ความเป็นพระ

ความเป็นพระอยู่ที่ใจ

ความเป็นพระ อยู่ที่ใจ โดย พระถวิล ฐานุตฺตโม

เมื่อถึงวันพระ วันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด เป็นต้น เราตั้งใจไปวัดเพื่อบำเพ็ญบุญกุศล โดยการถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร หรือถวายจตุปัจจัยไทยธรรมต่าง ๆ ด้วยเพราะเรานั้นมีศรัทธาในความเป็นพระของภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีศีลมีธรรม หรือมีความเชื่อว่าเป็นเนื้อนาบุญที่ดี ความเป็นพระ

ความจริงแล้วผู้ที่มีความเป็นพระนั้นมิใช่เพียงเฉพาะภิกษุสงฆ์ แต่ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ว่าคนนั้นปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือไม่ และผู้ที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานั้นมีผู้ที่มีศีลมีธรรม เป็นผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นผู้ที่มีความหวังดี มีเมตตากรุณา มีความเอาใจใส่ที่จะให้เราเป็นคนที่ดี เป็นคนที่อยู่ในศีลในธรรมหรือไม่

หากลองพิจารณาตามเงื่อนไขเหล่านี้ ก็คงพบได้ไม่ยากว่าคุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นแท้ที่จริงนั้นก็คือ “พระในบ้าน” ของเรานั่นเอง

พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ว่า คุณพ่อคุณแม่ของเรานั้นเทียบได้กับเป็นพระอรหันต์และพระพรหมประจำบ้าน เป็นผู้ที่มีพระคุณ เป็นผู้ที่เราจะต้องเอาใจใส่เลี้ยงดูท่านด้วยเช่นเดียวกัน เรามาที่วัดนั้นมาถวายสังฆทานหรือมาถวายภัตตาหารให้พระที่วัด โดยการประเคนด้วยมือสองข้างด้วยความเคารพต่อพระสงฆ์ ดังนั้นเมื่อเราอยู่ที่บ้าน หากมีโอกาสที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน เช่น ตื่นเช้ามาก็ตักข้าว แล้วก็ยกจานข้าวให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความเคารพ คุณพ่อคุณแม่ก็จะรู้สึกปลื้มใจ นี่ก็เป็นบุญอันยิ่งใหญ่

เราสามารถที่จะทำกุศลโดยการมอบปัจจัยให้กับคุณพ่อคุณแม่ อย่างลูกน้องของเราบางคนที่เพิ่งเริ่มทำงานใหม่ ๆ หากมีความตั้งใจดี แม้ว่าจะได้เงินเดือนเป็นเดือนแรก เงินเดือนก็ไม่ได้มากมายอะไร ก็ยังแบ่งเงินเดือนส่วนหนึ่งมอบให้คุณพ่อคุณแม่ที่บ้านต่างจังหวัด อาจจะเริ่มที่เดือนละ 300 – 400 บาท แม้ว่าจะเป็นเงินน้อยนิด แต่เป็นความตั้งใจที่ดี เป็นความกตัญญูของลูกที่มีต่อคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งอยากจะมอบให้กับคุณพ่อคุณแม่ด้วยความรัก ด้วยความกตัญญู เงินน้อยนิดนี้ปรากฏว่าเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่รู้สึกตื้นตันใจ เปรียบเสมือนยาที่จะช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจ ให้รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ คุณพ่อคุณแม่ก็จะนำเงินนี้เก็บไว้เพื่อไปทำบุญให้กับลูก ๆ เมื่อถึงเวลาไปวัดก็จะนำเงินนี้ไปทำบุญ ซึ่งก็เป็นบุญกุศลให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ของเรานั่นเอง

การแสดงความกตัญญูต่อคุณพ่อคุณแม่เทียบได้กับการถวายทานให้กับพระเช่นกัน เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่คือพระอรหันต์ของเรา ทำเช่นนี้จึงได้บุญเหมือนกัน ไม่จำเป็นจะต้องไปวัดก็สามารถทำบุญให้กับพระที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราได้

ถ้าเรามีลูกหลานซึ่งกำลังเล่าเรียนศึกษาอยู่ ก็บอกลูกหลานของเราให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เพื่อเป็นทานให้กับคุณพ่อคุณแม่ การที่ลูกหลานตั้งใจเรียนหนังสือเป็นการสร้างความอบอุ่น มั่นใจชื่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ บุญกุศลที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นทานนี้ก็จะย้อนกลับมาที่ลูกหลานของเรา

