ชีฟ นาดาร์

ฝันของ ชีฟ นาดาร์ มหาเศรษฐีใจบุญแห่งอินเดีย

ฝันของ ชีฟ นาดาร์ มหาเศรษฐีใจบุญแห่งอินเดีย – ตอนที่จูดี้ แอ๊บบอตต์ รู้ว่ามีคนใจดีต้องการอุปการะเธอให้ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนสตรีชั้นนำ เธอรู้สึกดีใจเหมือนได้เกิดใหม่ ความรู้สึกนี้จัมฮาวี ชาร์มา เข้าใจดี เพราะเธอก็เป็นเด็กยากจน และไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือในโรงเรียนดี ๆ เช่นกัน หากไม่มีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้

อย่างไรก็ตาม จัมฮาวีต่างจากจูดี้ตรงที่จูดี้เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นจากจินตนาการของ จีน เว็บสเตอร์ ผู้เขียนวรรณกรรมเรื่อง คุณพ่อขายาว (Daddy Long Legs) ส่วนจัมฮาวีเป็นเด็กหญิงชาวอินเดียวัยเพียง 11 ปีที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนที่วิทยญาณ (VidyaGyan) โรงเรียนประจำที่มีการเรียนการสอนระดับเวิลด์คลาส ซึ่งทำให้เธอไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกต่อไป เธอได้เรียนวิชาต่างๆ ที่ชอบ จากที่ไม่เคยรู้ภาษาอังกฤษ ตอนนี้เธอกำลังสนุกกับการท่องศัพท์ จากที่ไม่เคยเห็นคอมพิวเตอร์ ตอนนี้เธอสามารถใช้โปรแกรมหลายๆ โปรแกรมได้อย่างคล่องแคล่ว และจากที่เธอไม่เคยรู้ว่าตัวเองมีอนาคต ณ วันนี้เธอมองเห็นมันอย่างชัดเจน

ชีฟ นาดาร์
โรงเรียนวิทยญาณ – เครดิตภาพ @shivnadarfoundation.org

 

ชีฟ นาดาร์
เครดิตภาพ @yourstory.com

 

ชีฟ นาดาร์
เครดิตภาพ @livemint.com

แม้ว่าผู้อุปการะของจัมฮาวีจะไม่ใช่หนุ่มอังกฤษ ร่างสูง และรูปหล่อ (ฉบับพิมพ์นิยม) แต่เขาใจดีไม่แพ้คุณพ่อขายาวของจูดี้และน่าจะใจดียิ่งกว่า เพราะเขายินดีรับดูแลเด็กที่มีภูมิหลังคล้ายกับจัมฮาวีปีละหลายพันคน และคนคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชีฟ นาดาร์ (Shiv Nadar) มหาเศรษฐีชาวอินเดียผู้ก่อตั้งบริษัทเอชซีแอล (HCL – Hindustan Computers Limited)

นาดาร์ชอบทำบุญด้วยการให้ความรู้ เขาเชื่อมั่นว่า “ความรู้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดและเป็นเครื่องมือชนิดเดียวที่ทำให้คนพลิกชีวิตของตัวเองได้เช่นเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สิ่งที่ดีกว่าต้องเริ่มที่การศึกษาเป็นอันดับแรก” นับถึงปัจจุบัน นาดาร์บริจาคเพื่อการศึกษาไปแล้วกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อันที่จริงชีฟ นาดาร์ ทำงานการกุศลมากว่ายี่สิบปีแล้ว เขาก่อตั้ง SSN College of Engineering ขึ้นในปี ค.ศ. 1996 วิทยาลัยแห่งนี้ตั้งชื่อตามชื่อพ่อของเขาคือ Sri Sivasubramaniyan Nadar ปัจจุบันเปิดสอนทั้งด้านการบริหารและคอมพิวเตอร์ ส่วนวิทยญาณเป็นโรงเรียนประจำที่รับนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่หกถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก โดยจะคัดเลือกเด็กเรียนดีแต่ยากจนจากพื้นที่ต่างๆ ในรัฐอุตตรประเทศ รัฐนี้เป็นรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอินเดีย มีประชากรราว 200 ล้านคนและมีคนจนมากที่สุดในประเทศด้วย

