เช็กสัญญาณอันตรายจาก ประจำเดือนผิดปกติ ก่อโรคร้าย อันตรายถึงชีวิต

เช็กสัญญาณอันตรายจาก ประจำเดือนผิดปกติ ก่อโรคร้าย อันตรายถึงชีวิต

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เตือน 8 สัญญาณอันตรายของ ประจำเดือนผิดปกติ ทำให้เกิดโรคร้าย และเป็นอันตรายถึงชีวิต หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผู้หญิงเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ อายุเฉลี่ยของการมีประจำเดือนครั้งแรกอยู่ที่ 12 ปี 7 เดือน ซึ่งเลือดประจำเดือนเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกประกอบด้วย ฮอร์โมน 2 ชนิด ได้แก่ เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการตกไข่ โดยแต่ละรอบเดือนเฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีอาการปวดท้องน้อย ในช่วงเวลา 8 – 48 ชั่วโมง หลังมีประจำเดือน เนื่องจากร่างกายมีการหลั่งสารเคมี ทำให้เกิดการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก และหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูกมีการหดเกร็ง ร่วมกับอาการปวดเมื่อยหลัง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเหลว ปวดศีรษะ เจ็บหน้าอก นอกจากนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรม เช่น หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ซึ่งอาการดังกล่าวจะลดลงหรือหายไปเมื่อประจำเดือนหมด

นายแพทย์สุกรม ชีเจริญ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้หญิงบางรายที่มีประจำเดือนผิดปกติ อาจมองข้ามโดยคิดว่าไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต  ซึ่งสามารถสังเกตร่างกายตัวเองได้จาก 8 สัญญาณเตือนอันตราย ได้แก่

1.รอบเดือนมาผิดปกติ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หรือผู้หญิงบางรายใช้ยาคุมกำเนิด จึงส่งผลให้รอบเดือนขาด รังไข่ทำงานผิดปกติ สิวขึ้น อารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรง

2.ระบบขับถ่ายผิดปกติ รู้สึกปวดที่ท้องน้อยในขณะปัสสาวะ ท้องเสียในช่วงมีประจำเดือน

3.ปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ร่วมกับอาการปวดหลัง หรือปวดท้องขณะมีเพศสัมพันธ์ สาเหตุอาจเกิดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือเนื้องอกในมดลูก

4.ประจำเดือนมามากกว่า 7 วันขึ้นไปอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ เช่น มีเนื้องอกในมดลูก มดลูกอักเสบ เป็นต้น

5.ปวดหลังส่วนล่างอย่างรุนแรง สาเหตุมาจากสารโพรสตาแกลนดิน ทำให้มดลูกบีบตัวมากและยังขัดขวางการไหลเวียนของออกซิเจนในกล้ามเนื้อรอบมดลูก

6.ลิ่มเลือดประจำเดือนมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอกในมดลูก

7.มีหยดเลือดออกมาในช่วงที่ไม่มีประจำเดือนอาจเป็นผลมาจากการใช้ยาคุมกำเนิด เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โรคไทรอยด์ หรือภาวะท้องนอกมดลูก

8.ประจำเดือนมีกลิ่นเหม็นมากกว่าปกติ เกิดจากการติดเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอด ทำให้มดลูกอักเสบได้

หากพบอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาก่อนที่จะลุกลามเป็นอันตรายถึงชีวิต

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมการแพทย์

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ประจำเดือนมาน้อย แก้ได้ด้วยอาหารชีวจิต ปรับสมดุลฮอร์โมน

เคล็ดลับง่ายๆ ดูแลสุขภาพลำไส้ ช่วยห่างไกลจาก โรคมะเร็งลำไส้

ลดความเครียด แบบนักจิตวิทยาได้ด้วยวิธีง่ายๆ ที่คุณอาจมองข้าม

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.