ความเป็นพระ
Image by Peter Chou from Pixabay

ในกรณีที่เรามีอาชีพการงานอยู่ เราก็สามารถทำบุญกับนายจ้างของเราได้ด้วยการ ตั้งใจทำงานเป็นทาน เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณของนายจ้างซึ่งเป็นผู้ที่มีพระคุณ เป็นผู้ที่ประพฤติดีประพฤติชอบ ทำกิจการงานที่เป็นประโยชน์ และก็ทำให้เราได้มีอาชีพการงานทำ การตั้งใจทำงานเป็นทานเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน และบุญนี้เราสามารถทำได้ทุกวัน

ถ้าเราซึ่งเป็นนายจ้าง มีจิตใจดี มีเมตตา ให้อภัยกับลูกน้อง ก็ถือว่าเป็นการให้อภัยทาน ซึ่งเป็นการทำทานที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการให้โอกาสเขาแก้ตัวใหม่ ปรับปรุงตัวใหม่ เพื่อเขาจะได้ไม่ทำผิดพลาดอีก แต่ถ้าหากให้โอกาสเขาแล้ว เขาก็ยังทำผิดทำพลาดอยู่ด้วยความไม่รู้ เราก็ให้ความรู้ ให้ปัญญาเป็นทาน ถือว่าเป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่กับลูกน้องของเราเช่นเดียวกัน

การให้ความรู้เป็นวิทยาทานนั้นเป็นสิ่งประเสริฐ เป็นการทำทานที่ได้บุญมาก หากให้ธรรมะกำกับไปด้วย ก็จะทำให้เกิดความรู้ที่เป็นปัญญาที่ดี (สัมมาทิฏฐิ) เพื่อที่เขาจะได้ใช้ปัญญาในทางที่ถูกที่ควร เป็นการทำสัมมาอาชีพ เขาจะได้มีรายได้ โดยงานนั้นต้องเป็นงานที่ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

นั่นคือ เราสามารถทำบุญอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ที่เป็นพระที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราได้ตลอดเวลา ให้ดูว่ามีคนอื่นอีกไหมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ที่นับถือ หรือกัลยาณมิตรที่เป็นผู้ที่หวังดีต่อเรา เป็นผู้ที่มีศีลมีธรรม เราก็สามารถทำความดีกับท่านได้โดยการไปกราบไหว้ท่าน ไปเยี่ยมเยียนท่าน นำหนังสือดี ๆ ธรรมะดี ๆ ไปมอบให้กับท่าน ถือว่าเราได้ถวายสังฆทานให้กับพระที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา โดยไม่จำเป็นต้องไปวัด ก็ได้บุญกุศลเช่นเดียวกัน

ถ้าเราเป็นผู้มีศีลมีธรรม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เราก็มีความเป็นพระในตัวเรา เราจึงต้องเพิ่มพูนคุณงามความดีให้กับตัวเราเองด้วย ด้วยการหมั่นดูแลสุขภาพ ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เราต้องทำบุญให้กับตัวเรา ด้วยการเก็บออมเงินให้กับตัวเราเอง เพื่อใช้จ่ายในอนาคต

การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันคือการใช้จ่ายเงินที่หามาได้ในปัจจุบัน หาได้เท่าไรก็ใช้จ่ายอย่าให้เกินที่หามาได้ และให้มีเงินเหลือเก็บไว้ในอนาคตด้วย อย่าใช้เงินล่วงหน้าจากบัตรเครดิต เพราะเท่ากับว่าเรากำลังนำเงินที่จะหาได้ในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน และให้ปัญญากับตัวเราเป็นทาน โดยการหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเข้าใจหลักธรรมในการดำเนินชีวิต

ความเป็นพระนั้นอยู่ที่ใจ เราจึงสามารถสร้างบุญสร้างกุศลด้วยการทำมหาทานกับผู้ที่มีความเป็นพระที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราได้ตลอดกาล โดยการทำทานด้วยจตุปัจจัย ด้วยการให้อภัยเป็นทาน ด้วยการให้ความเคารพ แสดงออกด้วยความกตัญญูกตเวทิตาธรรม ด้วยการตั้งใจทำงานเป็นทาน ด้วยการให้ธรรมะเป็นทาน ด้วยการให้ปัญญาเป็นทาน…

เราก็จะเป็นผู้ที่มีความสุข ความเจริญ ประสบความสำเร็จและความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิตตลอดไป

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  พระถวิล ฐานุตฺตโม

Image by anuvat intarachune from Pixabay

Secret Magazine (Thailand)

IG @Secretmagazine


บทความน่าสนใจ

มหัศจรรย์แห่งความกตัญญู

อานิสงส์แห่งการรักษา ศีล 5 มีอะไรบ้าง

ตัวอย่างของ การทำทานด้วยเจตนาอันไม่บริสุทธิ์  ข้อคิดดี ๆ ที่ชาวพุทธควรรู้

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.