ไม่อ้วน

ทำอย่างไรเด็กๆ โตไป ไม่อ้วน ไม่ป่วย

โตไป ไม่อ้วน ไม่ป่วย

ไม่อ้วน ไม่ป่วย ต้องทำอย่างไร สองสามวันก่อน หมอรุ่นน้องคนหนึ่งพาลูกและสามีมาเยี่ยมผมที่บ้านในอำเภอมวกเหล็กสามีของเธอเป็นฝรั่ง ลูกสองคนจึงมีรูปร่างคล้ายฝรั่ง ยังไม่ทันเข้าอนุบาลเลย ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มแล้วคุยกันไปคุยกันมาจึงได้ทราบว่า ครอบครัวนี้เป็น วีแกน (Vegan) กันทั้งบ้าน

วีแกน หมายความว่า กินแต่พืช ไม่กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์เลย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ นม ไข่ ไก่ ปลาก็กินไม่ได้ทั้งนั้น ภรรยาผมซึ่งเป็นหมอเด็ก (หมายความว่าเป็นกุมารแพทย์) เธอคงตั้งใจจะถามว่า ไม่กลัวลูกขาดโปรตีนหรือ แต่พอเห็นเด็กทั้งสองคนซึ่งมีรูปร่างทั้งสูงทั้งใหญ่ พัฒนาการและการเจริญเติบโตอยู่ด้านบนของกราฟเธอจึงเงียบไป

สมัยที่ลูกผมยังเด็ก มีหมอเด็กชื่อดังชาวอเมริกันคนหนึ่งคือคุณหมอสป็อก (Dr.Spock) พ่อแม่ชาวอเมริกันทุกคนต้องได้อ่านหนังสือของเขา เมื่อแก่ตัวลง หมอสป็อกออกแนวต่อต้านอาหารเนื้อสัตว์ ก่อนเสียชีวิตเขาให้มรดกโดยเขียนแนะนำแฟนๆ หนังสือไว้ว่า

ไม่อ้วน ผักผลไม้

“ความรู้ทางการแพทย์วันนี้ชัดเจนแล้วว่า หากเด็กได้โปรตีนและเหล็กอย่างเหลือเฟือจากถั่ว ผัก และพืชอื่นๆ จนไม่ต้องกินคอเลสเตอรอลจากเนื้อสัตว์ก็ได้ แคลเซียมจากพืชผักผลไม้ก็มีแยะ ไม่ทำให้ร่างกายขาดผม (ดร.สป็อก) จึงแนะนำว่า เด็กอายุสองขวบขึ้นไปไม่ควรให้กินเนื้อนมไข่แล้ว ควรให้กินแต่พืชเท่านั้น”

เมื่อผมเล่าให้ภรรยาฟัง เธอตอบว่า

“สป็อกก็สป็อกสิ ฉันไม่ใช่สป็อกนะ”

แป่ว…ว

ตั้งแต่นั้นมาผมไม่เคยกล้าแหยมเข้าไปในเขตอิทธิพลของหมอเด็กอีกเลย เพราะกลัว…ว โห นี่ขนาดผมอ้างหนังสือของ ดร.สป็อกซึ่งขายดีอันดับสองรองจากคัมภีร์ไบเบิลเลยนะ ยังถอยแทบไม่ทัน

เมื่อราวปี ค.ศ. 1946 หนังสือของแกเริ่มดังใหม่ๆ หมอสป็อกเป็นหัวหอกให้เลี้ยงเด็กด้วยเนื้อนมไข่ กระทั่งประมาณปี ค.ศ. 1991 แกป่วยจนแทบเอาตัวไม่รอด แต่อาการดีขึ้นเพราะหันมากินอาหารแบบวีแกน ตั้งแต่นั้นมาแกเลยบ้าวีแกน และเริ่มขายไอเดียว่า ใครที่อยากเห็นลูกมีสุขภาพแข็งแรงต้องจับลูกเป็นวีแกนให้หมด

อันที่จริงตอนพิมพ์หนังสือครั้งสุดท้าย ก่อนหมอสป็อกจะตายหมอปาร์เกอร์ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนอุตส่าห์ชวนว่า เราเสนอให้พ่อแม่เลือกวิธีการเลี้ยงดูเด็กได้ตามใจชอบดีไหม แต่หมอสป็อกไม่ยอม ผมเข้าใจว่าหัวแกคงจะแข็งได้ที่แล้วตอนนั้น (หิหิ) จึงยืนยันกับหมอปาร์เกอร์ว่าต้องการให้หนังสือของเขาเป็นหัวหอกในการประกาศให้โลกเห็นความจริงว่า อาหารเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์นี่แหละเป็นต้นกำเนิดของโรคร้ายทั้งหลาย