ชีฟ นาดาร์
SSN College of Engineering – เครดิตภาพ @เฟซบุ๊ก SSNcollegeofengineering

นักเรียนที่นี่จะได้รับการดูแลทั้งในเรื่องความเป็นอยู่ อาหารการกินและได้รับการศึกษาที่ทันสมัยที่สุด คิดเป็นจำนวนเงินที่ใช้ดูแลเด็กต่อคนต่อปีประมาณ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณหนึ่งแสนบาท) ครูหนึ่งคนจะดูแลเด็กประมาณ 12 คนเท่านั้น และมีครูที่ให้คำปรึกษาด้านจิตวิทยาด้วย วิทยญาณเป็นโรงเรียนแห่งแรกในโครงการสร้างโรงเรียนเพื่อเด็กยากจนของชีฟ นาดาร์ โดยเขาวางแผนจะเปิดโรงเรียนเช่นนี้อีกหลายแห่งกระจายออกไป

เด็กหลายคนเล่าว่า พวกเขาดีใจมากที่ได้เรียนหนังสือ หลายคนอยากเป็นหมอเพื่อกลับไปรักษาคนที่บ้านเกิด นาดาร์กล่าวว่า เขาไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าอยากให้โรงเรียนของเขาสามารถสร้างนายกรัฐมนตรีสักคนที่มาจากชนชั้นรากหญ้า เพื่อจะได้เข้าใจปัญหาของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ชอบธรรม และสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง

นาดาร์เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1945 ที่รัฐทมิฬนาฑู เขาเป็นลูกคนที่เจ็ดในจำนวนพี่น้องแปดคน พ่อของเขาเป็นผู้พิพากษา นาดาร์เรียนจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก PSG College of Technology หลังจากนั้นจึงเริ่มทำงานในโรงงานสิ่งทอยักษ์ใหญ่ที่เมืองปูนา ในตำแหน่งวิศวกรฝึกหัด แผนกเครื่องคิดเลข

ปี ค.ศ. 1976 นาดาร์และเพื่อนร่วมงานอีกห้าคนตัดสินใจลาออกเพื่อเปิดบริษัทของตัวเอง เนื่องจากในช่วงแรกไม่มีเงินทุนมากนักพวกเขาจึงเน้นการขายเครื่องคิดเลขเทเลดิจิทัล ต่อมาเมื่อธุรกิจดำเนินไปด้วยดี จึงมีเงินทุนมากพอที่จะตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ทว่าสมัยนั้นอินเดียยังดำเนินนโยบายการค้าแบบปิดกั้น ไม่ว่าจะผลิตอะไรเป็นต้องขออนุญาตตลอด เอชซีแอลจึงยอมให้รัฐบาลรัฐอุตตรประเทศเข้ามาถือหุ้นได้ 26 เปอร์เซ็นต์ อีกสิบปีต่อมาบริษัทของเขาจึงสามารถซื้อหุ้นคืนจากรัฐบาลได้

ชีฟ นาดาร์
เครดิตภาพ @forbes.com

ปี ค.ศ. 1977 เนื่องจากอินเดียใช้นโยบายกีดกันทางการค้า บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่อย่างไอบีเอ็ม โคคา – โคล่า ฯลฯ ต้องม้วนเสื่อกลับประเทศ เกิดภาวะสุญญากาศในระบบเศรษฐกิจ ประชาชนขาดแคลนสินค้าจำเป็นหลายอย่าง แต่นโยบายนี้เป็นผลดี เพราะลูกค้าในประเทศหันมาซื้อสินค้าจากเอชซีแอลแทน

