สูตรแก้สมองเบลอ

สูตรแก้สมองเบลอ แก๊งคนนอนดึก (SLEEPLESS TO RESCUE)

สูตรแก้สมองเบลอ แก๊งคนนอนดึก (SLEEPLESS TO RESCUE) ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้โลกออนไลน์มีสิ่งน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ดูหนัง ดูซีรี่ส์ออนไลน์ ทำให้คนยุคนี้ นอนกันดึกมากขึ้น

สูตรแก้สมองเบลอ แก๊งคนนอนดึก

ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ยังต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานเหมือนเดิม ทำให้เกิดเป็นปัญหาใหม่ของคนวัยทำงานในปัจจุบัน คือ ปัญหา “การอดนอน” ทำให้สมองเบลอ ความคิดติดขัด ไม่เฉียบคมตามมา วันนี้เรามีเทคนิค แก้อาการสมองเบลอ ไม่แจ่มใสมาฝาก รับรองทำแล้วเห็นผลจริงแน่นอน

วิธีแก้สมองเบลอคนนอนดึก (ACT TO RESTART)

มนุษย์นอนดึกนั้นมักประสบปัญหาสมองเบลองานไปไม่ถึงไหน คิดอะไรไม่ออก จนอยากจะทุบคอมพิวเตอร์ทิ้งไป เวลาแบบนี้คนส่วนใหญ่มักจะนั่งกุมหัว ก้มหน้าก้มตา คิดแต่วิธีหาทางออก แต่สุดท้ายกลับคิดอะไรไม่ออกอยู่ดี เพราะสมองเบลอไปหมดแล้ว

ที่เป็นเช่นนี้เพราะการพักผ่อนน้อย นอนไม่เพียงพอ ระบบประสาทอัตโนมัติในร่างกายจึงเสียสมดุล ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ที่กระตุ้นให้เราตื่นตัว
รับมือกับอันตรายตามสัญชาตญาณระวังภัยตามธรรมชาติยังคงทำงานต่อเนื่องไม่ได้พัก ทำให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ซึ่งกระตุ้นให้รู้สึกผ่อนคลายไม่ทำงาน สมองจึงล้า คิดอะไรไม่เฉียบคมนั่นเอง

ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรทำเมื่อเกิดอาการสมองเบลอและล้าคือ การปล่อยวางความไม่ได้อย่างใจตรงหน้าลงแล้วลองใช้วิธีแก้สมองเบลอสูตรเร่งรัดแบบฉบับชาวตะวันออกจากหนังสือ สมองหายล้า ชีวิตก็หายเหนื่อย! ของ ศาสตราจารย์อีชีฮยอง วิทยาลัยการแพทย์แผนแพทย์ตะวันออก มหาวิทยาลัยโซลที่ถูกตีพิมพ์หลายภาษาทั่วโลก รับรองว่าเยียวยาอาการสมองเบลอของคนนอนดึกได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยละค่ะ

1.นวด
หากประสาทซิมพาเทติกตื่นตัวจะเกร็งไปทั้งร่าง หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว ตัวเย็น เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ส่งออกซิเจนและสารอาหารไปสู่เนื้อเยื่อไม่ราบรื่น สารพิษต่าง ๆ ไม่ได้ถูกนำมากำจัดที่ตับ ทำให้เกิดความอ่อนล้าสะสมโดยเฉพาะคนทำงานใช้สมองที่ต้องนั่งอยู่กับโต๊ะนาน ๆ หลัง คอ ไหล่ไม่ได้เคลื่อนไหว จนกล้ามเนื้อหดเกร็ง เลือดไม่พอไหลเวียน และเกิดอาการเวียนหัว ปวดหัวตามมา

แนะนำให้คลายกล้ามเนื้อด้วยการนวด เพราะการกดนวดเบา ๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและช่วยคลายกล้ามเนื้อที่แข็งตึง แม้จะรู้สึกเจ็บนิดหน่อยแต่ปลอดโปร่ง ช่วยผ่อนคลายให้เลือดลม น้ำเหลืองไหลเวียนได้สะดวก

