ต่อมลูกหมากโต

ไขข้อสงสัย ต่อมลูกหมากโต อันตรายมากไหม

ต่อมลูกหมากโต อันตรายไหม ?

ต่อมลูกหมากโต น่ากลัวรึไม่ มาค้นหาคำตอบกัน “ต่อมลูกหมาก” เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์เพศชาย ลักษณะเป็นก้อนขนาดประมาณลูกเกาลัด ล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น (อยู่ถัดจากส่วนล่างของกระเพาะปัสสาวะ) คนละส่วนกับลูกอัณฑะซึ่งอยู่ในถุงอัณฑะด้านนอก ดังนั้นการตรวจคลำต่อมลูกหมากจึงต้องตรวจโดยการใช้นิ้วหรือเครื่องมือ สอดทางทวารหนัก

เมื่อผู้ชายมีอายุ 40 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากจะมีการโตขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังจากอายุ 50 ปีไปแล้ว บางคนอาการมาก บางคนอาการน้อย และเมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดอาการและความรุนแรงของอาการจะเพิ่มขึ้น

สำรวจอาการ ต่อมลูกหมากโต

อาการของโรคต่อมลูกหมากโต เกิดจากเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นจนกดเบียดให้ท่อปัสสาวะส่วนต้น (ที่ต่อมลูกหมากล้อมรอบอยู่) แคบลง เกิดแรงเสียดทานในท่อปัสสาวะ ทำให้การปัสสาวะลำบากขึ้น อาการที่แสดงจะมี 2 กลุ่ม

1.อาการระคายเคือง เช่น

  • ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ปัสสาวะต้องรีบ กลั้นไม่ได้นาน
  • ปัสสาวะเล็ดและราดเวลาปวดปัสสาวะ
  • อาการปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนว่ายังมีปัสสาวะค้างอยู่

2.อาการอุดกั้น เช่น

  • ปัสสาวะต้องเบ่ง
  • ปัสสาวะต้องรอ ไม่ออกทันที
  • ปัสสาวะหยุดเป็นช่วงๆ
  • ปัสสาวะพุ่งไม่แรง
  • ปัสสาวะหยดๆตอนท้ายของการปัสสาวะ

โรคนี้อันตรายมากไหมครับหมอ

โรคต่อมลูกหมากโตจัดเป็นโรคเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้นโดยตัวของโรคเองไม่ถือว่าร้ายแรง ผู้ป่วยที่มีอาการข้างต้น มักมีปัญหาเกี่ยวกับการพักผ่อน ความวิตกกังวล รวมไปถึงการรบกวนชีวิตประจำวันและการเข้าสังคม

ในกรณีที่อาการของโรครุนแรงมากขึ้นจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อและอักเสบของทางเดินปัสสาวะ การเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และการเสื่อมการทำงานของไต ถือเป็นอันตรายและเป็นข้อบ่งชี้ที่จะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข

อันตรายอย่างหนึ่งที่ควรระวังคือมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งพบได้ในผู้ชายสูงอายุเช่นกัน ผู้ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอาจมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโต เมื่อไม่ได้รับการตรวจและรักษาที่ถูกต้องก็เป็นการเปิดโอกาสให้มะเร็งลุกลามไปได้

ได้เวลาไปหาหมอ

ดังนั้นชายที่มีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี รวมถึงการตรวจต่อมลูกหมาก โดยการตรวจทางทวารหนักและการเจาะเลือดเพื่อดูค่าบางอย่างที่เกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เพื่อเป็นการป้องกันแต่เนิ่นๆ

ในรายที่มีอาการผิดปรกติ ดังที่กล่าวข้างต้น ควรเข้ารับการตรวจรักษาและรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคระบบทางเดินปัสสาวะ

วิธีรักษา ต่อมลูกหมากโต

แพทย์จะให้การรักษาตามความรุนแรงของอาการผู้ป่วยแต่ละคน โดยแบ่งเป็น 3 วิธี

1.การเฝ้าระวัง ผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย แพทย์จะแนะนำให้สังเกตอาการและปรับพฤติกรรมดังนี้

  • ลดน้ำดื่มหลังอาหารเย็น และก่อนนอน
  • พยายามไม่ให้ท้องผูก
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือชากาแฟ
  • หลีกเลี่ยงยาลดน้ำมูกบางตัวที่มีผลกับการปัสสาวะ

2.การใช้ยา ซึ่งจะมี 2 กลุ่มหลักคือ

  • ยากลุ่มต้านอัลฟ่า ที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อรอบต่อมลูกหมาก ทำให้ท่อปัสสาวะที่ตีบแคบขยายกว้างขึ้น ทำให้ปัสสาวะสะดวกขึ้น
  • ยากลุ่มต่อต้านเอนไซม์ที่มีผลต่อการโตของต่อมลูกหมาก ซึ่งจะมีผลยับยั้งต่อมลูกหมากไม่ให้โตขึ้น และถ้าใช้เป็นเวลานาน 6 เดือนขึ้นไปจะมีผลให้ต่อมลูกหมากมีขนาดลดลงในระดับหนึ่ง

3.การผ่าตัดต่อมลูกหมาก โดยการส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะ สำหรับข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดคือ

  • ปัสสาวะไม่ออก (ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ)
  • มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • มีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง
  • ไตเสื่อมการทำงานซึ่งเป็นผลจากการอุดตัน

ข้อควรรู้ในการปฏิบัติตัว

  • ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่าการมีเพศสัมพันธ์ที่มากหรือน้อยจะมีผลต่อการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต
  • ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ซึ่งมีความเสี่ยงเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย ดังนั้นการลดการกินเนื้อสัตว์ และอาหารฟาสต์ฟู้ดและการกินอาหารที่ปรุงจากธัญพืช เช่น ถั่วเหลือง งา เมล็ดฟักทอง น้ำมันรำข้าว มะเขือเทศ จะช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และช่วยให้สุขภาพแข็งแรงดีขึ้น
  • เมื่อมีอาการผิดปรกติเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อขอคำแนะนำหรือรับการรักษาอย่างถูกต้อง
ต่อมลูกหมากโต

รักษาต่อมลูกหมากโตโดยไม่ต้องผ่าตัด

กับ 2 นวัตกรรม iTind และ Rezum

นายแพทย์สรรชัย วิโรจน์แสงทอง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กล่าวถึงวิธีการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตนี้ว่า

“โรคต่อมลูกหมากโตแล้วมีการบีบรัดทางเดินปัสสาวะ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะไม่สุด ปวดปัสสาวะบ่อย คุณภาพการนอนหลับไม่ดี เพราะต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกบ่อย

“อาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคต่อมลูกหมากโตได้ คนที่เป็นโรคนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป และจะพบมากถึงร้อยละ 90 ที่มีอายุ 60 – 90 ปี ในสมัยก่อนจะใช้การรักษา 2 วิธี คือ แบบทานยา ที่ผู้ป่วยต้องทานยาตลอดเพื่อใช้รักษาตามอาการที่เป็นอยู่ และ แบบผ่าตัด คือการส่องกล้องเข้าไปคว้านต่อมลูกหมาก ซึ่งทั้งสองแบบนี้จะมีผลข้างเคียงตามมาที่แตกต่างกัน

“อย่างการผ่าตัดอาจจะมีผลต่อการหลั่งน้ำอสุจิของคุณผู้ชายและทำให้สูญเสียสมรรถภาพทางเพศ จึงทำให้หลายคนไม่กล้าที่จะเข้ามารับการรักษา แต่ในปัจจุบันทางโรงพยาบาลได้นำนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาใช้รักษาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยด้วย 2 เทคนิค ได้แก่

