เมนูก่อมะเร็ง 6 จานเด็ด ที่ควรรู้ อร่อยนะแต่ร้ายมาก

เมนูก่อมะเร็ง 6 จานเด็ด แสนอร่อย แต่รู้ไหม เป็นภัยเงียบกระตุ้นเซลล์มะเร็ง

เมนูก่อมะเร็ง มีอะไรบ้าง บางคนอาจบอกว่า รู้แล้ว! แต่เชื่อเถอะว่า ยังมีอีกหลายอย่างที่คุณไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วิธีการปรุง การถนอมอาหาร ก็อาจกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้

เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคมะเร็ง  เป็นโรคของเซลล์หรือเนื้อเยื่อในร่างกายเจริญเติบโตผิดปกติ เรียกว่า “เนื้องอก” และพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นก้อนมะเร็ง ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่มาของการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างแน่นอน

มะเร็ง อาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ฮอร์โมนในร่างกาย การได้รับสารเคมีผ่านระบบทางเดินหายใจ หรือปัจจัยร่วมอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดแนวโน้มของการเกิดโรคได้ และเราปฎิเสธไม่ได้ว่า การเลือกรับประทานอาหาร และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดก้อนมะเร็งในร่างกาย

จากสถิติของสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งโลกพบว่า “มากกว่าร้อยละ 50 ของผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็ง สัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจและไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายของสารก่อมะเร็งที่อาจปนเปื้อนมาในอาหาร”

ลองมาดูกันว่า 6 เมนูอาหารแสนอร่อย แต่กระตุ้นให้เกิดการทำงานที่ผิดปรกติของเซลล์ในร่างกาย มีอะไรบ้าง

1. อาหารที่ปรุงด้วยความร้อนสูง

เนื้อสัตว์ที่ได้รับความร้อนสูงจากการนำมาปิ้ง  ย่าง  รมควัน  จนไหม้เกรียม จะพบสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า  PAH (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) เกิดจากการเผาไหม้ของไขมันในเนื้อสัตว์ ที่หยดลงไปโดนถ่านไฟ จนทำให้เกิดเป็นควันที่มีพิษเป็นสารก่อมะเร็งและลอยกลับขึ้นมาจับที่เนื้อสัตว์บนเตา เมื่อรับประทานเข้าไปในปริมาณมาก จะเกิดการสะสมในร่างกาย จนเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้

นอกจากนี้อาหารที่ถูกทอดหรืออบด้วยความร้อนสูง เช่น มันฝรั่งทอด ขนมปังกรอบ และบิสกิตนั้น ก็มีสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ทอดในน้ำมันที่ถูกใช้ปรุงอาหารเกินสองครั้งนั้นพบว่า มีสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการแตกตัวของน้ำมันที่เสื่อมสภาพ ซึ่งหากบริโภคติดต่อกันบ่อยๆ ก็อาจเข้าไปสะสมในร่างกายและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ขณะที่ผู้ปรุงอาหารซึ่งสูดดมไอของน้ำมันเข้าไปก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

2. อาหารไขมันสูง

ไขมันอิ่มตัวที่พบในสัตว์เนื้อสีแดง ไข่แดง ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ชีส โยเกิร์ต และน้ำมันแปรรูป เช่น มาการีน เนยขาว เมื่ออาหารประเภทนี้ถูกนำไปปรุงในอุณหภูมิที่ร้อนจัด มีส่วนเชื่อมโยงต่อการก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งที่มีชื่อว่าเอชซีเอ (Heterocyclic Amine – HCA) ซึ่งจะส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็งในลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก

3. อาหารแปรรูป และอาหารปรุงแต่ง

โดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากเนื้อสัตว์ที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร หรือเปลี่ยนลักษณะอาหาร   เช่น เนื้อเค็ม กุนเชียง ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ มักจะมี “ดินประสิว” หรือชื่อทางเคมีว่า “โปตัสเซียมไนเตรต” เป็นส่วนประกอบในอาหาร สารดังกล่าวแม้จะมีประโยชน์ในการช่วยถนอมอาหาร ช่วยคงสภาพให้เนื้อสัตว์มีสีแดงดูน่ารับประทานได้นานกว่าปกติ และมีคุณสมบัติเป็นสารกันบูด (เช่นเดียวกับสารกันบูดประเภทไนไตรต์ และโซเดียมไนเตรต) ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่มักเกิดในอาหารที่ได้รับการบรรจุอยู่ในภาชนะที่ปิดสนิท

แต่สารเหล่านี้ก็จัดเป็นสารก่อมะเร็ง เพราะเมื่อสารไนไตรท์จะทำปฏิกิริยากับสารอะมีนที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์  ทำให้เกิดสารใหม่ที่เรียกว่า “ไนไตรซามีน” หากร่างกายได้รับอาหารที่มีสารกันบูดเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือได้รับการใส่สารกันบูดในปริมาณเกินกำหนดด้วย ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารเหล่านี้หรือถ้าบริโภคก็ไม่ควรบริโภคบ่อยๆหรือบริโภคในปริมาณมากเกินไป