TRY THIS!
ควรนวดในห้องที่เงียบสงบ บนเตียงสบาย ปรับอุณหภูมิให้พอเหมาะแนะนำให้ใช้กลิ่นอโรมา ปล่อยวางใจให้เป็นอิสระจากความคิด แค่นี้ก็จะช่วยให้สมองโล่ง พร้อมลุยงานต่อแล้ว

สูตรแก้สมองเบลอ

2.ฝึกสมาธิ
การฝึกสมาธิเพื่อผ่อนคลายสมองใช้เวลาไม่นาน ลองเริ่มต้นด้วยวิธีการเหล่านี้ค่ะ

  1. นั่งบนพื้นหรือเก้าอี้ในท่าที่สบาย ไม่เกร็งเอว ปิดเปลือกตาลงครึ่งหนึ่ง
  2. หายใจเข้าออกช้า ๆ ลึก ๆ ส่งไปยังท้องน้อย อ้าปากเล็กน้อยเริ่มที่หายใจออกก่อน ค่อย ๆ ผ่อนลมออกจนท้องน้อยแฟบ
  3. เมื่อผ่อนลมหมด สูดหายใจเข้าทางจมูก ตั้งสมาธิไปยังลมหายใจ คุณจะรู้สึกได้ถึงความผ่อนคลาย เทียบกันแล้วลมหายใจเข้าจะยาวกว่าลมหายใจออก แต่ไม่ต้องไปซีเรียสเอาที่ตัวเองสบายใจก็พอ

บางคนคิดฟุ้งซ่านจนนั่งสมาธิไม่เป็น เพราะคนเราหยุดคิดไม่ได้ ความคิดเราผุดขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเป็นเรื่องธรรมดาปล่อยให้มันผุดขึ้นมาอย่างนั้นแหละ ปล่อยให้ไหลไป เหมือนเรายืนอยู่ริมแม่น้ำแล้วเห็นน้ำไหลผ่าน ไม่ต้องพยายามหยุดคิดไม่พยายามคิดเรื่องใดเป็นพิเศษ ปล่อยให้ความคิดเกิดขึ้นโดยนิ่งเฉยกับมัน เราจะเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนเรื่องของคนอื่นไกลตัวไกลใจ ไม่ดีไม่ร้าย ไม่รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เราจะไม่คิดถึงอดีต ไม่คิดถึงอนาคต มีเพียงสมาธิที่เพ่งอยู่กับปัจจุบัน นี่คือจุดยืนของการทำสมาธิ ต้องเพ่งเล็งอยู่กับปัจจุบันขณะนี้ ตรงนี้ เมื่อเข้าใจความหมายของคำว่าอิสระจากความคิดใจคุณก็จะสงบ ผลลัพธ์ดี ๆ ก็จะเกิดขึ้น

TRY THIS!
สำหรับมือใหม่อาจต้องใช้เวลาฝึกการหายใจลงท้องน้อยสักระยะหนึ่ง แต่อย่าเพิ่งท้อค่ะ ฝึกฝนบ่อย ๆ จะเก่งขึ้น ซึ่งการฝึกลมหายใจเข้าออกนี้ช่วยคลายประสาทซิมพาเทติก ความตึงเครียดและความกังวลได้ นอกจากนี้การหายใจลงท้องน้อยยังช่วยบริหารกะบังลม ส่งเสริมการทำงานของอวัยวะภายในให้ทำงานเป็นระบบขึ้นอีกด้วยค่ะ

จะลุกเดินไปเดินมาโดยไม่รู้ตัว เพราะการเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจะช่วยให้เราคิดอะไรออกได้ เดินในสวนก็ได้ เดินในซอยที่คนไม่พลุกพล่านก็ได้ เมื่อไรที่รู้สึกว่าความคิดในหัวยุ่งเหยิง ลองเดินเล่นเรื่อยเปื่อย เดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย หรือไม่คิดอะไรเลยก็ได้เหม่อมองชมวิวทิวทัศน์รอบตัวกับผู้คนที่ผ่านไปมา ไม่จำเป็นต้องกำหนดจุดหมายปลายทาง แค่เดินไปเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ก็พอ

