ไขมันหน้าท้อง

ไขมันหน้าท้อง อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ใครชอบกินของทอด ของมัน ของหวานๆ แบบหยุดไม่อยู่ บอกเลยต้องระวัง ไขมันหน้าท้อง เพราะไม่ว่าจะอ้วน หรือผอม เจ้าไขมันในช่องท้องก็มีกันได้ และไม่ใช่แค่พุงป่องๆ หรอกนะที่จะยื่นออกมา แต่การมีไขมันหน้าท้องคือ สัญญาณอันตรายว่า โรคอื่นๆ กำลังตามมา

หากพูดถึงไขมันส่วนเกิน คงไม่ใช่แค่สาวๆ เท่านั้นที่อยากขจัดออกจากร่างกาย เพราะไขมันที่อันตรายที่สุดก็คือ Visceral Fat ภาวะไขมันในช่องท้อง เพราะถ้าเรากำลังใช้ชีวิตเต็มที่กับการกิน โดยเฉพาะอาหารจำพวก แป้ง ไขมัน น้ำตาล นอกจากจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวแล้ว ยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา เช่น ภาวะไขมันพอกตับ ไขมันในหลอดเลือด ฯลฯ

ว่าแล้ว มาทำความรู้จักกับ Visceral Fat ภาวะไขมันในช่องท้อง มหันตภัยร้ายที่สามารถป้องกันได้ดีกว่า

Visceral Fat (ภาวะไขมันในช่องท้อง)

เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีการรับและสะสมสารอาหารประเภทไขมันเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่สามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวัน ได้แก่ อาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต น้ำตาลที่ได้รับมากเกินก็จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน ไม่ใช่เฉพาะไขมัน และเข้าไปเกาะติดอยู่ภายในอวัยวะต่างๆ รวมถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วย เมื่อนานวันมากขึ้น ไขมันชนิดนี้ก็จะมีความแข็งตัวมากยิ่งขึ้น และจะดันให้หน้าท้องของเราให้ยื่นออกมาจนเห็นได้ชัดเจน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในช่องท้อง นอกจากการรับประทานอาหารที่มากเกินไปแล้วอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการไม่ชอบออกกำลังกาย ไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย และยังพบว่าบางครั้งคนที่ทานน้อยแล้วก็ยังมีโอกาสพบภาวะไขมันในช่องท้องได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะหมดไปเพียงแค่เราหันมาดูแลสุขภาพ โดยมีเคล็ดลับลดไขมันด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

           1. เพิ่มการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 3-5วัน/สัปดาห์ เช่น การวิ่งจ็อกกิ่ง เดินเร็วโดยให้มีเหงื่อออกหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือง่ายๆ คือขณะออกกำลังกายพูดเป็นประโยคได้ยากขึ้น

           2. ออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ โดยฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งน้ำหนักที่ใช้ควรให้สามารถยกได้ประมาณ 12-15 ครั้ง

           3.ควบคุมอาหาร เพื่อเป็นการจำกัดพลังงานไม่ให้มีการสะสมเพิ่มเติมและในผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องควรจำกัดการบริโภคไขมันและอาหารที่ให้พลังงานสูง

กินไข่ลดไขมันหน้าท้อง

ไม่ว่าใครก็อยากมีหน้าท้องที่แบนราบ เพื่อสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่สวย วันนี้เรามีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับสารอาหารในไข่ ที่จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบ แถมยังลดไขมันหน้าท้องได้อีกด้วย

ไข่ ช่วยให้อิ่มท้อง

ศัตรูตัวฉกาจของหุ่นสวยก็คือการกินอาหารมากเกินความต้องการ (กินเยอะ กินจุ) โปรตีนในอาหารช่วยให้คุณอิ่มนานขึ้น การกินไข่ที่อุดมไปด้วยโปรตีนจึงช่วยป้องกันไม่ให้เราหิวโหยบ่อยๆ จนกินมากเกิน นอกจากการกินไข่เป็นมื้อเช้าแล้ว หากอยากกินไข่ในมื้ออื่นก็ทำได้เช่นกัน แต่จัดสรรปริมาณให้พอเหมาะ

มื้ออาหารอยากจะแนะนำ เช่น ไข่ต้มกับผักหลากสีสันที่มากด้วยใยอาหาร จะช่วยให้คุณอิ่มนานและไม่ทำให้เราไปหยิบเอาของกินจุบจิบขึ้นมากินได้ ยิ่งไปกว่านั้น โปรตีนและไขมันที่มีอยู่รวมกันในไข่ช่วยลดระดับฮอร์โมนที่จะส่งสัญญาณความรู้สึกหิว และเพิ่มความรู้สึกอิ่มนานขึ้น โปรตีนในไข่ยังช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนกลูคากอน ที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายนำคาร์โบไฮเดรตและไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานอีกด้วย

เป็นโปรตีนลีน

คงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “กินอะไรก็ได้อย่างนั้น” ใช่ไหม โปรตีนลีนสร้างกล้ามเนื้อลีนที่ช่วยเผาผลาญไขมัน และในไข่จะมีโปรตีนประมาณ 7 กรัม และไขมัน 5 กรัม  ในความเป็นจริงแม้ 60 เปอร์เซ็นต์ของไข่จะเป็นไขมัน แต่ก็ยังมีแคลอรีไม่มาก ลีนโปรตีนให้พลังงานเพียง 70 แคลอรีเท่านั้น แต่กลับได้วิตามินและแร่ธาตุในไข่แถมมามากมาย

ในขณะที่ไข่ขาวจะมีโปรตีนประมาณ 58 เปอร์เซ็นต์ (3.5 กรัม ในไข่ 1 ฟอง) ที่เหลือจะเป็นโปรตีน วิตามิน (เช่น วิตามินดี) และแร่ธาตุ (เช่น ธาตุเหล็ก) จะพบได้ในไข่แดง ดังนั้น การกินไข่ทั้งฟองจึงช่วยให้ได้รับสารอาหารมากมาย ได้รับโปรตีนที่มีคุณภาพ

ข้อมูลจาก งานสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล / นิตยสารชีวจิต

บทความอื่นที่น่าสนใจ

4 อาหารต้องงด หาก อยากลดหน้าท้อง และพุงย้วยๆ

อยาก ลดน้ำตาล ควรเริ่มจากอะไร เรามีคำตอบมาให้

6 อาหาร ที่ถึงยังไงก็มี ไขมันทรานส์ อยู่ดี

© COPYRIGHT 2024 Amarin Corporations Public Company Limited.