ธรรมะของนักโทษชาย

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our readers

ธรรมะของนักโทษชาย : stories from our reader
13
ในโลกนี้มีอยู่ 2 สถานภาพที่มนุษย์เราไม่พึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง อย่างแรกคือ ผู้ป่วย การที่คนเราต้องเจ็บป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตาม เช่น มะเร็ง ไตวาย หัวใจ โรคเกี่ยวกับสมอง เอดส์ หรือการที่ร่างกายต้องพิการจากอุบัติเหตุต่าง ๆ ย่อมเป็นความทุกข์ทรมานอย่างยิ่ง
0
สถานภาพที่สองคือ การเป็นนักโทษในเรือนจําหรือผู้ต้องขัง เพราะการถูกคุมขังในคุกไร้อิสรภาพนั้นถือเป็นหายนะที่สุดแสนจะทุกข์ทรมานทั้งกายและใจเป็นที่สุด ในวันที่ชีวิตผมแพ้กิเลสตระกูลโลภะแล้วต้องมาใช้กรรมรับโทษอาญาแผ่นดินในเรือนจํากลางขอนแก่นนั้น ทําให้ผมหวนนึกถึงคําสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าเรื่องทิศ 6
00
ในวันที่ต้องเดินเข้าคุก ชีวิตของผมดูจะหายไป 4 ทิศ คือ ทิศเบื้องซ้าย ไม่มีเพื่อนฝูงเหลือเลย ทิศเบื้องหลัง ภรรยาก็หย่าและมีสามีใหม่ ทิศเบื้องขวาก็ไม่มีใครให้คําปรึกษาอะไรอีกแล้ว ส่วนอดีตลูกน้องทั้งหลายก็ไม่มีใครยอมติดต่อเป็นคนรู้จักกันอีกต่อไป ชีวิตผมเหลืออยู่ 2 ทิศ คือ ทิศเบื้องหน้า บิดามารดาที่ให้โอกาสและอภัยให้ลูกเสมอ กับทิศเบื้องบนคือพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุด
1
เมื่อต้องติดคุกใช้กรรม ผมจึงใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสในการศึกษาคําสอนของพระพุทธเจ้า คําสอนที่เป็นหัวใจของศาสนาพุทธ คือ ให้ละชั่ว ทําดี และทําใจให้บริสุทธิ์ขาวรอบ การอยู่ในนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะสามารถรักษาศีล 5 ได้บริสุทธิ์ เพราะในคุกไม่มีสัตว์ให้ฆ่า ไม่มีทรัพย์สินเงินทองให้ลักขโมย ไม่มีผู้หญิงให้คบหา ไม่มีความจําเป็นใด ๆ ที่จะต้องพูดเท็จหลอกลวง พูดคําหยาบ พูดเพ้อเจ้อ พูดส่อเสียด เพราะหาประโยชน์จากการทํามิจฉาวาจาใด ๆ มิได้เลย ส่วนเหล้าเบียร์นั้นไม่ต้องคิดฝัน จึงทําให้เราสามารถรักษาศีลทั้ง 5 ข้อได้เป็นอย่างดี ส่วนการทําดีนั้นหากนับตามหลักกุศลกรรมบถ 10 ก็นับได้ว่า กายกรรม 3 วจีกรรม 4 เราสามารถรักษาได้แน่นอน ส่วนมโนกรรม 3 เราก็สามารถรักษาจิตไม่ให้มีความโลภได้ เพราะไม่รู้จะโลภเอาอะไรเพื่อสิ่งใด ยังมีที่ต้องพยายามแก้ไขคือเรื่องของความโกรธ ความพยาบาท ซึ่งต้องพยายามแก้ไขด้วยการสวดมนต์แผ่เมตตามาก ๆ และเรื่องของการเห็นผิดที่ต้องพยายามศึกษาธรรมะและปฏิบัติไปเท่าที่โอกาสจะอํานวย หากคิดเรื่องของการทําความดีจากหลักบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการนั้น การอยู่ในคุกขอนแก่นทําให้ได้มีโอกาสทําทานด้วยการตักบาตรเป็นสังฆทานทุกวันพระ มีการสมาทานศีล 5 ทุกเช้า – เย็น และผมก็รักษาได้จริง ๆ มีการสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตาทุกเช้า – เย็น มีความเคารพต่อเจ้าหน้าที่อันเป็นการประพฤติความอ่อนน้อม มีการทํากิจกรรมที่ชอบด้วยการช่วยเหลืองานส่วนรวม มีหนังสือธรรมะดี ๆ จากผู้ใจบุญบริจาคมาเป็นธรรมทานมากมายให้ได้อ่านได้ศึกษา ได้ฟังธรรมและพูดคุยธรรมะบ้าง
