สิว แพทย์แผนจีน

กำราบ สิว ใน 21 วัน ด้วยแพทย์แผนจีน

กำราบ สิว ใน 21 วัน ด้วยแพทย์แผนจีน

สิว เป็นปัญหากวนใจที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตเป็นอย่างมาก ถึงแม้แพทย์แผนปัจจุบันจะมองว่าสิวเป็นปัญญาที่ไม่รุนเรงนัก แต่การเป็นสิว โดยเฉพาะสิวที่เห่อรุนแรงบนใบหน้านั้น ทำให้เราขาดความมั่นใจ จนหลายคนต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากเพื่อรักษาสิวและรอยดำ

ดังนั้นเพื่อคืนความสุขให้ผู้อ่าน ชีวจิตไม่พลาดทีจะนำวิธีรักษาสิวและรอยดำใน 21 วัน ด้วยแพทย์แผนจีนมาฝาก ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลจากฤดูหนาวมาเป็นฤดูร้อน ที่ได้ชื่อว่า เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการรักษาสิวและรอยดำ

เคลียร์ชัดเรื่องสิว สไตล์แพทย์แผนจีน

แพทย์จีนธนภัทร จินตกุล หัวหน้าสถานพยาบาล และอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า

“สิว ในทางการแพทย์แผนจีนนั้นไม่ใช่โรค เป็นเพียงกลไกการเตือน ถึงความไม่สมดุลของร่างกายเท่านั้น ซึ่งจัดเป็นกลุ่มโรคภายนอก (Waike) ประเภทกลุ่มโรคผิวหนัง (Pifuke) เกิดจากปอดและกระเพาะอาหารมีความร้อนมากเกินไป (Over Heat) จนส่งผลให้มีความร้อนชื้นสะสม เสมหะอุดกั้น จึงเกิดสิวบนใบหน้า”

แพทย์จีนธนภัทร แบ่งสาเหตุการเกิดสิวไว้ ดังต่อไปนี้

1.ปอดร้อน เกิดจากความร้อนสะสมอยู่ในปอดจำนวนมากเกินไป จึงแสดงอาการที่เนื้อเยื่อและผิวหนัง ทำให้เกิดสิวหัวสีขาวเเละดำ มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กเเข็ง แต่ไม่เป็นหนอง เเละมีอาการคันเล็กน้อย มักเกิดบริเวณหน้าผากและรอบจมูก นอกจากนี้ยังมีอาการปากแห้ง จมูกแห้ง แบะอาการท้องผูกร่วมด้วย

2.กระเพาะอาหารร้อน สาเหตุหลักมักเกิดจากการกินอาหารรสเผ็ด รสหวาน อาหารมัน และอาหารทอด ส่งผลให้เกิดการสะสมของความร้อนในระบบย่อยอาหาร เมื่อมีความร้อนมากขึ้นจะทำให้เกิดสิวหัวขาวและดำ ผิวหน้ามัน สิวมักผุดขึ้นบริเวณรอบปาก หน้าอก เเละหลัง นอกจากนี้จะพบอาการอยากอาหารโดยเฉพาะน้ำเย็น กระหายน้ำ มีกลิ่นปาก เเละมีอาการท้องผูกร่วมด้วย

3.เลือดร้อน เกิดจากภาวะผิดปกติของพลังลมปราณ (Qi) มีผลให้เลือดร้อน จึงเกิดสิวหัวขาวเเละดำ บริเวณรอบจมูก ปาก เเละระหว่างคิ้ว นอกจากนี้ยังพบอาการท้องผูก ปัสสาวะสีเหลือง เเละปลายลิ้นมีสีเเดงร่วมด้วย

4.ปอดและกระเพาะอาหารร้อน เนื่องจากได้รับความร้อนจากท็อกซิน(Toxin)หรือพิษ ทำให้ร่างกายขาดความสมดุล จนเกิดสิวอักเสบและเป็นหนอง โดยฐานรอบเม็ดสิวมีลักษณะเเดง มักมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย นอกจากนี้อาจพบอาการท้องผูก และปัสสาวะสีเหลืองด้วย