หากนั่งอยู่เฉย ๆ ในหัวเราก็จะยิ่งเต็มไปด้วยความคิดด้านลบเพราะสมองที่ร้อนจะส่งผลให้การเชื่อมโยงของสมองผิดปกติจนถ่ายทอดข้อมูลไม่สมบูรณ์ ความสามารถในการส่งต่อข่าวสารและพลังสมาธิจะต่ำลง เวลาแบบนี้การเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจึงดีที่สุดเพราะเมื่อสมองเราเกิดความสั่นไหวเบา ๆ สมองจะปลอดโปร่งและปรับสมดุลดีขึ้น

TRY THIS!
เคล็ดลับสำคัญคือ อย่าเดินจนเหนื่อย หากเดินเยอะจนหงุดหงิด ฮอร์โมนอะดรีนาลินแห่งความตื่นเต้นจะหลั่งออกมากลายเป็นว่าเราไม่ได้พักผ่อนเลย

3.ยืดเส้นยืดสาย
เวลานั่งทำงาน หัวของเราจะโน้มมาทางด้านหน้า ซึ่งหัวของเรามีน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ยิ่งเราโน้มมาข้างหน้าเท่าไร กล้ามเนื้อต้นคอก็ต้องแบกรับน้ำหนักอย่างมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อตรงท้ายทอยต้นคอ ไหล่ หลังช่วงบน โดยในทางกายภาพ หากน้ำหนักของส่วนหัวมีมาก ความกดดันสู่สมองยิ่งเยอะ ทำให้เราบิดขี้เกียจหรือหาวออกมาเอง เป็นปฏิกิริยาทางร่างกายที่เป็นหลักฐานว่ากล้ามเนื้อกำลังตึงมากแล้ว ยิ่งตอนจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์คอยิ่งยื่นไปข้างหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ชอบจ้องจอมือถือยิ่งมีความเสี่ยงปวดตึงกล้ามเนื้อได้มาก ดังนั้นเราต้องผ่อนคลายความแข็งตึงกล้ามเนื้อส่วนนี้เสียก่อนถึงจะหายปวดล้าต้นคอ และสมองก็จะปลอดโปร่งขึ้น

คำแนะนำคือ ลองเงยหน้า เอนหัวไปด้านหลัง ค้างไว้สักพักจะรู้สึกหัวโล่งขึ้น จากนั้นใช้มือนวดกล้ามเนื้อต้นคอด้วยน้ำหนักระดับกลางสักครู่ จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น

TRY THIS!
ท่านั่งคุดคู้ทำให้ปอดขยายได้ไม่เต็มที่ จึงไม่มีออกซิเจนมาใช้งานเพียงพอ ทำให้เกิดอาการมึนงง สมองไม่โปร่ง จึงควรยืดเส้นยืดสายร่วมกับการหายใจเข้าออกถี่ ๆ หรือจะเรียนโยคะแล้วนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ก็สามารถช่วยบำบัดสมองล้าได้เช่นกัน

4.แช่น้ำอุ่น
การแช่น้ำคือสุดยอดแห่งการผ่อนคลาย คลายความตื่นตัวความตึงเครียดและอ่อนล้าของประสาทซิมพาเทติก อย่างไรก็ตามน้ำที่ร้อนเกินจะมีผลให้ยิ่งกระตุ้นประสาทซิมพาเทติก จึงควรใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิสัก 40 องศาเซลเซียส และต้องแช่ไม่เกิน 10 นาที หากแช่น้ำนานจะอ่อนเพลียจนไม่อยากกลับไปทำงานต่อแต่ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้