2
นอกจากนี้เรายังมีโอกาสอนุโมทนาบุญกับความดีต่าง ๆ ที่ได้เห็นจากกิจกรรมในหนังสือต่าง ๆ เช่น ซีเคร็ต ชีวจิต หรือเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาล หรือจากพระอริยสงฆ์ต่าง ๆ เรายังมีโอกาสได้อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรและเทวดาประจํากรมราชทัณฑ์ ผมเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรมและภพภูมิทั้ง 31 ภพภูมิ ผมเชื่อว่าตัวเราเองเป็นผู้รับผลกรรมที่เราได้กระทําไว้ เราจะหนีไปไม่พ้น ดูอย่างพระมหาโมคคัลลานะผู้มีฤทธิ์มาก เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้ายยังหนีกรรมไม่ได้ มีแต่ต้องก้มหน้ายอมชดใช้กรรมและพยายามสร้างบุญกุศลให้มาก ๆ จึงจะเป็นสิ่งที่เราควรทําในระหว่างต้องโทษ
3
สมัยที่ยังมีอิสรภาพอยู่นั้น ผมเคยได้ยินชื่อหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร ตอนเจสัน ยัง ประกาศบวชไม่สึก ผมคิดในใจว่าท่านสอนอะไรนะแต่ตอนนั้นบุญยังไม่ถึง จึงประมาทและไม่ได้มีโอกาสไปศึกษาธรรมจากท่าน บัดนี้เมื่อต้องมาอยู่ในนี้ หลวงพ่อวิริยังค์และสถาบันพลังจิตตานุภาพได้มีความเมตตาเป็นอย่างสูงต่อผู้ต้องขัง เปิดอบรมสัคคสาสมาธิ ซึ่งแปลว่า สมาธิยกจิตขึ้นสู่สวรรค์ หลักสูตร 1 เดือน นับเป็นความเมตตาเป็นอย่างสูงของหลวงพ่อ และเป็นวิสัยทัศน์ชั้นยอดของกรมราชทัณฑ์และท่านผู้บัญชาการเรือนจํากลางขอนแก่นในการแก้ไขเพื่อคืนคนดีสู่สังคม ผมต้องขอบคุณทุกคําสอนของทีมอาจารย์และวิทยากรทุกท่านที่สละเวลาอันมีค่ามาให้ธรรมทาน มาสอนธรรมะว่า การทําสมาธิด้วยอิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอน เป็นการสะสมพลังจิต เป็นการสร้างบุญกุศลที่สูงสุดในพระพุทธศาสนา
4
ผมได้มีโอกาสทําจิตให้นิ่งเป็นเอกัคคตารมณ์ เป็นขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ มีโอกาสได้ฟังธรรมะเรื่องเล่าดี ๆ จากพระอริยสงฆ์อย่างหลวงพ่อวิริยังค์ศิษย์เอกของหลวงปู่มั่นเป็นเวลา 1 เดือน การอยู่ในนี้แต่กลับมีโอกาสนั่งสมาธิ เดินจงกรม ฟังธรรม สวดมนต์ แผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศลนั้น ต้องนับว่าเป็นเพราะความเมตตาเป็นอย่างมากของหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร และสถาบันพลังจิตตานุภาพ ที่ได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์ อบรมหลักสูตรสัคคสาสมาธิ อันเป็นการยกใจของผมและเพื่อน ๆ ทุกคนที่อบรมให้ขึ้นสู่สวรรค์จริง ๆ เป็นการขึ้นสู่สวรรค์ในใจตอนนี้และสวรรค์ในภพหน้า