5.ภาวะเลือดเป็นพิษ เกิดจากร่างกายได้รับท็อกซินจากภายนอกซึ่งเข้ามาทำลายความร้อนในร่างกาย ส่งผลให้พลังลมปราณ (Qi) ติดขัด ไหลเวียนได้ไม่เต็มที่ ทำให้เกิดสิวมีหัวลึก มีสีเเดงชัดเจน เกิดการอักเสบ เเละเจ็บปวด พบทั้งบริเวณใบหน้า หน้าอก เเละหลัง เมื่อสิวหายจะมีรอยแผลเป็นจาหลุมสิวชัดเจน

แพทย์จีนธนภัทร จินตกุล หัวหน้าสถานพยาบาลและอาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้แนะนำโปรแกรมพิชิตสิวและจุดด่างดำไว้โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ 1. การปรับวิถีชีวิต 2. การปรับเปลี่ยนอาหารให้เหมาะสม 3. การรักษาด้วยแพทย์แผนจีน

สิวเกิดจากร่างกายขาดความสมดุล โปรแกรมนี้จึงมุ่งเน้น คือความสมดุลให้ร่างกายควบคู่ไปกับการรักษาด้วยแพทย์แผนจีน

มาเริ่มปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของคุณกันเลย เริ่มต้นที่ สัปดาห์แรก

สัปดาห์ที่ 1 ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ แก้สิว

ในสัปดาห์ที่ 1 แพทย์จีนธรภัทรเน้นให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตโดยเฉพาะการนอนหลับและการกิน โดยอธิบายหลักการไว้ว่า การนอนหลับแต่หัวค่ำหรือพักผ่อนอย่างเพียงพอ 7 – 8 ชั่วโมง จะช่วยให้ร่างกายปรับความสมดุลได้ดีขึ้น เสริมสร้างภูมิต้านทาน ลดการเกิดสิวและริ้วรอย แถมช่วยให้ผิวสวย สดใส เปล่งปลั่ง

เริ่มจากการจัดนาฬิกาชีวิตให้เป็นปกติ โดยเข้านอนก่อน 23.00 เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและอวัยวะภายในได้ขจัดของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากช่วงเวลา 23.00 น. – 03.00 น. เป็นเวลาที่ตับและถุงน้ำดีทำหน้าที่ขับของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย จึงไม่ควรตื่นเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ

Eating for Beauty

ควรปรับเปลี่ยนการกิน โดยงดกินอาหารประเภททอด มีน้ำมันมาก และของหวาน หันมากินพืชผักผลไม้หลากสีและธัญพืชไม่ขัดสี เช่น อาหารชีวจิต

แพทย์หญิงสายชลี ทาบโลกา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การฝังเข็มและการฟื้นฟูชะลอวัยประจำชีวจิตโฮมคลินอก แนะนำว่า อาหารที่ช่วยรักษาสิวได้ผล แถมดีต่อสุขภาพคือ อาหารชีวจิต ที่คิดค้นโดย อาจาย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต

เพราะเป็นอาหารที่มาจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการปรุงแต่งน้อย มีคุณค่าและสารอาหารสูง มีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ ที่สำคัญ ยังเป็นอาหารที่มีสารพิษตกค้างน้อยที่สุดอีกด้วย จึงช่วยปรับสมดุลร่างกาย ไม่เกิดสารพิษตกค้างภายใน ทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง

ดังนั้นจึงควรหาสูตรอาหารชีวจิตติดบ้านไว้ทำกินเป็นประจำ นอกจากจะมีเมนูให้เลือกหลากหลายแล้ว ยังมีรสชาติอร่อยและช่วยลดการเกิดสิวลงได้ โดยอาหารสูตรชีวจิต ได้แก่

แป้งไม่ขัดขาว มื้อละ 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ถ้าเป็นแป้ง ขนมปัง ควรเลือกขนมปังโฮลวีต มันเทศ ฟักทอง

