ฟาราห์ นอช

แสงแฟลชแห่งสันติภาพของ ฟาราห์ นอช ช่างภาพสงครามชื่อดัง

“เธอ” เกิดในนามความเจริญเสรี
โลกของเธอมีเสียงดอกไม้บาน
แต่หัวใจของเธอได้ยินเสียงร่ำเรียกขาน
ณ อีกซีกโลกไม่เคยมีดอกไม้บาน…
มีเพียงเสียงแห่งความทุกข์ทรมานที่เธอไม่อาจทนฟังอย่างดูดาย

ฟาราห์ นอช

ขอมอบบทกวีนี้แด่ ฟาราห์ นอช (Farah Nosh) ช่างภาพสารคดีที่มีดีทั้งชั้นเชิงการถ่ายภาพและวิธีการเลือกนําเสนอข้อมูล

แม้จะถือสัญชาติแคนาดา แต่นอชมีเชื้อสายอิรักด้วยเช่นกัน นอชเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาภูมิศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย จากนั้นเธอศึกษาต่อด้านการถ่ายภาพจากสถาบัน Western Academy of Photography นอชได้รับรางวัลภาพสื่อดีเด่นหลายรางวัลด้วยกัน ผลงานการันตีความสามารถอันมีอยู่มากมาย ทําให้นอชมีโอกาสได้ทํางานที่มั่นคงและมีอนาคตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ

แต่ท่ามกลางบรรยากาศของความสําเร็จ คล้ายกับว่านอชได้ยินเสียงที่ไม่น่าปรารถนาดังมาจากดินแดนแสนไกล…เสียงคาร์บอมบ์ที่อิรัก…เสียงระเบิดพลีชีพที่เลบานอน…เสียงกองกําลังไม่ทราบฝ่ายถล่มฉนวนกาซา…เสียงปืนกลที่ทําเอาอัฟกานิสถานระส่ำระสาย

ช่างภาพฝีมือดีอย่างนอชจะนิ่งดูดายได้อย่างไร

ฟาราห์ นอช

 

สามเดือนหลังจากจบการศึกษา นอชแบกกระเป๋าเดินทางตรงไปยังใจกลางกรุงแบกแดด ด้วยหวังว่าแสงแฟลชจากกล้องคู่ใจของเธอจะช่วยให้จิตใจของผู้คนที่มืดบอดเพราะสงครามสว่างขึ้นมาบ้าง

ภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการนําโดยนายซัดดัม ฮุสเซ็น ผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ปกครองที่โหดร้าย รุนแรง และไร้เหตุผลที่สุด นอชเป็นหนึ่งในบรรดาช่างภาพเพียงไม่กี่คนที่ทํางานอยู่ที่นั่นในฐานะช่างภาพอิสระชาวตะวันตกเป็นเวลานานเกือบหนึ่งปี แม้จะเก็บภาพได้เพียงพอแล้ว แต่ทว่านอชก็ยังเดินทางกลับไปที่นั่นบ่อยครั้ง

ตราบใดที่ยังไม่มีความสุขสงบ ตราบนั้นภารกิจของช่างภาพลูกครึ่งอิรัก-แคนาดาคนนี้ก็ยังไม่จบสิ้น

ฟาราห์ นอช

จริง ๆ แล้วนอชไม่เคยพบญาติพี่น้องชาวอิรักของเธอมาก่อน กระทั่งเกิดการสู้รบระหว่างอิรักและกองทัพอเมริกาในปี 2003 นอชจึงตัดสินใจทิ้งงานหนังสือพิมพ์ที่กําลังไปได้สวยเพื่อไปทํางานภายใต้การคุมเข้มของทางการอิรัก เธอใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในบ้านหลังเล็กทางตะวันตกของกรุงแบกแดด เพื่อเก็บภาพผู้บาดเจ็บจากการสู้รบโจมตี ฝุ่นควันและสะเก็ดระเบิดที่เกิดจากการห้ำหั่นทําลายล้าง

ไม่เพียงเท่านั้น ช่างภาพสาวคนนี้ยังเข้าไปทํางานในดินแดนที่มีปัญหาสู้รบแทบทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเลบานอน เขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และซีเรีย

ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่นอชต้องทํางานเสี่ยงชีวิตในดินแดนอันตรายเหล่านี้ ก็เพื่อต้องการตีแผ่ความโหดร้ายของสงครามให้ผู้คนในทุกมุมโลกได้เห็น ได้รับรู้ และได้เข้าใจ

ภาพถ่ายของนอชได้รับความสนใจจากสังคมโลกเป็นอย่างมาก หลายต่อหลายภาพได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารระดับโลกอย่าง TIME, The New York Times และ American Photo

ภาพที่นอชถ่ายสื่อลึกถึงอารมณ์ความรู้สึก บอกเล่าเรื่องราวแทนถ้อยคํานับร้อยนับพัน นัยน์ตาของชาวอิรัก ชาวเลบานอน ชาวอัฟกานิสถานแต่ละคนที่เธอบันทึกภาพมานั้น แม้จะมีสีสันแตกต่าง บ้างเป็นสีฟ้าน้ำทะเล บ้างเป็นสีดํา บ้างเป็นสีน้ำตาล แต่ทว่านัยน์ตาแต่ละคู่สามารถสื่ออารมณ์ที่บาดเจ็บจากสงครามได้บาดลึกไม่แพ้กัน

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ในยามที่เจ็บปวดรวดร้าว ดวงตาไม่ว่าสีใดก็สื่อความรันทดท้อออกมาได้ร้าวลึกไม่ต่างกัน

อาจจะเป็นภาพใดภาพหนึ่งหรือทุก ๆ ภาพของช่างภาพผู้ทุ่มเทเพื่อเพื่อนมนุษย์อย่างฟาราห์ นอช ที่บอกแก่ผู้คนบนโลกเช่นนี้

 

ที่มา  นิตยสาร Secret

เรื่อง  Isaraporn_B

ภาพ  www.farahnosh.com, Obakki Foundation, UBC Graduate School of Journalism – University of British Columbia, @farahnoshphotographs

Secret Magazine (Thailand)


บทความน่าสนใจ

ท่านติช นัท ฮันห์ ชีวิตเพื่อสันติภาพ

จากทาสกามไอเอส และคุณหมอเยียวยาเหยื่อถูกข่มขืน สู่ รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ

จอห์น เลนนอน…สันติภาพและคราบน้ำตา

มาร์ตติ อาห์ติซารี พ่อผู้ให้สันติภาพแก่โลก

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.