5
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยกล่าวว่า หากเราต้องการของดี คนดี ก็จําเป็นต้องฝึก ฝึกจนดี เราจะพ้นจากการฝึกไปไม่ได้ งานอะไรก็ต้องฝึกทั้งนั้น ฝึกงาน ฝึกคน ฝึกสัตว์ ฝึกตน ฝึกใจ นอกจากตายแล้วจึงจะหมดการฝึก คําว่าดีจะเป็นสมบัติของผู้ฝึกดีแล้วอย่างแน่นอน หลังจากการอบรมที่ทางท่านผู้บัญชาการให้ความสําคัญและมาร่วมงานตั้งแต่ต้นจนจบด้วยดีก็มีการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติด้วย พวกเราก็ได้ประกาศนียบัตรเอาไว้ลาพักโทษในโอกาสที่เหมาะสมต่อไป แต่นั่นไม่สําคัญเท่าได้รู้ว่าสถานการณ์เลวร้ายไหน ๆ ขณะกําลังมีชีวิตอยู่ ย่อมดีกว่าสถานการณ์เลวร้ายหลังอทิสสมานกายออกจากกายหยาบแล้วต้องไปอบายภูมิ 4 แน่ ๆ ครับ
6
หลวงพ่อวิริยังค์ท่านได้สั่งสอนพวกเราว่า เมื่อทําสมาธิครั้งใด พลังจิตที่ได้จะแบ่งเป็นพลังเฉลี่ยและพลังหลัก พลังเฉลี่ยจะถูกนําไปใช้ในการสร้างกําลังใจและความเข้มแข็งของจิตใจในการยับยั้งใจในการทําสิ่งผิด พลังเฉลี่ยจะทําให้คนที่ผ่านการฝึกตนด้วยดีแล้วสามารถควบคุมจิตใจของตัวเองได้ ทําให้นักศึกษาสัคคสาสมาธิมีอุปนิสัยเปลี่ยนไปในทางที่ดี ส่วนพลังหลักจะเป็นพลังส่วนที่สามารถนําติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติ พลังหลักจะมีส่วนสําคัญอย่างมากในเวลาความตายมาถึง เพราะก่อนจิตสุดท้ายจะดับ จิตต้องเข้าภวังค์ก่อน การฝึกสมาธิจะทําให้เรามีความคุ้นเคยกับการเข้าภวังค์อยู่แล้ว เพราะภวังค์ในสมาธิมีความคล้ายคลึงกับภวังค์ในจิตสุดท้าย ดังนั้นยิ่งมีพลังหลักมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีความสามารถในการควบคุมการทํางานของจิตในภวังค์มากขึ้นเท่านั้น
7
หลักสูตรสัคคสาสมาธิในเรือนจํากลางขอนแก่นจึงดีเลิศ ด้วยวาทะของหลวงปู่มั่น เพราะดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ
8
ผมระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ ที่ดลบันดาลให้เกิดการอบรมสัคคสาสมาธิขึ้นภายในเรือนจําขอนแก่น และผมขอตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า จะมีเมตตาต่อกัน จะมีความสามัคคีกัน จะให้อภัยซึ่งกันและกัน จะไม่นําสมาธิไปใช้ในทางที่ผิด และจะทําสมาธิแผ่เมตตาจิตแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายเพื่อความสันติสุขของโลกยิ่งขึ้นต่อไป
9
เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
10
พุทโธ พุทโธ พุทโธ
11

ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 189

ผู้เขียน : นช.

photo by Ichigo121212 on pixabay

Secret Magazine (Thailand)

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.