4. อาหารปนเปื้อนสารเคมีที่เป็นอันตราย

อาหารที่ได้รับการแต่งสี กลิ่น รส อย่างสีย้อมผ้า หรือใช้สีผสมอาหาร (ชนิดสีสังเคราะห์)  รวมถึงอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง หรือปนเปื้อนสารฆ่าแมลงและสารเคมีแปลกปลอมในผัก ผลไม้ ต่าง ๆ จะมีสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในร่างกาย สังเกตุได้จากลักษณะของอาหารที่ผิดจากธรรมชาติไปมาก เช่น มีสีฉูดฉาดจัดจ้านผิดปกติ หรือพืชผักผลไม้ที่ไม่มีร่องรอยการกัดกินจากแมลงเลย เป็นต้น

5. อาหารที่มีเกลือโซเดียมสูง

สารโซเดียมคลอไรด์ หรือที่เรารู้จักกันดีในรูปแบบของเกลือที่นิยมนำมาประกอบอาหารนั้นจะให้สารไอโอดีนที่จำเป็นต่อร่างกายช่วยป้องกันโรคคอพอก ได้ก็ตาม แต่การบริโภคอาหารที่มีเกลือเป็นส่วนประกอบในปริมาณสูงเกินไป รวมไปถึงอาหารประเภทหมักดองด้วยเกลือ และอาหารที่ใส่ผงชูรส (โมโนโซเดียมกลูตาเมต) อาจเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร และหลอดอาหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ก็จะส่งผลให้ปริมาณเกลือโพแทสเซียมลดลง ซึ่งจะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลงตามไปด้วย

6.อาหารที่มีเชื้อรา

เชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารชนิดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุดคือ เชื้อราที่ผลิตสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเกิดขึ้นเองธรรมชาติ และเจริญเติบโตได้ดีในอาหารที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร เช่น เมล็ดธัญพืช อย่างถั่ว ข้าวโพด รวมถึงพริกแห้ง หอม กระเทียม และอาหารจำพวกนมและขนมปัง ที่ถูกเก็บไว้นานจนเกินไป โดยเฉพาะในที่ที่อากาศร้อนและมีความชื้นสูง เชื้อราชนิดนี้ ไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนที่ใช้ในการประกอบอาหาร หากรับประทานเข้าไปจะก่อให้เกิดการสะสมของสารอะฟลาท็อกซินที่ตับ และอาจพัฒนาเป็นมะเร็งตับในที่สุด

รู้แบบนี้แล้ว จะรักษาสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งทั้งหลายได้ เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงการกินอาหารปิ้งย่าง อาหารที่มีไขมันสูง และอาหารที่มีสีสันฉูดฉาด ที่สำคัญ ไม่รับประทานอาหารซ้ำๆ อาหารแปลกๆ เพื่อลดการได้รับสารพิษ หรือสะสมสารพิษในร่างกาย ควบคู่ไปกับการเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ที่ปรุงสุกใหม่ ผ่านกรรมวิธีการปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ  เราก็สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองห่างไกลจากโรคมะเร็งได้

ทางเลือกดีๆ ตั้งรับโรคมะเร็ง

นอกจาก ดูและเรื่องอาหารและปรับไลฟ์สไตล์ให้ไกลมะเร็งแล้ว เรายังสามารถสร้างเกราะเสริม เพื่อป้องกันภัยเงียบนี้ที่มาจากสาเหตุอื่นที่เราควบคุมไม่ได้ ด้วยแผนประกันภัยโรคมะเร็ง เพราะหากเราตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งแล้ว แน่นอนว่า กระบวนการและขั้นตอนการรักษาต่างๆ ย่อมมากับค่าใช้จ่ายสำหรับรักษาพยาบาลในวงเงินที่สูง

สำหรับโรคมะเร็งนั้นไม่สามารถรักษาหายได้จากการผ่าตัดก้อนเนื้อร้าย ยังคงต้องมีการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในความดูแลของแพทย์ ดังนั้นตัวช่วยเพื่อสร้างความอุ่นใจอย่างประกันภัยโรคมะเร็ง จะช่วยคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาล

อย่างแผนประกันภัยโรคมะเร็ง MSIG Cancer Fix ให้ความคุ้มครองตั้งแต่การตรวจพบเป็นมะเร็งครั้งแรก สูงสุด 500,000 บาท มีผลประโยชน์ชดเชยการทำเคมีบำบัด และ/หรือรังสีรักษาสูงสุดต่อปีไม่เกิน 50,000 บาท และผลประโยชน์ชดเชยการตรวจวินิจฉัยซ้ำสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ด้วยเบี้ยเริ่มต้นที่ 625 บาท และจ่ายเบี้ยในปีถัดไปคงที่ ไม่มีจ่ายเพิ่ม ที่สำคัญสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ MSIG ประกันภัย มีจัดโปรโมชั่นซื้อประกันภัยโรคมะเร็ง MSIG Cancer Fix ถึง 31 ก.ค. 64  รับสิทธิ์ 2 ต่อ

ต่อที่ 1 รับ Starbucks e-Coupon สูงสุด 500 บาท

ต่อที่ 2 ผ่อน 0% นาน 4 เดือน (สำหรับเบี้ยประกัน 2,500 บาทขึ้นไป)

สนใจ คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3wGtK8X

ขอบคุณข้อมูลจาก

-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

-กลุ่มงานโภชนวิทยา

บทความอื่นที่น่าสนใจ

กินหวาน เพื่อดับร้อน ยิ่งเพิ่มความชรา บอกเลยอย่าหาทำ

รู้จักวัคซีนสักนิด ก่อนต้องฉีด เพื่อรับมือโควิด-19

อาหาร 5 หมู่ ฟื้นฟูวัณโรคปอด กินให้ครบ จบทุกโรค

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.