เคยสงสัยกันไหมคะว่า ถึงจะเป็นวันว่างที่ไม่ต้องทำงาน หรือคิดงานหนัก ได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่สนใจ โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ย่อทั้งโลกมาอยู่ในหน้าจอเล็กๆ ให้เราได้ติดตาม แต่ถึงอย่างนั้นวันที่เหมือนจะได้พักผ่อน กลับรู้สึก สมองล้า ใครที่รู้สึกแบบนั้น แอดอยากให้ลองสำรวจพฤติกรรมดูเสียหน่อยว่า กำลัง “ติดจอ” อยู่หรือเปล่า
ถ้าใช่…เรามาหาคำตอบไปด้วยกันค่ะ
สารบัญ
- อาการสมองล้า
- ติดจอทำให้สมองล้าได้อย่างไร
- คาร์โนซีน ตัวช่วยสมองล้า คืออะไร
- คาร์โนซีนช่วยอาการสมองล้าได้อย่างไร
อาการสมองล้า ความมึนงงที่มีสาเหตุ
อาการสมองล้าเกิดจากการที่สมองถูกใช้งานอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ความคิด สมาธิ รวมไปถึงการรับข้อมูลต่างๆ ต่อเนื่องยาวนาน จนสมองไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ควรเป็น ส่งผลให้เกิดอาการในด้านต่างๆ คือ
- ขาดสมาธิ ไม่ว่าจะทำงาน หรือทำกิจกรรมอะไรก็ไม่สามารถจดจ่ออยู่ได้นาน
- หลงๆ ลืมๆ สับสนทางความคิด หลงลืมความจำในระยะสั้นๆ หรือขั้นตอนบางอย่าง บางทีก็อาจสับสนในวันเวลา
- เหนื่อยล้าทั้งกาย ใจ ร่างกายเกิดความเหนื่อยล้า เซื่องซึมการตอบสนองลดลงง่วงนอน ในขณะที่ทางจิตใจมีภาวะเครียด กังวล คิด แก้ไข และควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยดี
- คิดช้า ตอบสนองช้า มีความยากลำบากในการคิด ประมวลผล รวมถึงการคิดเชื่อมโยงทำให้ ไม่สามารถคิดต่อเนื่องได้ และถูกรบกวนได้ง่าย
ถ้าใครที่มีอาการเหล่านี้ ในวันว่างที่ได้หยุดพัก ร่วมกับพฤติกรรมติดจอก็สันนิษฐานได้เลยว่า เกิดภาวะสมองล้าจากการใช้งานหน้าจอมากเกินไปนั่นเองค่ะ คราวนี้เราจะมาดูกันว่าภาวะนี้ทำให้สมองล้าได้อย่างไร

“ติดจอ” ทำให้ “สมองล้า” ได้อย่างไร
แม้จะเป็นการดูหน้าจอโดยไม่ต้องใช้ความคิดใดๆ แต่การรับข้อมูลมากมายมหาศาล ยังไม่ต้องพูดถึงการใช้สายตาอย่างหนักในการเพ่งมอง เพียงเท่านี้ก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สมองล้าได้แล้วค่ะ โดยการติดจอ ส่งผลเสียต่อสมองหลายอย่างเลย คือ
- กระตุ้นสมองให้อยู่ในภาวะตื่นตัวตลอดเวลา
การใช้หน้าจอ เป็นการกระตุ้นสมองส่วนหน้า ซึ่งมีหน้าที่ในการคิดวิเคราะห์ ตัดสินใจ และควบคุมความสนใจ ให้ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา จนสมองไม่มีเวลาฟื้นฟู และพักผ่อนจนทำให้เกิดการเหนื่อยล้าของระบบประสาทส่วนกลาง
2. ระบบประสาททำงานหนัก
การใช้หน้าจอจะกระตุ้นให้ ระบบประสาทซิมพาเทติก ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบประสาทอัตโนมัติที่มีหน้าที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้า ตัวกระตุ้น หรือเหตุการณ์อันตราย โดยจะทำงานอย่างฉับพลันโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดและการสั่งการจากสมอง ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีเพื่อพร้อมที่จะ ‘สู้หรือหนี (Fight or Flight response)’ จากตัวกระตุ้นนั้นๆ และการที่ระบบนี้ทำงานอยู่ตลอดเวลานั้นจะส่งผลเสียคือ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียด ทำให้สมองไม่ได้พัก แม้จะเป็นกิจกรรมที่คิดว่าได้พักผ่อนอยู่ก็ตาม
3. สมองเครียด
เมื่อสมองทำงานตลอดเวลา จะเกิดเป็นความเครียดสะสม และไปกระตุ้นให้เกิดการสร้าง “อนุมูลอิสระ” ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของเซลล์ และหากเกิดการสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้สมองเบลอ ความจำถดถอย และอาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ได้
4. นอนไม่หลับ
การดูหน้าจอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนเข้านอน เป็นการทำร้ายร่างกายอย่างมหันต์เลยค่ะ เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอ จะไปยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เพราะร่างกายจะคิดว่ายังเป็นเวลากลางวันอยู่ จึงส่งผลให้นอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับเลย จนทำให้สมองไม่ได้พักการทำงาน จึงเกิดเป็นความอ่อนล้าในที่สุด