การแช่น้ำอุ่น 40 องศาเซลเซียสนาน 10 นาทีจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้นได้เมื่อเทียบกับตอนอุณหภูมิในร่างกายลดลง

ประสาทซิมพาเทติกที่ตื่นตัวมากไปส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างเห็นได้ชัด การแช่น้ำจึงสำคัญมาก ไม่เพียงเพื่อคลายเหนื่อยแต่ยังช่วยให้ประสาทซิมพาเทติกทำงานอย่างสมดุลเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่เคยอ่อนแอให้แข็งแรง ส่วนการอาบน้ำฝักบัวแม้จะทำให้เราสดชื่น แต่แรงดันจากน้ำฝักบัวก็กระตุ้นประสาทซิมพาเทติก ทำให้เราตื่นตัว

TRY THIS!
ในขณะที่แช่น้ำควรเปิดเพลงเบา ๆ ใช้กลิ่นอโรมา แล้วพิงหัวกับขอบอ่าง นอนเหยียด แผ่ตัวให้เต็มที่ จะรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

วิธีแก้สมองเบลอ

5.นอนกลางวัน
ไม่มียาคลายล้าใด ๆ ออกฤทธิ์ได้ดีไปกว่าการงีบสัก 15 นาทีหลังมื้อเที่ยงถ้าสถานที่สะดวก แนะนำให้นอนลงกับพื้นจะดีที่สุด สำหรับใครที่นอนไม่หลับ แค่นอนเล่นสักพักก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนสมองที่ดีแล้ว

ไม่ว่าจะนอนเล่นเงียบ ๆ หรือจะนั่งฟุบกับโต๊ะ เมื่อตื่นขึ้นจะรู้สึกสดชื่นเหมือนตื่นตอนเช้าอีกครั้ง มีพลังเต็มร้อย พร้อมลุยงานช่วงบ่าย เพราะการนอนกลางวันทำให้เราเหมือนได้เริ่มต้นวันใหม่อีกครั้ง จะทำให้เราทำงานได้ราบรื่นเหมือนตอนเช้าทีเดียว

นอกจากนี้การนอนกลางวันสามารถบำบัดโรคนอนไม่หลับได้ ยกเว้นกรณีที่คนนอนไม่หลับเพราะนอนกลางวันมากไป แต่โดยรวมแล้วคนนอนไม่หลับมักพะวงไปก่อนว่า ถ้าไม่ง่วงจะทำไงดี จนนอนไม่หลับจริง ๆ แบบนี้การฝึกนิสัยให้นอนกลางวันช่วยได้ พอถึงตอนกลางคืนแล้วไม่ง่วงก็จะอุ่นใจว่าเมื่อกลางวันนอนไปแล้ว ตอนนี้นอนไม่หลับก็ไม่แปลกหรอกไว้นอนกลางวันพรุ่งนี้ชดเชยละกัน พอคิดแบบนี้ใจก็สบาย สุดท้ายก็เคลิ้มหลับไปเอง

TRY THIS!
ถ้านอนกลางวันนานไป ร่างกายจะเสียสมดุล ลองคิดถึงวันหยุดที่เราหมดไปกับการนอนกลางวันยาว ๆ ร่างกายจะหนัก เพลีย ไร้พลัง ดังนั้น การนอนสั้น ๆ แต่บ่อยคือการนอนที่ได้ผลดี และเป็นลักษณะนิสัยที่ดีต่อการบำบัดอาการสมองล้า

6.ทำให้ร่างกายอบอุ่น
เมื่อเราใช้ความคิดนาน ๆ หัวจะร้อน หมายถึงอุณหภูมิในสมองจะสูงขึ้น ทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลในระบบประสาทสมองดำเนินได้ไม่สมบูรณ์ อุณหภูมิในร่างกายจะลดต่ำลงสวนทางกัน ดังนั้นการจะทำให้สมองเย็นลงก็คือการทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นนั่นเอง