ผัก มื้อละ 25 เปอร์เซ็นต์ กินทั้งผักดิบและผักสุกอย่างละครึ่ง เช่น สลัดผักสด ผักสุกหรือสดเคียงน้ำพริก หรือผัดผักใช้น้ำมันน้อย ควรเลือกผักปลอดสารพิษล้างผ่านน้ำ หรือแช่น้ำด่างทับทิมเพื่อล้างสารเคมีตกค้าง

ถั่วต่าง ๆ มื้อละ 15 เปอร์เซ็นต์ เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร กินโปรตีนจากปลาและอาหารทะเลเป็นครั้งคราวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง

เบ็ดเตล็ด มื้อละ 10 เปอร์เซ็นต์ ประเภทของกินเล่น เช่น แกงจืด แกงเลียง หรือน้ำซุป เช่น ซุปมิโซะ สิ่งที่กินได้เป็นประจำคือสาหร่ายทะเลและงา รวมถึงยังกินถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืชกินเล่น เช่น อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม ผลไม้สด ซึ่งควรเป็นผลไม้สีเขียวรสไม่หวาน เช่น ฝรั่ง มะม่วงดิบ พุทรา สัปปะรด

นอกจากนี้แพทย์จีนธนภัทรยังแนะนำเมนูสู้สิวไว้ดังนี้

มื้อเช้า : โจ๊กลูกเดือย โจ๊กข้าวกล้องเห็ดหอม หรือซีเรียลธัญพืชไม่ขัดสี

มื้อเที่ยง : ต้มจืดสาหร่ายทะเล ผัดผักรวมน้ำมันมะกอก

มื้อเย็น : ข้าวต้มธัญพืชและผลไม้น้ำตาลน้อย เช่น แตงโม มะละกอ และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

Acne Remedy

เข้ารับการฝังเข็มสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยให้เลือดและลมปราณไหลเวียนดีขึ้น อาจฝังเข็มบริเวณหัวสิวอักเสบเพื่อให้
หายเร็วขึ้น

แพทย์หญิงสายชลี ทาบโลกา ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การฝังเข็มและการฟื้นฟูชะลอวัย ประจำชีวจิตโฮมคลินิก อธิบายหประโยชน์ของการฝังเข็มไว้ว่า

“การฝังเข็มจะช่วยระบายความร้อน ออกจากร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติ ทำให้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำงานประสานกันดีขึ้น และช่วยกระตุ้นการทำงานของลมปราณและต่อมน้ำเหลือง โดยจะปักเข็มลงจุดต่าง ๆ บนใบหน้าและบริเวณหัวสิว ซึ่งจำนวนเข็มที่ใช้ปักขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์และอาการว่าเป็นมากน้อยเท่าใด”

TIP นาฬิกาชีวิต

นาฬิกาชีวิต คือ นาฬิกาที่อยู่ในสมองคนเรา ทำหน้าที่รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาต่าง ๆ แพทย์แผนจีนถือว่า อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจะทำงานในช่วงเวลาต่างกัน

ดังนั้นการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับการทำงานของนาฬิกาชีวิต จึงช่วยให้สุขภาพแข็งแรงและป้องกันการเกิดสิวได้

หลังจากนี้มาออกกำลังกายเพื่อรักษาสิวกันนะคะ

สัปดาห์ที่ 2 มาออกกำลังกายขจัดพิษกันเถอะ

สัปดาห์ที่ 2 แพทย์จีนธนภัทรแนะนำให้เน้นการออกกำลังกาย เพราะช่วยป้องกันและรักษาสิวได้ เนื่องจากการออกกำลังกายทำให้เหงื่อออก ซึ่งช่วยขับสิ่งสกปรกออกมาทางรูขุมขน ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี ต่อมน้ำเหลืองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง

โดยให้ออกกำลังกายช้า ๆ หรือที่เรียกว่า กีฬาประเภท Passive เช่น โยคะ ไท้เก๊ก ว่ายน้ำ หรือลองย่อขาเล็กน้อย แกว่งแขนไปด้านหลังสัก 700 – 1,000 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้เป็นปกติและมีประสิทธิภาพ ควรออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