วันนี้หมอสป็อกเสียชีวิตไปนานแล้ว แต่หนังสือคู่มือการเลี้ยงเด็กของเขา ยังติดตลาดอยู่ และทำท่าว่ายังขายดีต่อไปในหลายสิบปีข้างหน้า แต่ไอเดียการเลี้ยงลูกให้เป็นวีแกนของแกไม่เห็นติดตลาดเลยแฮะ

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ผู้คนทั่วไปไม่ยอมให้เด็กกินอาหารวีแกนคือ กลัวเด็กไม่โตเพราะขาดโปรตีน แคลเซียม และอีกสารพัด แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่แท้จริงหรอก เพราะมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ทำในเมืองโลมา ลินดา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเมืองของคนนับถือศาสนาคริสต์นิกายเซเวนเดย์แอดเวนทิสต์ ซึ่งสอนไม่ให้คนกินเนื้อสัตว์

งานวิจัยนี้เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของนักเรียน ระหว่างเด็กจากครอบครัวที่เคร่งศาสนา ซึ่งเป็นวีแกนกันทั้งบ้าน กับเด็กจากครอบครัวที่นับถือนิกายอื่นหรือนับถือนิกายนี้แต่ไม่เคร่งคือได้กินเนื้อสัตว์ในชีวิตประจำวัน

ผลวิจัยพบว่า หากเทียบกันตัวต่อตัว เพศต่อเพศ อายุต่ออายุ ชั้นเรียนต่อชั้นเรียน เด็กแว้น เอ๊ย ไม่ใช่ เด็กวีแกนมีความสูงเฉลี่ยนำหน้าเด็กกินเนื้อสัตว์ไป 2 เซนติเมตร เสมอต้นเสมอปลายแบบม้วนเดียวจบ แต่หากนับความกว้าง (หิหิ หมายความว่าความอ้วนหรือดัชนีมวลกาย) พบว่าเด็กกินเนื้อสัตว์อ้วนกว่าเด็กที่กินอาหารแบบวีแกน พูดง่ายๆ ว่า งานวิจัยนี้สนับสนุนว่าการเลี้ยงเด็กด้วยอาหารวีแกนดีกว่าการเลี้ยงด้วยอาหารที่มีเนื้อสัตว์ เพราะมีใครไม่อยากให้ลูกสูง แต่อยากให้ลูกอ้วนบ้าง

แต่ผมไม่แปลกใจว่าทำไมฝรั่งทั่วไปจึงไม่อยากให้ลูกกินอาหารวีแกน โถ แค่ทำอาหารวีแกนให้ผู้ใหญ่กินยังยากเลย แล้วทำเลี้ยงเด็กจะไหวหรือ การเป็นวีแกนหมายความว่า เราต้องหันมากินข้าวกินถั่ว การหุงข้าวและทำพาสต้าไม่ยากหรอก แต่การจะปรุงถั่วกินนี่สิ เคยลองกวนถั่วกินเองสักเมนูหนึ่งไหมล่ะ ใช้เวลาค่อนวันเลยนะคุณพี่ขา

ที่เขียนอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าหมอสันต์ไม่เห็นด้วยกับการให้เด็กกินอาหารแบบวีแกนนะ ผมเห็นด้วย…แต่ผมไม่ทำ

อ้าว หมอสันต์พูดอย่างนี้ได้ไง ทำไมเห็นด้วยแล้วตัวเองไม่ทำ หิหิ ตอบว่า เพราะตอนลูกผมยังเด็ก ม. (เมีย) ผมไม่ยอมให้ทำ…จบข่าว

 

จาก คอลัมน์ WELLNESS CLASS นิตยสารชีวจิต ฉบับ 424


บทความน่าสนใจอื่นๆ

ควบคุมอาหาร แบบชีวจิต เพื่อลดอ้วน

โปรแกรมอาหาร ต้านอ้วน

เห็ดเข็มทอง สูตรเด็ดลดความอ้วน

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.