นอนน้อยลงแค่ 30 นาทีเสี่ยงอ้วน/เบาหวาน

นักวิจัยพบว่า การนอนน้อยลงแค่ 30 นาทีต่อวันอาจจะทำให้เกิดผลเสียระยะยาวต่อร่างกาย โดยเฉพาะน้ำหนักตัวและกระบวนการเมตาบอลิซึม

ที่งานประชุมประจำปีของ Endocrine Society ที่ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา นักวิจัยจากกาตาร์ได้นำเสนอผลเสียของการนอนน้อยลงต่อร่างกาย

“งานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ว่า การนอนน้อยนั้นเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนและโรคเบาหวาน เราพบว่า การนอนน้อยลงเพียงแค่ 30 นาทีต่อวันนั้นอาจจะส่งผลเสียอย่างมหันต์ต่อโรคอ้วนและการยับยั้งฮอร์โมน อินซูลินในเวลาต่อมาได้” ศาสตราจารย์ ดร.ชาห์ราด ตาเฮริ แห่งโรงเรียนแพทย์ Weill Cornell กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์เผย

“ซึ่งก็สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ว่า การนอนน้อยเป็นเรื่องที่เสพติดได้ และมีผลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึม”

ปัจจุบัน คนเราต้องทำงานและรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการอดนอนในช่วงวันธรรมดาและนอนชดเชยในช่วงวันหยุด แต่การนอนน้อยในช่วงวันธรรมดานั้นอาจส่งผลเสียต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมใน ระยะยาว และอาจทำให้เกิดโรคเบาหวานประเภท 2 ตามมา

“การอดนอนนั้นเริ่มเป็นสิ่งที่พบได้ปกติในสังคมสมัยใหม่ แต่เราเพิ่งจะมาพบในช่วงสิบปีให้หลังนี้เองว่ามันมีผลต่อกระบวนการเมตาบอลิ ซึม การค้นพบของเราบอกว่า การหลีกเลี่ยงการอดนอนจะมีผลดีต่อรอบเอวและกระบวนการเมตาบอลิซึม และการนอนปกตินั้นจะช่วยลดน้ำหนักและห่างไกลจากโลกเบาหวาน” ศาสตราจารย์ตาเฮริเผย

ศาสตราจารย์ตาเฮริและทีมวิจัยได้รวบรวมอาสาสมัคร 522 รายที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 จากการตรวจปัสสาวะ จากนั้นได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มอย่างสุ่ม คือ กลุ่มที่ดูแลปกติ กลุ่มที่จะแทรกแซงกิจกรรม และกลุ่มที่จะแทรกแซงทั้งกิจกรรมและอาหาร

ผู้เข้าร่วมการทดลองจะต้องเขียนบันทึกชีวิตประจำวันเป็นเวลา 7 วันและคำนวณเวลานอนในแต่ละวัน นักวิจัยได้บันทึกความสูงและน้ำหนักเพื่อบ่งบอกสภาพของความอ้วนเอาไว้ด้วย โดยได้วัดรอบเอวเพื่อระบุระดับไขมันส่วนกลางของร่างกาย และวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดแบบเร็วเพื่อดูการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลิน

นักวิจัยพบว่า คนที่นอนน้อย คืออดนอนในช่วงวันธรรมดานั้นมีโอกาสจะเป็นโรคอ้วนมากกว่าคนปกติถึง 72 เปอร์เซ็นต์ และการนอนน้อยในวันธรรมดาเป็นประจำเป็นเวลา 6 เดือนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับโรคอ้วนและการต่อต้านฮอร์โมนอินซูลินอย่างมาก

ในช่วง 12 เดือนนั้น คนที่นอนน้อยลง 30 นาทีในวันธรรมดานั้น มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 17 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงที่จะไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินเพิ่มขึ้น 39 เปอร์เซ็นต์

นักวิจัยแนะนำว่า อาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อดูพัฒนาการและกระบวนการเมตาบอลิซึมจากทุก ปัจจัยที่อาจจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการเผาผลาญเพื่อพลังงานในร่างกายนี้ ในอนาคต นักวิจัยเชื่อว่า การนอนที่ดีและการมีความรู้น่าจะช่วยให้โรคทางเมตาบอลิซึมเกิดน้อยลงได้

credit: vcharkarn.com, dailymail.co.uk

ภาพประกอบโดย : pixabay.com

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.