กล้วยต้ม ของว่างลดน้ำหนัก คุมความดัน 

กล้วยต้ม ของว่างไทยๆ ช่วยลดน้ำหนัก คุมความดัน

กล้วย เป็นผลไม้ที่มักถูกแนะนำเป็นเมนูลดน้ำหนักค่ะ แต่นอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว ก็ยังให้คุณค่างทางสารอาหารอื่นๆ อีกมากมาย แล้วยังมักเป็นผลไม้ที่ถูกนำมาขนมอร่อยๆ อีกด้วย ซึ่งเมนู กล้วยต้ม ที่แนะนำวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขนมไทยที่มีกล้วยเป็นพระเอก และยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีเยี่ยมทีเดียว 

กล้วยสำหรับทำกล้วยต้ม

กล้วยที่นิยมนำมาทำ กล้วยต้ม คือ กล้วยน้ำว้าห่าม ค่ะ เห็นลูกเล็กๆ แบบนี้ถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าสุกให้แคลอรีสูงถึง 60 แคลอรีเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีน้ำตาลถึง 3 อย่างคือ ซูโครส ฟรุคโตส  และกลูโคส  ดังนั้นการกินเป็นกล้วยต้มที่เน้นใช้กล้วยน้ำว้าห่ามก็จะทำให้ได้รับน้ำตาลน้อยลงค่ะ 

ประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า

สำหรับประโยชน์ของกล้วยน้ำว้านั้นมีหลากหลายเลยทีเดียว เริ่มต้นด้วยมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก จึงช่วยต้าน และลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี

ช่วยในเรื่องการนอนหลับ เพราะในกล้วยน้ำว้ามีทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดที่ช่วยกระตุ้นการสร้างสารเซโรโทนิน ทำให้นอนหลับง่าย เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนค่ะ 

นอกจากเรื่องการนอนหลับแล้ว ทริปโตเฟน ในกล้วยน้ำหว้ายังช่วยให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และยังลดปัญหาการซึมเศร้า และยังเป็นหนึ่งในผลไม้ที่กรมสุขภาพจิตแนะนำให้กินเพื่อลดปัญหาซึมเศร้าด้วย 

ลดความดันโลหิตสูง โดยในกล้วยน้ำว้ามีโพแทสเซียมในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้ความดันอยู่ในระดับที่สมดุล

กล้วยต้ม

ลดน้ำหนัก กล้วยห่ามมีสรรพคุณในด้านการลดน้ำหนักอย่างมากเลยค่ะ เพราะว่าน้ำตาลต่ำกว่ากล้วยสุก และยังอุดมด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน ช่วยระบบขับถ่าย 

นอกจากนั้นในกล้วยน้ำว้าห่ามยังมี แป้งทนต่อการย่อยด้วยเอนไซม์  หรือที่เรียกว่า  Resistant Starch ซึ่งเป็นแป้งที่มีลักษณะเป็นเส้นสายยาว ที่ไม่ถูกย่อยในลำไส้เล็ก เมื่อไปถึงลำไส้ใหญ่ก็จะกลายเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ เมื่อย่อยช้าก็ทำให้ร่างกายได้รับปริมาณพลังงานจากอาหารน้อยกว่าปกติ จึงช่วยควบคุมน้ำหนัก ลดความเสี่ยงการเกินโรคหัวใจ เบาหวาน และสร้างความแข็งแรงให้กับเซลล์ผนังลำไส้ใหญ่อีกด้วย 

กล้วยน้ำว้าแคลเซียมสูง

อีกหนึ่งความลับของกล้วยน้ำว้าห่ามคือ เมื่อผ่านความร้อนจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมสูงกว่าปกติถึง 4 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งเกิดขึ้นทั้งกับกล้วยน้ำว้าต้ม และกล้วยน้ำว้าปิ้ง

โดยในกล้วยน้ำหว้ามีสารอาหารสำคัญที่ดีต่อกระดูกคือ แคลเซียม และโพแทสเซียม และเมื่อนำไปผ่านกระบวนความร้อนก็จะทำให้โครงสร้างและเส้นใยเกิดการเปลี่ยนแปลง และทำให้น้ำในตัวกล้วยลดลง ซึ่งจุดนี้เองทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมและโพแทสซียมได้ดีขึ้น (ไม่ได้เป็นเพราะกล้วยมีแร่ธาตุเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด) แต่ถึงอย่างนั้นก็มีสิ่งที่สูญเสียไปเช่ยเดียวกัน นั้นคือวิตามินหลายๆ ตัว เช่น วิตามินซี วิตามินบี ที่จะถูกทำลายเมื่อความร้อน

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการทานเมนูของว่างจากกล้วยห่ามให้ได้แคลเซียมเพิ่มขึ้นคือการทานคู่กับงาน แต่ต้องไม่ราดน้ำกะทิเยอะนะคะ ในกรณีที่ทานเป็นกล้วยปิ้ง ส่วนจะทานเป็นกล้วยต้มทางที่ดีไม่ควรจิ้มน้ำตาล