สำหรับการดูแลภาวะสมองล้านอกจากการแก้ที่ต้นตออย่างการติดจอแล้วนั้น ก็ยังมีสารอื่นๆ ในร่างกายที่ช่วยบรรเทาภาวะนี้ได้ รวมถึง “คาร์โนซีน” ที่ในระยะหลังๆ มีงานวิจัยทางการแพทย์มากมายศึกษาพบว่า อาจช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เกิดอาการ สมองล้า

คาร์โนซีนคืออะไร
คาร์โนซีน เป็นสารประกอบไดเปปไทด์ที่เกิดจากกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ เบต้า-อะลานีน (β-alanine) และ ฮิสติดีน (Histidine) พบได้ในเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงานสูง เช่น กล้ามเนื้อ หัวใจ และสมอง โดยมีหน้าที่เสริมการทำงานของอวัยวะดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีส่วนช่วยในการปกป้องความเสื่อมของเซลล์ ต้านอนุมูลอิสระ จึงลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และโรคอัลไซเมอร์ได้
แม้จะเป็นสารที่ร่างกายสร้างได้เอง แต่เมื่ออายุเพิ่มมากยิ่งขึ้น คาร์โนซีนในร่างกายยิ่งไม่เพียงพอและผลิตได้น้อยลง ด้วยปัจจัย
- อายุที่เพิ่มมากขึ้นกระบวนการสังเคราะห์สารต่างๆ ในร่างกายถดถอยลง
- มวลกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บคาร์โนซีนในร่างกายที่ลดน้อยลง
- ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และภาวะน้ำตาลสูง ยิ่งทำให้ร่างกายใช้คาร์โนซีนเพิ่มมากขึ้น
นอกจากปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้ อีกกลุ่มหนึ่งที่มักพบภาวะขาดคาร์โนซีน คือกลุ่มคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ เนื่องจากคาร์โนซีนมีอยู่ในกล้ามเนื้อเท่านั้น จึงไม่พบในผัก แต่พบได้ใน
- เนื้อสัตว์ปีก
- เนื้อปลา
- เนื้อหมู
- เนื้อวัว
อาหารที่พบคาร์โนซีนได้มาก จะเป็นอาหารประเภทต้มซุป ที่นำเนื้อสัตว์เหล่านี้มาต้มหรือตุ๋นเป็นเวลานาน เช่น ซุปปลา ซุปไก่ เป็นต้น ที่เป็นเช่นนี้ก็สืบเนื่องจากกระบวนการทำอาหารที่ใช้ความร้อนต่อเนื่องยาวนาน จะช่วยสกัดสารอาหารให้มาอยู่ในน้ำซุปได้มากขึ้น และยิ่งหากผ่านกรรมวิธีที่ได้มาตรฐานและควบคุมขั้นตอนอย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มคาร์โนซีนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น
จะเกิดอะไรขึ้น หากคาร์โนซีนในร่างกายไม่สมดุล
หากระดับคาร์โนซีนลดลง ร่างกายจะไม่แสดงออกอย่างปุ๊บปั๊บให้รู้ตัว แต่จะเป็นภาวะที่ค่อยๆ เสื่อมลง จนเมื่อเห็นได้ชัด ก็จะแสดงอาการที่แตกต่างจากตัวเราคนเก่า คือ
- สมองล้า ไม่โฟกัส คิดไม่ออก
- แก่กว่าวัย เหนื่อยง่ายจากความเสื่อมของเซลล์
- ปวดเมื่อยเนื้อตัว กล้ามเนื้ออ่อนล้า จากภาวะกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรง
- การอักเสบของร่างกาย ป่วยง่าย หายช้า ผิวหมอง ภูมิแพ้เล่นงาน

คาร์โนซีนช่วยอาการสมองล้าได้อย่างไร
คาร์โนซีนช่วยดูแลอาการสมองล้าได้ โดยไม่กระตุ้นการทำงานของสมอง แต่จะเป็นในลักษณะของการช่วยลดความเสียหาย และสนับสนุนการทำงานของเซลล์ เป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับการพักผ่อน และฟื้นฟูสมองที่อ่อนล้าให้รู้สึกปลอดโปร่ง แตกต่างจากคาเฟอีนที่เน้นกระตุ้นการทำงานของสมอง ที่แม้ทำให้สมองตื่นตัวแต่ก็ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ คาร์โนซีนช่วยฟื้นฟูสมองใน 3 ด้านคือ
- คาร์โนซีนช่วยต้านอนุมูลอิสระ คาร์โนซีนเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ประสาท เมื่อสารอนุมูลอิสระลดน้อยลง ก็จะทำให้เซลล์สมอง และระบบประสาทส่งสัญญาณไปยังระบบต่างๆ ได้ดีขึ้น ส่งให้การคิด และการประมวลทำได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
- คาร์โนซีนช่วยปกป้องไมโทคอนเดรีย ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) เป็นออร์แกเนลล์ขนาดเล็กที่อยู่ในเซลล์ร่างกาย มีหน้าที่ผลิตพลังงานให้แก่เซลล์ เมื่อไมโทคอนเดรียทำงานได้ดี สมองก็จะมีพลังงานอย่างต่อเนื่อง ไม่อ่อม ไม่ล้า