Eating for Beauty

ควรกินอาหารชีวจิตอย่างสม่ำเสมอและลองจิบชาสมุนไพรที่มีฤทธิ์อุ่นร้อน แพทย์จีนธนภัทรอธิบายประโยชน์ของชาสมุนไพรว่า

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวตามแนวคิดของแพทย์จีนคือ ภายในร่างกายมีความร้อน การรักษาสิวจึงเน้นไปที่ การลดความร้อนด้วยการดื่มชาสมุนไพรจีน

แพทย์จีนธนภัทรแนะนำให้ดื่มชาสมุนไพรจีน  ดังนี้

ดอกเก๊กฮวย ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย เป็นยาเย็น ช่วยดับพิษร้อน

ดอกสายน้ำผึ้ง เป็นยาเย็น ออกฤทธิ์ต่อปอดและกระเพาะอาหาร ใช้เป็นยาขับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ

ดอกกุหลาบ ช่วยบำรุงหัวใจ ขับน้ำดี สมานแผล มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยลดความดันโลหิต และนอกจากนี้แพทย์จีนธนภัทรยังแนะนำสูตรชาสมุนไพรที่นอกจากจะช่วยให้สิวหายเร็วแล้ว ยังช่วยลดความอ้วนได้ด้วย ดังนี้

ส่วนผสม

ซานจา (ผลไม้จีนลูกสีแดง) หั่นเป็นแว่น 15 กรัม

ใบบัวสดหรือตากแห้ง หั่นฝอย 15 กรัม

น้ำสะอาดปริมาณท่วมส่วนผสม

วิธีทำ นำส่วนผสมทุกชนิดใส่หม้อ เทน้ำจนท่วมชาสมุนไพร ต้มให้เดือด ยกลง กรองเฉพาะน้ำดื่มเป็นประจำทุกวัน

ติดตามได้ที่หน้าถัดไป

Acne Remedy

เมื่อไม่มีอาการอักเสบของสิวแล้ว สัปดาห์นี้สามารถเพิ่มการรักษาด้วยวิธีกัวซาวันเว้นวันได้ เพื่อลดเลือนรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งยังช่วยให้รูขุมขนเล็กลง

แพทย์จีนภัณฑิรา จิรวรพัฒน์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม อธิบายหลักของการกัวซาแก้สิวว่า

กัวซาเป็นวิธีรักษาด้วยการใช้อุปกรณ์ที่เป็นแผ่นเรียบและไม่มีคม เช่น เขาสัตว์ หิน หยก ขูดเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า โดยใช้น้ำมันมะพร้าวหรือครีมนวดหน้าร่วมด้วย แต่หากมีสิวอักเสบไม่ควรทำ ต้องรอให้สิวยุบและแห้งก่อน

โดยมีหลักการว่า หากร่างกายมีสารพิษตกค้าง สมองจะสั่งการไปที่กล้ามเนื้อ ให้แสดงอาการเกร็งและแข็งตัว พิษที่อยู่ในร่างกายจึงตกค้างและวนเวียนอยู่ภายใน ไม่สามารถระบายออกมาได้ แต่เมื่อขูดบริเวณใบหน้าจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัวต่อมน้ำเหลืองทำงานมีประสิทธิภาพ รูขุมขนเล็กลง ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้ามันน้อยลง ลดการเกิดสิวและรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว

Must Do

นอกจากจะปรับสมดุลภายในร่างกาย การรักษาความสะอาดภายนอกของข้าวของเครื่องใช้และเครื่องนุ่งห่มที่ต้องสัมผัสกับผิวหนัง ก็เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิวด้วย

กายดีแล้ว ต่อไปจิตใจต้องแข็งแรงตามมานะคะ 

สัปดาห์ที่ 3 ปรับเปลี่ยนใจ สลายต้นเหตุของสิว

สำหรับสัปดาห์สุดท้าย แพทย์ขจีนธนภัทรแนะนำให้หาเวลาฝึกสมาธิ เช่น นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ เดินจงกรม เจริญสติ เพื่อให้เกิดความสุขสงบจากภายใน ทำให้จิตใจเบิกบาน ไม่เครียด สำหรับคนที่ไม่เคยปฏิบัติ ควรเริ่มจากใช้เวลา ประมาณ 15 นาที ในครั้งแรก แล้วจึงเพิ่มเวลาเป็น 30 – 45 นาที และ 1 ชั่วโมง ควรปฏิบัติทุกวันแม้จบโปรแกรมไปแล้วก็ตาม

