได้เยอะขึ้น บริการลูกค้าได้เพิ่มขึ้น กิจการขยับขยายเรื่อยๆ

หลายปีถัดมา กิจการคุณไมค์มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ จากเงินลงทุนแค่ 20 ดอลลาร์ มีนักลงทุนให้ความสนใจอยากมาร่วมทุนด้วย เขาคุยกับคุณไมค์พักใหญ่ แล้วถามว่า จะติดต่อกันอีกทีผ่านอีเมลอะไร คุณไมค์ตอบกลับว่า ผมไม่มีอีเมลครับ

นักลงทุนตกใจอย่างมาก บอกต่อว่า คุณรู้ไหมว่าหากมีอีเมลจะเปิดประตูโอกาสของโลกธุรกิจให้มากแค่ไหน คุณไมค์นั่ง คิดเล็กน้อย ยิ้มออกมา พร้อมกับตอบกลับเรียบๆว่า ที่แน่ๆ ผมรู้ว่า หากมีอีเมล ตอนนี้คงเป็นภารโรงถูพื้นอยู่หน้าลิฟต์ที่บริษัทไมโครซอฟท์ไปแล้ว

หลังเล่าเรื่องนี้จบ คุณแต๋วค่อยยิ้มออก ส้มเลยปลอบเพิ่มอีกนิดว่า คุณแต๋วไม่ต้องเสียใจหรือรู้สึกผิด การบอกเลิกจ้างคนคนหนึ่งไม่ใช่ว่าจะทำให้ชีวิตเขาจบอยู่แค่นั้น บางทีเราอาจ ช่วยเขาอยู่ก็ได้ เพราะคนนั้นอาจไปได้ดีหลังจากนี้ หรืออาจร่ำรวยกว่านี้ก็ได้

แม้ประตูหนึ่งปิด ย่อมต้องมีประตูอีกบานเปิดค่ะ

ส้มแถมเคล็ดลับให้อีกว่า เธอควรเปิดรับโอกาสใหม่ๆที่จะเข้ามาด้วย ลองหางานอดิเรกที่ชอบ แล้วทำเป็นธุรกิจเสริมไปกับงานประจำด้วยได้จะยิ่งดี เพราะช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้ตัวเอง คราวนี้คุณแต๋วยิ้มกว้างเลยค่ะ เลิกร้องไห้ หน้าตาไม่เหมือนคนแบกโลกไว้อีกแล้ว

สัปดาห์ถัดมาเธอมาฝังเข็มอีก ความดันโลหิตที่สูงขึ้นลดลงไปพอสมควร จึงขอให้ส้มเขียนเล่าเรื่องของเธอให้คนอื่นๆอ่าน เผื่อใครเป็นทุกข์จะได้มองโลกในแง่บวก และพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

อย่าลืมนะคะว่า ทุกปัญหามีโอกาสดีๆซ่อนอยู่เสมอ อมทุกข์ไป ก็ไม่ช่วยอะไร


บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เทคนิคกินอาหารไขมันดี ป้องกันความดันโลหิตสูง

โรคเกาต์พ่วงความดันสูง ดูแลตัวเองอย่างไร แพทย์มีคำแนะนำ

5 วิธีปรับธาตุ ป้องกันโรความดันโลหิตสูง สไตล์แพทย์แผนไทย

FLAXSEED อาหารมหัศจรรย์ ต้านความดันโลหิต

 

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.