  1. iTind คือการรักษาต่อมลูกหมากแบบไม่ต้องผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างภายใน โดยนำอุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า iTind เข้าไปถ่างขยายบริเวณรูท่อปัสสาวะในต่อมลูกหมากให้กว้างขึ้น โดยอุปกรณ์นี้จะวางไว้ชั่วคราว 5-7 วัน ซึ่งจะมีเชือกติดอยู่ในอวัยวะเพศห้ามดึงออกเด็ดขาดจนกว่าจะครบกำหนด ในการปรับโครงสร้างจะคงอยู่ต่อไปแม้ว่าจะเอาตัวอุปกรณ์ออกแล้วก็ตาม ผู้ป่วยจะไม่มีแผล ไม่เจ็บ ไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สามารถกลับบ้านได้ แต่วิธีการรักษาแบบ iTind เหมาะสำหรับคนที่ต่อมลูกหมากยังโตไม่มาก ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละท่านด้วย
  2. Rezum คือวิธีการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดโดยใช้ไอน้ำบริสุทธิ์ อุณหภูมิสูงประมาณ 103 องศาเซลเซียส วิธีคล้าย ๆ กับการผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยส่องกล้องเข้าไปแล้วใช้ไอน้ำผ่านเข็มเล็ก ๆ ฉีดเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมาก หลังฉีดเข้าไปในระยะยาวเซลล์จะถูกทำลายด้วยความร้อน ตายและลดขนาดลง ทำให้ทางเดินปัสสาวะเปิดกว้างขึ้นคนไข้สามารถใช้ชีวิตเป็นปกติ หลังผ่าตัดจะไม่มีอาการข้างเคียง และไม่ต้องรับประทานยาหลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ทันทีไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดเรื่องการผ่าตัด

ข้อดีของการรักษาด้วย iTind และ Rezum คือ ขั้นตอนการรักษาที่ง่ายและรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ซึ่งเป็นแนวทาง Minimally Invasive Treatment หรือการผ่าตัดเล็กทำให้เสียเลือดน้อย และไม่จำเป็นต้องใช้ยาสลบ แต่จะเป็นการให้ยานอนหลับชนิดอ่อนโดยทีมแพทย์วิสัญญี เพื่อให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย รวมถึงไม่มีผลกระทบกับสมรรถภาพของผู้ชายในการหลั่งน้ำอสุจิ ถ้าเทียบกับการผ่าตัดแบบเดิม ซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอายุและมีข้อจำกัดเสี่ยงในการผ่าตัดใหญ่

นอกจากนี้ผู้ป่วยจะปัสสาวะสะดวกขึ้น หลังทำแล้วสำเร็จมากกว่าร้อยละ 95 แต่บางรายอาจมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำร้อยละ 4.4 ทั้งนี้ในการรักษาทีมแพทย์จะเป็นผู้ประเมิน และแนะนำวิธีรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อให้ได้รับการรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด

ปัจจุบันการรักษาทั้ง iTind และ Rezum นิยมทำกันมากในแถบยุโรป แคนาดา อเมริกา

ข้อมูลเรื่อง “ไขข้อสงสัยต่อมลูกหมากโต อันตรายมากไหม” จากนิตยสารชีวจิต / BNH Hospital

บทความอื่นที่น่าสนใจ

ชีวจิตพิชิต “รูมาตอยด์” ปฏิบัติด่วน! เห็นผลด่วน!

สูตรพอก ริดสีดวง ปลอดภัย ได้ผลดี

สายกิน สายบุฟเฟ่ต์ต้องรู้ เทคนิคแก้ท้องอืดไว้ดูแลตัวเองหลังพุงระเบิด

เทคนิคใกล้ตัวช่วย โกร๊ธฮอร์โมน หลั่ง ควรทำควบคู่ออกกำลังกาย

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสาชีวจิต

© COPYRIGHT 2024 Amarin Corporations Public Company Limited.