ต้านโรคภูมิแพ้

3 เทคนิคกิน – อยู่ ต้านโรคภูมิแพ้

3 เทคนิคกิน – อยู่ ต้านโรคภูมิแพ้

ต้านโรคภูมิแพ้

ระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ได้รับการออกแบบมา เพื่อตรวจจับสิ่งแปลกปลอมที่เล็ดลอด
เข้ามาในร่างกาย ต่อสู้ และกำจัดออกไป เป็นระบบที่ช่วยปกป้องเรา จากเชื้อไวรัส
เชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันร่างกายของเราต้องเผชิญกับสารเคมี สารกำจัดศัตรูพืช
ยาฆ่าแมลงต่าง ๆ เพิ่มขึ้น และติดต่อกันเป็นเวลานาน ตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของมนุษย์

เมื่อเวลาผ่านไป จึงอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไ วต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติจนเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้ เรามาดูกันดีกว่าว่า เราจะดูแลระบบภูมิคุ้มกันของเราให้ทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร

ตามตำราการแพทย์แผนตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนจีนเชื่อว่า ระบบภูมิคุ้มกันนั้นจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการทำงานของปอดและระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่ หนังสือ Secrets of Self-Healing โดยแพทย์จีนเหมาชิง หนี่ ระบุว่า

“ปอดทำหน้าที่บริหารจัดการพลังที่คอยปกป้องร่างกาย เพื่อต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมและเพิ่มสารอาหารแก่ผิวหนัง หากปอดทำงานไม่ดี พลังปกป้องร่างกายไม่ดี ระบบภูมิคุ้มกันก็จะอ่อนกำลังไปด้วย”

ต่อไปนี้คือ วิธีปรับสมดุลและส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อช่วยให้อาการภูมิแพ้
ดีขึ้นตามที่คุณหมอเหมาชิงแนะนำ

กินอาหารต้านภูมิแพ้

  • เลือกกินอาหารอุดมกากใย เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ ธัญพืชต่าง ๆ เช่น คีนัว ข้าวกล้อง มะละกอ สับปะรด มะม่วง ผักกาด ผักใบเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เคล ผักโขม ที่มีสารอาหารเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดน้ำมูกและเสมหะ เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม อาหารเย็นชืดอาหารมัน ๆ น้ำตาลทรายขาว หรือเครื่องดื่มที่ใส่น้ำเชื่อม
  • ดื่มชาเขียว และชาคาโมมายล์ ทั้งสองอย่างนี้มีคุณสมบัติต้านฮิสตามีน โดยธรรมชาติ ช่วยปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกัน
  • ไม่กินอาหารซ้ำ ๆ จำเจ ควรกินให้หลากหลาย สลับ ๆ กันไป เช่น วันจันทร์กินขนมปังธัญพืช วันอังคารกินข้าวกล้อง วันพุธกินข้าวโอ๊ต วันพฤหัสบดีกินคีนัว แล้ววันศุกร์ค่อยวนกลับมากินขนมปังธัญพืช
  • กินน้ำผึ้งออร์แกนิกที่ไม่ผ่านกระบวนการใด ๆ วันละ 1 ช้อนชา ช่วยลดการอักเสบได้

ขยับร่างกายสลายภูมิแพ้

การออกกำลังกาย เป็นวิธีหนึ่งในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต้านการติดเชื้อและความเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ ลองมาดูวิธีกัน

3 พฤติกรรมต้องงด ลดความดัน

คาร์ดิโอ หากไม่สันทัดการออกกำลังกายอย่างจริงจัง อาจเริ่มจากลองฝึกเดินเร็วประมาณ 4 – 5 กิโลเมตร ในระยะเวลา 30 นาทีต่อวัน เพื่อช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย

แอโรบิก เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น การเต้นรำ ปั่นจักรยาน วิธีนี้จะทำให้ปอดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยให้อาการภูมิแพ้ดีขึ้นได้

นวดกดจุด แม้จะไม่ใช่การออกกำลังกาย แต่ก็เป็นหนึ่งในวิธีต้านภูมิแพ้ที่แนะนำ คือ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดนวดบริเวณจุดใต้กะโหลกศีรษะทั้งสองข้างประมาณ 30 – 60 วินาที (สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ โดยการค้นคำว่า จุดฝังเข็ม GB-20 ในอินเทอร์เน็ต) จุดนี้จะช่วยกระตุ้น
การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้

จำไว้ว่า การออกกำลังกายควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลรักษาระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

TRIGGER POINT

โรคภูมิแพ้ สามารถเกิดได้จากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกจะ
มีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ได้สูงถึง 50 – 70 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ และเมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จะทำให้ร่างกายตอบสนองกับสิ่งเร้ามากเกินไป จนเกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ตัวอย่างสารระคายเคืองต่าง ๆ เช่น หมอก ควัน ไรฝุ่น จากสิ่งแวดล้อม

แม้ภูมิแพ้จะเป็นโรคยอดฮิต ที่มีอุบัติการณ์การเกิดโรคสูงในประเทศไทย แต่หากเราสามารถปรับวิถีชีวิต และรู้จักปฏิบัติตัวให้อยู่ร่วมกับโรคนี้ได้ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ

เรื่อง สุนิสา สมคิด ภาพ iStock เขียนลงเว็บ เนื้อทอง ทรงสละบุญ

ชีวจิต 455 – นิตยสารรายปักษ์ ปีที่ 19 : 16 กันยายน 2560

– – –  – – – – –  – – – – –  – – – –  – – – –  – – –  – – –  – – –  – – –  – –  – –

บทความน่าสนใจอื่นๆ

How To จัดห้องนอนแบบไหนช่วย ลดอาการภูมิแพ้ !!!

การรักษา โรคภูมิคุ้มกัน ภูมิแพ้ และ แพ้ภูมิ ในผู้สูงอายุ

ชีวจิตช่วยคนนอนน้อย แก้อาการโรคภูมิแพ้ แก้ไซนัสอักเสบ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆ

แจก!!! วิธีทำน้ำอาร์ซี สูตรชีวจิตแท้ๆ ดื่มต้านภูมิแพ้ แทนกาแฟก็ได้

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.