แอนโทไซยานิน…แอนติออกซิแดนท์จากธรรมชาติ

แอนโทไซยานินแอนติออกซิแดนท์ธรรมชาติ ฟิตภูมิคุ้มกัน ช่วยแข็งแรงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทำให้ปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เช่น การเลือกกินอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอย่าง แอนโทไซยานิน

หากพูดถึง “สารแอนโทไซยานิน” หลายคนคงนึกถึงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่อุดมไปด้วยสารอาหารชนิดนี้ แต่ผลเบอร์รี่ต่างๆ จะปลูกได้ดีในภูมิอากาศเย็น ส่วนใหญ่จึงเป็นสินค้านำเข้า ทำให้มีราคาสูงและหากินได้ยากในประเทศไทย ดังนั้น จะดีแค่ไหนถ้าเราสามารถได้รับสารแอนโทไซยานินจากอาหารที่มีในท้องถิ่น ที่หากินง่าย

แต่ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับอาหารในท้องถิ่นที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เราอยากชวนคุณมาค้นหาคุณประโยชน์ของแอนโทไซยานินให้ชัดเจนกันเสียก่อนค่ะ

ทำความรู้จักแอนโทไซยานิน

จากหนังสือ วิตามินไบเบิล แปลโดย แพทย์หญิงธิดากานต์รุจิพัฒนกุล สำนัก-พิมพ์อมรินทร์สุขภาพ ระบุว่า ฟลาโวนอยด์(Flavonoid) เป็นสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ พบในเม็ดสีชนิดละลายน้ำของผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ใบไม้ และเปลือกไม้ ฟลาโวนอยด์มีอยู่มากมายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีความเข้มข้นที่แตกต่างกันไป

มีการศึกษาหลายฉบับพบว่า ฟลาโวนอยด์ บางชนิดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระเหนือกว่าวิตามินซีหรืออีถึง 50 เท่า และฟลาโวนอยด์ในองุ่นแดงมีความสามารถในการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันแอลดีแอล ซึ่งสัมพันธ์กับการอุดตันของเส้นเลือดแดงและการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมากกว่าวิตามินอีถึงกว่า 1,000 เท่า

หนึ่งในสารที่อยู่ในกลุ่มของฟลาโวนอยด์คือ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) มีลักษณะเป็นสารสีที่สามารถให้สีแดง ม่วง และน้ำเงินตามธรรมชาติ สารสกัดแอนโทไซยานินมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อระบบการทำงานของร่างกาย เช่น ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ด้วยการยับยั้งไม่ให้เลือดจับตัวเป็นก้อน ชะลอความเสื่อมของดวงตา ช่วยยับยั้งจุลินทรีย์ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษนั่นเอง

5 อาหาร อุดมด้วยแอนโทไซยานิน

การสร้างอนุมูลอิสระในร่างกายเป็นปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ควบคุมไม่ได้ แต่กลับสามารถทำลายเซลล์และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ด้วยเหตุนี้ การกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงมีความจำเป็นต่อร่างกายและยิ่งเราเริ่มรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเร็วเท่าใด ก็ยิ่งส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวมากขึ้น

แอ๊ปเปิ้ลแดง

ในหนังสือ มหัศจรรย์อาหารต้านโรค จัดพิมพ์โดยรีดเดอร์สไดเจสท์ แอ๊ปเปิ้ลสีแดงถูกจัดอยู่ในผลไม้ที่สามารถต้านโรคภูมิแพ้และหอบหืด อ้างอิงจากผลการศึกษาฉบับหนึ่งรายงานว่า การกินแอ๊ปเปิ้ลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 ผล ช่วยทำให้ปอดแข็งแรงขึ้น และปอดของผู้ที่กินแอ๊ปเปิ้ลวันละเกือบหนึ่งผล ทำงานได้แข็งแรงกว่าคนที่ไม่กินแอ๊ปเปิ้ลเลย

ทับทิม

สีแดงของผลทับทิมเป็นผลมาจากปริมาณสารแอนโทไซยานินที่อยู่ในนั้น ทับทิมเป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดี และยังมีวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ

 องุ่นม่วง

ในองุ่นม่วงประกอบด้วยใยอาหารมากมายซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง สารเม็ดสีในองุ่นม่วงปริมาณ 100 กรัม มีสารแอนโทไซยานินประมาณ 192 กรัม สามารถต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งมีกรดเอลลาจิกที่สามารถจับและทำลายพิษของสารก่อมะเร็ง

 มะเขือม่วง

มะเขือม่วงเป็นพืชดั้งเดิมของประเทศอินเดีย ปลูกง่าย การดูแลรักษาไม่ยุ่งยาก ให้ผลผลิตได้นาน โรคและแมลงศัตรูเข้าทำลายน้อย ทนแล้ง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี มีลักษณะทรงกลมรี รูปไข่ทรงรี หรือกลมแป้นแล้วแต่สายพันธุ์ มีผิวเปลือกเรียบเป็นมันผลมีสีม่วง เนื้อนุ่มฉ่ำน้ำ มีรสชาติหวานปนขื่น มีเมล็ดแบนกลมเล็กๆ จำนวนมากอยู่ข้างในเนื้อ

ข้าวสีม่วงเข้ม

มีลักษณะเป็นข้าวที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดเป็นสีม่วงเข้มไปจนถึงระดับสีม่วงดำ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้มีชื่อเรียกทั่วไปว่า “ข้าวดำ” ซึ่งสีม่วงที่ตามองเห็นนั้นคือ สารแอนโทไซยานิน และยังพบในส่วนต่างๆ ของพืชด้วย เช่น ลำต้น ใบ และเปลือก โดยขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์ข้าว นอกจากสารแอนโทไซยานินแล้ว ในข้าวสีม่วงเข้มยังมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มอื่นอีก เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินอี แกรมม่า-โอไรซานอล เป็นต้น

