เมนูช่วย คุมน้ำตาลในเลือด ความอร่อยจากใบบัวบก ลูกเดือย
ทุกมื้ออาหาร เราสามารถเลือกวัตถุดิบที่เพิ่มความอร่อยและมีสรรพคุณเป็นยาป้องกันและรักษาโรคได้ เช่นเดียวกับ ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากปรับเปลี่ยนวิธีกิน เลือกวัตถุดิบที่มีประโยชน์ ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถ คุมน้ำตาลในเลือด ให้เป็นปกติได้
วันนี้เลือกผักและธัญพืชที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดมาฝากกัน ดังนี้

ใบบัวบก
ใบบัวบกเป็นไม้ลุ้มลุก ใบกลม ขอบใบหยัก สีเขียวอ่อน คนไทยนิยมกินสด เคียงน้ำพริก ใส่ในยำ หรือเป็นผักในแกง
ใบบัวบกมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง ใบบัวบก 1 ขีด ประมาณ 3 กำมือ มีวิตามินบี 1 หรือไทอามีน 0.24 มิลลิกรัม ซึ่งมีสูงกว่าผักกะเฉด กะหล่ำปลี ซึ่งวิตามินบี1 ส่งผลดีต่อระบบประสาทและสมอง
บัวบวก 100 กรัม ให้พลังงาน 44 กิโลแคลอรี โปรตีน 1.8 กรัม ไขมัน 0.9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 7.1 กรัม ใยอาหาร 2.6 กรัม แคลเซียม 146 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม เหล็ก 3.9 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 1,243 ไมโครกรัม วิตามินเอ 207 ไมโครกรัม
ใบบัวบกไม่ได้มีไว้แก้ช้ำในอย่างเดียว คุณค่าสารอาหารอื่น ๆ มีอีกมากมายตามตำราแพทย์แผนโบราณ เรานิยมนำใบและก้านใบนำมาต้มกับน้ำ หรือนำมาตำให้ละเอียดแล้วต้มกับน้ำกรองเอากากออก ใส่น้ำตาลทรายเล็กน้อย เกลือป่นเล็กน้อย เทในแก้วใส่น้ำแข็ง จิบเพิ่มความชุ่มคอ มีสรรพคุณเป็นยาเย็น แก้ร้อนใน ไล่ความร้อน ลดไข้ แก้ปวดหัว
เนื่องจากใบบกมีธาตุเหล็กอยู่มาก มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันโลหิตจาง ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
วิธีเลือก
ควรเลือกใบสีเขียวสด ไม่มีรอยช้ำ จุดด่างดำ ใบต้องสมบูรณ์ ไม่ฉีกขาด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่มีกลิ่นฉุนหรือเหม็นเขียว
วิธีปรุง
นอกจากนำมาเป็นส่วนผสมในเมนูกับข้าวแล้ว ใบบัวบกยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม
น้ำใบบัวบก
ส่วนผสม ใบบัวบก 1 ถ้วยน้ำต้มสุก 1 ถ้วยน้ำเชื่อม 1 ช้อนชา
วิธีทำ ซอยใบบัวบกเป็นเส้นเล็ก จากนั้นนำปั่นกับน้ำตุ้มสุกให้เข้ากัน กรองเอาแต่น้ำ เติมน้ำเชื่อมและน้ำแข็งลงไป

ลูกเดือย
ชาวจีนกินลูกเดือยเพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงร่างกายได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทางการแพทย์แผนจีนจัดให้ลูกเดือยเป็นพืชมีฤทธิ์เย็น ช่วยบำรุงกำลัง บำรุงปอด ม้าม ตับ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น ลดการเกิดกระ จุดด่างดำ แก้ปัญหาทางเดินหายใจ ตลอดจนไข้ข้อกระดูกต่างๆ โรคเหน็บชา แก้ร้อนในกระหายน้ำ ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็ง เพราะมีสารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ซึ่งมีสรรพคุณยับยั้งการเกิดเนื้องอก และมีฟอสฟอรัสที่ช่วยบำรุงกระดูก มีวิตามเอช่วยบำรุงสายตา วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 รวมถึงซิลิกอน (Silicon) ช่วยบำรุงผมให้ดกดำ
นอกจากนี้ ลูกเดือยมีใยอาหารสูง จึงดีสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือผู้ป่วยเบาหวาน
วิธีเลือก
ควรเลือกลูกเดือยเม็ดขนาดปานกลาง เม็ดขนาดเท่าๆกัน ไม่แตก สีขาวนวล ไม่มีผงหรือฝุ่น หากดมกลิ่นได้ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ถ้ามีกลิ่นเหม็นหื่นแสดงว่า เป็นลูกเดือยเก่าที่เก็บไว้นานแล้ว
วิธีปรุง
ลูกเดือยนำมาต้มเพื่อนำไปใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายทั้งหวานและคาว เช่น
ไข่ตุ๋นลูกเดือยกับมิโซะ
ส่วนผสม ไข่ไก่ 2 ฟอง แปะก๋วยหั่นครึ่งตามยาว 2 ช้อนโต๊ะ ข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ ลูกเดือยต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ ปูอัด 2 ช้อนโต๊ะ มิโซะ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายไม่ขัดสี ¼ ช้อนชา พริกไทยป่น ¼ ช้อนชา น้ำสต๊อกผัก ½ ถ้วย
วิธีทำ
- ตั้งน้ำสต๊อกผักให้ร้อน ปิดเตา แบ่งมา ¼ ถ้วย นำไปผสมกับมิโซะ คนให้ละลาย พักไว้ น้ำสต๊อกที่เหลือตั้งทิ้งไว้ให้เย็น
- ตีไข่ให้เข้ากัน ใส่น้ำตาล พริกไทย มิโซะที่ละลายน้ำไว้ และน้ำสต๊อก คนให้เนียน กรองผ่านกระชอน ใส่แปะก๊วย ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย และปูอัดลงก้นชาม เทไข่ที่ผสมลงไป นำไปนึ่งด้วยไฟกลางค่อนข้างอ่อนนาน 12-15 นาที หรือจนสุกดี ยกจากเตา โรยปูอัด ต้นหอม พร้อมเสิร์ฟ
บทความอื่นที่น่าสนใจ
ชีวจิตชวนทำกิน แฮมเบอร์เกอร์สเต๊ก อร่อย ไม่อ้วน
“ผักชายา” ต้นผงชูรสของคนรักสุขภาพ
10 สูตรน้ำผักผลไม้ เสริมให้สุขภาพดวงตาดี สวย ชะลอความเสื่อม
ติดตามชีวจิตได้ที่