สูตรกล้วยต้ม

  1. ต้มกล้วยน้ำว้าห่ามทั้งเปลือกในน้ำเกลือ แต่ถ้าอยากเพิ่มความหอมก็ใส่ใบเตยลงไปต้มพร้อมๆ กัน 
  2. เมื่อเปลือกกล้วยเริ่มปริแยกก็ตักกล้วยออกมาแช่ในน้ำเย็นจัด 
  3. เมื่อกล้วยเย็นแล้วก็ปอกเปลือก พร้อมทานค่ะ แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความอร่อย ก็ทานคู่กับมะพร้าวขูดได้นะคะ 

เรื่องกล้วยๆ ที่ดีกับสุขภาพ

กล้วยกินตอนไหนดี

สำหรับเวลากินกล้วยนั้นสัมพันธ์กับระดับความสุกของกล้วยด้วย เนื่องจากระดับน้ำตาลของกล้วยเปลี่ยนแปลงไปตามความห่าม – สุก นั่นเอง

  • ตอนเช้า ควรเลือกเป็นกล้วยหอม หรือกล้วยน้ำว้าสุก ที่อุดมด้วยกากใย ช่วยในการดูดซึมสารอาหาร รวมถึงช่วยขัดล้างลำไส้ ดีต่อระบบขับถ่าย ในขณะเดียวกันก็ทำให้อยู่ท้องได้นาน และยังให้พลังงานและแร่ธาตุจึงช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า สดใส
  • ระหว่างวัน ควรเลือกเป็นกล้วยที่สุกกำลังพอดี เพื่อให้ไฟเบอร์ช่วยในระบบย่อยอาหาร ทำให้อิ่มท้อง และยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ข้อแนะนำเล็กน้อยในการกินกล้วยระหว่างวันคือ ดื่มน้ำตามไปด้วย เพื่อให้ไฟเบอร์ได้เคลือบทางเดินอาหาร จะช่วยลดการดูดซึมน้ำตาล และไขมัน
  • หลังออกกำลังกาย แนะนำเป็นกล้วยหอมสุก หรือกล้วยน้ำว้า และควรกินหลังออกกำลังกายภายใน 30 – 40 นาที เพื่อฟื้นฟูพลังงาน และซ่อมแซมกล้ามเนื้อ รวมถึงช่วยลดการอักเสบ และที่สำคัญคือในกล้วยอุดมด้วยโพแทสเซียม จึงลดการเกิดตะคริวได้อีกด้วยนะคะ
  • ก่อนเข้านอน กินก่อนเข้านอนอย่างน้อย 60 นาที แนะนำเป็นกล้วยต้ม ที่มีความห่ามเล็กน้อย เพื่อลดน้ำตาล แต่ยังคงได้ไฟเบอร์ นอกจากนั้นยังได้ประโยชน์จาก เมลาโทนินและทริปโตเฟน ที่ช่วยให้จิตใจสงบสุข ผ่อนคลายรวมถึงช่วยในการนอนหลับให้ดีขึ้นด้วยค่ะ แต่ควรกินแค่เพียง 1 ลูกเท่านั้นนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้ย่อยแบบกำลังดี

กินกล้วยตอนท้องว่าง

กินกล้วยตอนท้องว่าง เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หลายคนสงสัยเพราะก่อนหน้านี้มีการบอกข้อมูลกันว่า อาจเป็นอันตรายต่อหลอดเลือดหัวใจ และไต เนื่องจากปริมาณโพแทสเซียมในกล้วยนั้น สบายใจได้เลยค่ะ เพราะโพแทสเซียมในกล้วยแม้จะมีมาก แต่ก็ไม่มากพอจะทำอันตรายต่อระบบร่างกายของเรา นอกเสียจากว่าจะกินในปริมาณมากๆ เป็น 30 – 40 ลูก

แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหากรดไหลย้อน และโรคกระเพาะ การกินกล้วยช่วงที่ท้องว่างอาจต้องระวังอาการท้องอืด และปวดท้อง เนื่องจากกล้วยสุกเป็นผลไม้ที่น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตที่สูงมาก ทำให้ร่างกายต้องหลั่งกรดไหลออกมามากเช่นเดียวกัน จึงอาจเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารได้นะคะ

ข้อมูล ส่วนอำนวยการและสารบัญ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, โรงพยาบาลเขลางค์นคร – ราม, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, healthline

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดตำรา กิน “กล้วยน้ำว้า” สู้โรคระบบย่อย
อาหารว่างป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ เพื่อคนลดอ้วน
กิน ผักผลไม้ตามฤดูกาล ลดสารเคมี รับประโยชน์เต็มที่

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสารชีวจิต

© COPYRIGHT 2026 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.