คนที่ใช้สมองมาก ประสาทซิมพาเทติกจะตื่นตัวส่งผลให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว เลือดไหลเวียนไม่สะดวก จึงต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น เมื่อเลือดไหลเวียนดี สารอาหารกับออกซิเจนจะถูกส่งไปยังเซลล์ได้สะดวก สิ่งที่ทำให้เหนื่อยล้าก็จะถูกกำจัด กายและใจจึงผ่อนคลาย

TRY THIS!
ขอแนะนำ 3 วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้น ดังนี้

  1. ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม
  2. ดื่มน้ำขิงให้ร่างกายอุ่น
  3. บริหารร่างกายระหว่างทำงานไปด้วย เช่น กางแขนหุบแขน แกว่งแขน เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้นฮอร์โมนแห่งการเจริญเติบโตและยังช่วยให้รูปร่างดี คลายความอ่อนล้า ช่วยบำบัดอาการสมองล้าได้ดีด้วย

STORY – ชวลิดา เชียงกูล
PHOTO – iStock



100 สูตรชีวจิต สู้โรคพฤติกรรมทำป่วย + มลพิษขั้นสุด

นิตยาสารชีวจิต เล่มที 505 ปีที่ 22 : 16 ตุลาคม 2562

– – –  – – – – –  – – – – –  – – – –  – – – –  – – –  – – –  – – –  – – –  – –  – –

บทความน่าสนใจอื่นๆ

ผักผลไม้เพิ่มภูมิคุ้มกันต้าน COVID-19
VEGAN VS VEGETARIAN เคลียร์คัต “อาหารมังสวิรัติ” คืออะไร
วิธีการรักษาอาการ “อ้วนอักเสบ” สาเหตุฮอร์โมนขาดสมดุล
เปิดตำรา กิน “กล้วยน้ำว้า” สู้โรคระบบย่อย
ชีวจิตพิชิตอ้วน (ลดความอ้วน) อย่างมีความสุขและเบิกบานใจ
แจก!!! วิธีทำน้ำอาร์ซี สูตรชีวจิตแท้ๆ ดื่มต้านภูมิแพ้ แทนกาแฟก็ได้
วิธีบอกลา ความเครียด ด้วยการกิน ทำได้ผ่อนคลายไปทั้งวัน
ชีวจิตแนะนำ อาหารสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ ช่วยให้อาการดีขึ้น
วิธีกินช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ลดเสี่ยงเกิด โรคเรื้อรัง
4 วิธีป้องกันท้องอืดจากพืชผัก
ชวนรู้จัก 3 เมล็ดธัญพืช ต้านโรค ช่วยอายุยืน
อาหารเสริมภูมิคุ้มกัน หน้าหนาว 6 สารอาหาร กินแล้วดีต่อสุขภาพ ห้ามพลาด!
อร่อยปาก ลำบากกาย ภัยเงียบของคนรัก อาหารรสจัด เสี่ยงหลายโรค
วิธีการรักษาอาการ “อ้วนอักเสบ” สาเหตุฮอร์โมนขาดสมดุล
เปิดตำรา กิน “กล้วยน้ำว้า” สู้โรคระบบย่อย
ชีวจิตพิชิตอ้วน (ลดความอ้วน) อย่างมีความสุขและเบิกบานใจ
วิธีบอกลา ความเครียด ด้วยการกิน ทำได้ผ่อนคลายไปทั้งวัน
5 ข้อต้องรู้ก่อน กินงาดำ กินยังไงให้ปลอดภัย ได้ประโยชน์สูงสุด
เคล็ดลับกินแก้เบลอ ปลุกสมองให้สดชื่น (EAT TO REFRESH)
การนอน ไม่มีคุณภาพ อาการนอนไม่หลับ เสี่ยงสารพัดโรค ควรระวังนะ
IDEAL LIFESTYLE ชีวิตดี สมองดี งานดี

© COPYRIGHT 2024 AME IMAGINATIVE COMPANY LIMITED.