Eating for Beauty

นอกจากกินอาหารชีวจิต จิบชาสมุนไพรทุกวันแล้ว เครื่องดื่มสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยม ได้แก่ น้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ชาเขียว และชาแดง ก็เหมาะสำหรับคนเป็นสิวอีกด้วย แต่เครื่องดื่มประเภทชาทุกชนิดควรดื่มอุ่น ๆ ไม่ควรดื่มเย็น ๆ เป็นอันขาด เพราะจะทำให้ระบบภายในทำงานผิดปกติได้

ส่วนของกินเล่น แนะนำให้กินผลไม้แทนของขบเคี้ยวและของหวาน แต่ไม่ควรกินผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ได้แก่ ทุเรียน ลำไย พุทราจีน ลิ้นจี่ เป็นต้น

Acne Remedy

สัปดาห์สุดท้ายนี้เป็นสัปดาห์แห่งการฟื้นฟูผิว แพทย์จีนอาจจัดยาสมุนไพรที่เหมาะสำหรับสภาพผิวของแต่ละคนเพื่อสนับสนุนการรักษาให้เกิดประสิทธิภาพ โดยเน้นตัวยาที่เข้าไปช่วยลดความร้อน รวมถึงยังแนะนำให้ดื่มชาสมุนไพรจีนที่แนะนำไปในสัปดาห์ที่ 2 อย่างต่อเนื่องด้วย

รวมถึงสามารถเพิ่มเมนูผักผลไม้ที่มีวิตามินเอ อี ซี และกินปลาทะเล เพื่อช่วยลดการอักเสบภายใน และหมั่นจิบน้ำตลอดวันเพื่อผิวที่สดใส

Must Do อาหารที่ช่วยรักษาสิวและรอยสิว

แพทย์หญิงสายชลีแนะนำอาหารตามหลักแพทย์แผนจีนที่ช่วยรักษาสิวและริ้วรอยไว้ดังนี้

ธัญพืช เช่น ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วเหลือง ลูกเดือย

ผัก เช่น หอมหัวใหญ่ น้ำเต้า แปะก๊วย กะหล่ำปลี มะเขือ เผือก โหระพา พริกไทย กุยช่าย ขิง กระเทียม ผักบุ้ง รากบัว สาหร่ายทะเล ฟัก เห็ดหูหนูดำ เห็ดหอม

ชาสมุนไพร เช่น ชาแดง ชาหูเอ่อ ชาเขียว ชากุหลาบ ควรดื่มอุ่น ๆ

อยากหน้าใสไร้สิวและรอยดำ ลองนำวิธีข้างต้นไปปรับใช้ดู นอกจากไร้สิวแล้ว รับรองว่าจะช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกายแข็งแรง อ่อนเยาว์อีกด้วย

ข้อมูลเรื่อง “โปรแกรม 21 วัน กำราบสิวด้วยแพทย์แผนจีน” โดย: ชารีฟ หลีอรัญ, สุนิสา สมคิด และชัญญมน ดิษกุลนรภัทร คอลัมน์ เรื่องพิเศษ นิตยสารชีวจิต ฉบับ 397

บทความอื่นที่น่าสนใจ

17 วิธีตรวจ เนื้องอก ด้วยตัวเอง ฉบับสาวทำงาน

เดินเร็ว ช่วยป้องกันกระดูกเสื่อมได้จริง

สวยอ่อนเยาว์ ด้วยอาหารเกาหลี

ตามรอย นมหมัก อาหารอุดมโพรไบโอติก

โลว์จีไอ สุดยอด อาหารสลายสิว ผิวใสปิ๊ง

ติดตามชีวจิตได้ที่

Instagram Cheewajitmedia
Facebook นิตยสารชีวจิต

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.