แอนโทไซยานินดีต่อสุขภาพอย่างไร

หนังสือ กินดีเพื่ออยู่ดี แปลโดย คทายุธ ระบุว่า สารแอนติ-ออกซิแดนต์มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดออกซิเดชัน หรือกระบวนการที่ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยากับสารใดๆ ในร่างกายและก่อให้เกิดผลกระทบกับเซลล์ต่างๆ เชื่อกันว่าสารแอนติออกซิแดนต์นี้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มนุษย์อายุยืนขึ้น ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ โรคปอด ช่วยลดการก่อตัวของสารก่อมะเร็ง โดยจะไปขัดขวางกระบวนการทำลายล้างที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

สำหรับแอนโทไซยานินในข้าวสีม่วงเข้ม ให้คุณประโยชน์หลักๆ 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ชะลอวัยและความงาม ป้องกันสิ่งแปลกปลอมและลดความเสี่ยงในการเกิดโรค ซึ่งจะช่วยในการทำงานของระบบใดในร่างกายบ้าง มาดูกันค่ะ

1. ช่วยในการทำงานของสมอง

จากที่ได้กล่าวข้างต้นว่า เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้ช้าลง จึงจำเป็นต้องรับสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีการทดลองในเรื่องของความจำ โดย ดร.อรนุช ได้ยกตัวอย่างงานวิจัยให้เราฟังว่า

“งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการประเมินความจำและการรู้คิดของหนูทดลองที่มีภาวะสมองเสื่อมจากโปรตีนเบต้า-อะไมลอยด์ (Beta-amyloid) โดยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มควบคุมกับกลุ่มที่ให้กินสารสกัดแอนโทไซยานินจากข้าวดำเป็นเวลา 14 วัน พบว่า สารสกัดแอนโทไซยานินช่วยให้สมองของหนูทดลองมีการฟื้นฟู โดยมีสภาพความจำและการรู้คิดดีกว่าหนูกลุ่มที่ไม่ได้กินสารสกัด และยังช่วยลดปริมาณอนุมูลอิสระในสมอง”

2. บำรุงผิวพรรณ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารแอนติออกซิแดนต์จะช่วยชะลอปฏิกิริยาจากอนุมูลอิสระ มีผลช่วยให้แก่ช้าลง และป้องกันหรือชะลออาการผิวตกกระ ซึ่งเป็นอาการที่บ่งบอกถึงความชราอย่างหนึ่ง

3. ต้านการอักเสบ

การอักเสบ คือการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก เช่น การติดเชื้อและการระคายเคือง จากงานวิจัยที่แยกเซลล์ม้ามของหนูทดลองที่มีอาการอักเสบมาทดสอบกับสารสกัดแอนโทไซยานินจากข้าวดำ พบว่าหนูทดลองกลุ่มที่ได้รับสารสกัดแอนโทไซยานินมีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเพิ่มขึ้น และมีปริมาณสารก่อการอักเสบลดลงเมื่อเทียบกับหนูทดลองกลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัด

4. ปกป้องดวงตา

แอนโทไซยานินเป็นสารสำคัญเพื่อการดูแลดวงตา เพราะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงเมื่อเทียบกับผักและผลไม้อื่นๆ ออกฤทธิ์โดยตรงต่อดวงตา โดยปริมาณของแอนโทไซยานินจะสัมพันธ์กับสีม่วงแดง ยิ่งพืชที่มีสีม่วงแดงไปจนถึงน้ำเงินเข้ม ยิ่งแสดงว่ามีปริมาณแอนโทไซยานินอยู่สูง

5. ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง

เนื่องจากสารแอนโทไซยานินมีสารต้านอนุมูล-อิสระสูง จึงสามารถกำจัดสารที่เป็นตัวก่อมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม และช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะสารสกัดแอนโทไซยานินจากข้าวดำมีฤทธิ์ทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งและยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งที่พบในคน

6. ควบคุมน้ำตาลในเลือด

แอนโทไซยานินช่วยชะลอการย่อยน้ำตาลที่อยู่ในลำไส้เล็ก จึงไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว และยังช่วยลดปริมาณไขมันในเลือด สามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น

7. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

มีการวิจัยพบว่า แอนโทไซยานินมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและอีถึง 2 เท่า ฉะนั้นการกินอาหารที่มีแอนโทไซยานิน เช่น รำข้าวจากข้าวสีเข้ม น้ำมันดอกคำฝอย พืชผักสีม่วง ฯลฯ สามารถป้องกันอันตรายจากสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ โดยทำหน้าที่ขัดขวางการก่อตัวของสารเหล่านั้น

ทั้งนี้การดูแลสุขภาพให้มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บจึงเป็นจุดเล็กที่สามารถปฏิบัติได้ด้วยการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์โดยเริ่มสะสมสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีในวัยเกษียณนะคะ

ขอขอบคุณ

Antho-Plus+ Organic Rice Drink

แอนโทพลัส เครื่องดื่มชงร้อนจากข้าวอินทรีย์ ผสมแอนโทไซยานินจากข้าวสีเข้ม

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ลดความอ้วน ไม่ใช้ยา ทำตามด่วน แค่คุม 2 อย่าง

ป้องกันโรคเกาต์ ด้วยเทคนิคการกิน

ล้างมือ ยิ่งทำบ่อย ยิ่งช่วยหยุดยั้งเชื้อโรค

 

 

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.