- คาร์โนซีนช่วยลดการอักเสบ หากเกิดความอักเสบในระบบประสาทจะก่อให้เกิดอาการปวด หนักอึ้ง สมองไม่ปลอดโปร่ง เมื่อการอักเสบลดลงสมองจะกลับมาทำงานได้อย่างสมูธและลื่นไหลมากขึ้น
นอกจากช่วยดูแลสมองจากภาวะสมองล้าแล้ว คาร์โนซีนยังช่วยดูแลร่างกายในแง่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยร่างกายฟื้นฟูจากการออกกำลังกายได้เร็ว เพราะลดความเป็นกรดในกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย
นับได้ว่าคาร์โนซีน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดีๆ ในภาวะที่สมองอ่อนล้า ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงจากการใช้หน้าจอนะคะ แต่ยังรวมไปถึงความเครียด การใช้รีบเร่งในชีวิตประจำวัน และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพออีกด้วยค่ะ
เสริมคาร์โนซีนอย่างไรให้ร่างกายได้ประโยชน์ดีที่สุด
การจะกินให้ได้ผลดีที่สุด ร่างกายดูดซึมคาร์โนซีนได้ดี มีเคล็ดลับไม่ยากเลยค่ะ คือ
- กินตอนท้องว่างๆ ก่อนมื้ออาหารสัก 30 นาที หรือหลังมื้ออาหารเบาๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดี และนำไปใช้กับสมองได้ไว
- อย่ากินพร้อมอาหารที่มีโปรตีนสูงๆ เช่นเวย์โปรตีน เนื้อสัตว์ เพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไม่ดีเท่าที่ควร
- กินกับ วิตามินบีรวม โอเมก้า 3 หรือแมกนีเซียมจะยิ่งส่งเสริมการทำงานกับสมองได้ดี
- กินอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยดูแลสมอง และกล้ามเนื้อได้ดี
เสริมคาร์โนซีนตามความต้องการของร่างกาย
- เพื่อดูแลอาการสมองล้า ปลุกพลังสมอง ต้องกินตอนเช้า หรือก่อนเข้าสู่ภาวะใช้สมองอย่างหนัก 30 – 60 นาที
- เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ กินก่อนออกกำลังกาย 30 -60 นาที หรือกินหลังออกกำลังกายทันที
- เพื่อปกป้องดูแลเซลล์ของร่างกาย ควรกินหลังอาหารเช้า เพื่อใช้ไขมันในอาหารนำพาเข้าสู่ร่างกาย
แม้ว่าเราจะรู้จักตัวช่วยดีๆ อย่าง คาร์โนซีน ที่มีส่วนช่วยในการดูแลสมองแล้ว แต่ถ้ายังไม่แก้ปัญหาที่ต้นตออย่างการพักการใช้งานหน้าจอ ต่อให้มีตัวช่วยมากแค่ไหนก็คงไม่เพียงพอค่ะ เพราะฉะนั้น ทางที่ดีที่สุดคือควรใส่ใจพฤติกรรมการใช้ชีวิตไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการพักสายตาอย่างเหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคาร์โนซีน รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงทำกิจกรรมผ่อนคลายและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพสมองที่ดีในระยะยาวนะคะ
อ้างอิง
- Hipkiss, A. R. (2009).
Carnosine and its possible roles in nutrition and health. Advances in Food and Nutrition Research, 57, 87–154. - Boldyrev, A. A., Aldini, G., & Derave, W. (2013). Physiology and pathophysiology of carnosine.
Physiological Reviews, 93(4), 1803–1845. - Hipkiss, A. R., Cartwright, S. P., Bromley, C., Gross, S. R., & Bill, R. M. (2013).
Carnosine: can understanding its actions on energy metabolism and protein homeostasis inform its therapeutic potential? Chemistry Central Journal, 7, 38. - Cheng, J., Wang, F., Yu, D., et al. (2022).
Carnosine improves cognitive impairment through promoting SIRT6 expression and inhibiting endoplasmic reticulum stress in diabetic encephalopathy. Neurochemical Research, 47, 2158–2172. - Aldini, G., Facino, R. M., Beretta, G., & Carini, M. (2005).
Carnosine and related dipeptides as quenchers of reactive carbonyl species: from structural studies to therapeutic perspectives. BioFactors, 24(1–4), 77–87. - Smith, A. P. (2019).
Cognitive fatigue and the role of oxidative stress. Journal of Cognitive Enhancement, 3, 214–223. - He, J., Zhang, Q., & Wang, Y. (2024).
Carnosine alleviates oxidative stress to prevent cellular senescence via the Nrf2/HO-1 pathway.
Free Radical Biology and Medicine, 210, 174–186.