เนื่องจากคอมพิวเตอร์เป็นสินค้าที่ต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง นาดาร์จึงสนับสนุนการวิจัยและพัฒนามาตั้งแต่แรก ในปี ค.ศ. 1979 บริษัทสยายปีกการค้าไปยังตลาดต่างประเทศ โดยบุกตลาดที่สิงคโปร์ก่อน ในขณะเดียวกันบริษัทก็ร่วมมือกับวิทยาลัยด้านไอทีของประเทศ ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแลกเปลี่ยนกับการร่วมงานกับบริษัทหลังเรียนจบ โครงการนี้นับเป็นโครงการที่หวือหวามากในสมัยนั้น เพราะบริษัทเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน แต่มีการลงทุนด้านทรัพยากรบุคคลที่สูงมาก แต่นาดาร์ก็ตัดสินใจไม่ผิด เพราะทำให้บริษัทมีเจ้าหน้าที่เพียงพอในการให้บริการลูกค้าและส่งผลให้การวิจัยมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเมื่อรัฐบาลอินเดียผ่อนปรนนโยบายกีดกันต่างชาติในปี ค.ศ. 1984 บริษัทก็เปิดรับเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่างเต็มตัว เอชซีแอลเจริญเติบโตและมีบริษัทลูกที่แข็งแกร่งถึงสองแห่ง คือ HCL Infosystems และ HCL Technologies

แม้ว่าบริษัทจะเติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด แต่ใช่ว่านาดาร์จะเป็นนักธุรกิจที่ไม่เคยล้มเหลว ช่วงต้นทศวรรษ 1990 นาดาร์พยายามนำบริษัทบุกตลาดอเมริกา แต่ไม่สำเร็จ ครั้งนั้นบริษัทต้องเผชิญหน้ากับการปรับตัวครั้งใหญ่ และต่อมาเมื่อหุ้นส่วนคนสำคัญถอนตัว เขาก็ตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี ค.ศ. 1998 เพื่อระดมทุน ซึ่งปรากฏว่าประชาชนให้การต้อนรับหุ้นของเอชซีแอลเป็นอย่างดี ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งนับแต่นั้น ล่าสุดนิตยสารฟอร์บส์ ประมาณการทรัพย์สินของนาดาร์ล่าสุดอยู่ที่ 15.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบันเอชซีแอลเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำของอินเดียที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยและพัฒนา มีมูลค่าการลงทุนร่วมกับต่างประเทศในระดับสูงมาก และไม่น้อยหน้าใครทั้งสิ้นในเรื่องความมีจริยธรรม

ชีฟ นาดาร์
ชีฟ และ รัชนี นาดาร์ – เครดิตภาพ @outlookindia.com

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าการทำธุรกิจจะไม่หลงเหลือมนตร์เสน่ห์ใดๆ สำหรับนาดาร์อีกต่อไป เขายกตำแหน่งซีอีโอให้ลูกสาวคนเดียวคือ รัชนี นาดาร์ (Roshni Nadar) บริหารแทนตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งตัวรัชนีเองดูแลเฉพาะด้านการสื่อสารองค์กรของ HCL Corporation เท่านั้น ส่วน HCL Technologies กับ HCL Infosystems บริหารโดยคณะกรรมการบริหาร เพราะรัชนีก็เหมือนกับพ่อของเธอที่มีใจรักในการทำการกุศลมากกว่าการทำธุรกิจ

ชีฟ นาดาร์ อาจไม่รู้ว่าโรงเรียนของเขาจะสร้างนายกรัฐมนตรีได้จริงหรือไม่ หรือเด็กๆ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยเพียงใด แต่ที่รู้แน่ๆ ก็คือ รัชนี นาดาร์ คือฝันที่เป็นจริงของเขา

 

ที่มา : นิตยสาร Secret

เรื่อง : Violet

ภาพ : gazettereview.com

Secret Magazine (Thailand)

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.